
ประชุมวิชาการยางพาราครั้งที่ 2
เมืองไทย ผลิตยางพาราได้เป็นอันดับหนึ่งของโลก โดยที่เราส่งออกมากที่สุด ความที่ราคาของยางธรรมชาติสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้พื้นที่ปลูกเริ่มขยายจากภาคใต้และภาคตะวันออกไปยังภาคอื่นๆ เช่น ภาคอีสาน และภาคเหนือมากขึ้น
จนกระทั่งตอนนี้เริ่มมียางที่กรีดได้แล้วในภาคอีสาน และก็แน่นอนว่าราคาของยางธรรมชาติคงไม่สูงอย่างที่เห็นกันอยู่ทุกวันนี้ เพราะว่าไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยเราที่มีการขยายพื้นที่ปลูกยาง แต่ประเทศอื่นอย่างเช่น เวียดนาม และจีน ก็เริ่มมีการลงทุนด้านนี้เช่นกัน และก็ไม่ใช่ปลูกในประเทศของตนเองเท่านั้น แต่ได้มาขยายพื้นที่ปลูกในประเทศลาวกันมากขึ้น
ดังนั้น สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงคงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในประเทศไทยเราเท่านั้น แต่ต้องรู้ว่าคนอื่นกำลังทำอะไรอยู่เช่นกัน !!!
เรื่องดังกล่าวก็เหมือนการทำงานวิจัยในประเทศไทย มีหน่วยงานหลายหน่วยที่มีบทบาทหน้าที่ในการวิจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องยางพารา ซึ่งมีไม่น้อยกว่า 5 หน่วยงานที่สนับสนุนเรื่องนี้อยู่ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า สวทช. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย หรือ สกว. ทั้งสองหน่วยงานนี้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยด้านยางพารามากพอสมควร แล้วก็ยังมีกรมวิชาการเกษตร โดยสถาบันวิจัยยาง ซึ่งมีบทบาทในการทำงานวิจัยโดยตรง
ส่วนสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ก็ทำหน้าที่กลั่นกรองและสนับสนุนการวิจัยยางพาราให้แก่หน่วยราชการต่างๆ ทั่วประเทศ ในขณะที่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร หรือ สวก. ก็กำลังให้ความสนใจที่จะสนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับยางเช่นกัน
ดูแล้วก็เหมือนกับว่า น่าจะมีงานวิจัยเกี่ยวกับยางพารามากมายที่จะทำให้อุตสาหกรรมด้านนี้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว แต่ปรากฏว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่คาด เพราะว่าแต่ละหน่วยงานมีภารกิจและสนับสนุนการวิจัยตามแผนของตนเอง โดยไม่ได้รับรู้ถึงการดำเนินงานของหน่วยงานอื่นที่ทำหน้าที่ใกล้เคียงกัน
ผลก็คือ งานบางอย่างที่ควรทำก็ไม่มีใครทำ และ งานบางอย่างก็มีความซ้ำซ้อนกัน ดังนั้น ทางแก้ในเรื่องนี้ก็คือ หาทางทำความรู้จักซึ่งกันและกันว่าใครทำอะไรอยู่และมีแผนจะทำอะไรต่อไป
ทั้งนี้ รูปแบบของการสร้างความรับรู้ร่วมกัน ก็คือ การจัดประชุมวิชาการที่ทุกฝ่ายร่วมกันเป็นเจ้าภาพ เพื่อนำผลงานที่แต่ละหน่วยได้ทำขึ้น ออกมาแสดงให้ประชาชนและภาคเอกชนที่ทำธุรกิจด้านนี้ได้ดูกัน แล้วช่วยกันวิเคราะห์วิจารณ์
ดังเมื่อปีที่แล้ว ได้มีการริเริ่มจัดประชุมวิชาการยางพาราระดับชาติครั้งที่ 1 ขึ้นมา โดยได้ตกลงกันว่าให้กรมวิชาการเกษตรเป็นเจ้าภาพ ซึ่งก็ดูแล้วค่อนข้างประสบความสำเร็จดี อย่างน้อยก็ได้รับทราบว่าหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้ทำงานวิจัยอะไรไปบ้างแล้ว
ในปี 2553 นี้จึงได้กำหนดจัดเป็นครั้งที่ 2 โดยมี สกว. เป็นเจ้าภาพ และจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-7 พฤษภาคมนี้ ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ โดยได้เชิญสภาอุตสาหกรรม ซึ่งมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับยางพารา เข้ามาร่วมจัดด้วย
การประชุมครั้งนี้ไม่ใช่เวทีเฉพาะนักวิชาการเข้ามาหารือกัน แต่คาดว่าผู้เข้าร่วมประชุมครึ่งหนึ่งมาจากภาคเอกชน ซึ่งเป็นผู้ที่จะนำผลงานบางส่วนไปใช้ประโยชน์ได้โดยตรง ส่วนที่เหลือก็จะเป็นนักวิชาการมาแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อหาทางทำงานต่อยอดกันต่อไป และหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน เท่าที่ดูตอนนี้มีผลงานไม่น้อยกว่า 20 เรื่องที่น่าสนใจ และส่วนใหญ่เป็นผลงานที่เอกชนสามารถนำไปใช้ได้เลย
เวทีวิชาการอย่างนี้จึงน่าสนใจไม่น่อยทีเดียว หากใครอยากเข้าร่วมก็ลองติดต่อ อาจารย์วราภรณ์ ขจรไชยกูล ที่ สกว. เพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไปได้ครับ
พีระเดช ทองอำไพ



