
เปิดโลกการศึกษามุสลิมตอนอาลัยแกรนด์อิหม่ามซัยยิดฏอนฏอวี
เสียงโทรศัพท์ดังรัวเข้ามาอย่างไม่ขาดสายจากเพื่อนๆ และน้องๆ จากหลายพื้นที่ในประเทศอียิปต์ สอบถามและบอกเล่าข่าวที่กำลังแพร่สะพัดไปทั่วโลกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2553 นั่นคือข่าวการเสียชีวิตของผู้นำด้านวิชาความรู้ ประมุขของอัล-อัซฮัร แกรนด์เชค ดร.มูฮัมหมัด ซั
เกรนเชค ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งอัล-อัซฮัร ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ฮุสนี มูบาร็อก เมื่อปี 2535 เสียชีวิตในวัย 81 ปี ด้วยโรคหัวใจวายฉับพลัน ที่กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย ในขณะที่จะเข้าร่วมพิธีกับคิงไฟซอล เจ้าชายแห่งประเทศซาอุฯ ซึ่งมีการคาดหมายว่า ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งแทน คือ มูฮำหมัด วาซีล
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านการศึกษา และปริญญาเอกเกียรตินิยมสาขาตัฟซีร (การแปลและตีความอัลกุรอาน) และหะดีษ (วจนะศาสดา) จากมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร เคยดำรงตำแหน่งเป็นคณบดีในคณะอุศูลุดดีน (ศาสนศาสตร์) และคณบดีคณะอิสลามศึกษาและภาษาอาหรับ มหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร และเคยเป็นอาจารย์รับเชิญจากมหาวิทยาลัยในหลายประเทศ เช่น มหาวิทยาลัยอิสลามในลิเบีย มหาวิทยาลัยอิสลามแห่งมาดีนะฮ์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย และมหาวิทยาลัยบาสรา ประเทศอิรัก
ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้วินิจฉัยกฎหมายอิสลามแห่งประเทศสาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ เป็นนักวิชาการที่มีผลงานทางวิชาการที่โดดเด่นหลายชิ้น ท่านเป็นผู้ที่ได้อุทิศตนเพื่อวงการการศึกษาอิสลามอย่างอุตสาหะและยาวนานจนทำให้มีลูกศิษย์มากมายอยู่ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย
นอกจากเป็นผู้บริหารสถาบันการศึกษาชั้นสูงแล้ว ยังเป็นนักวิชาการที่มีผลงานทางวิชาการที่โดดเด่น อาทิ ตำราอรรถาธิบายอัลกุรอ่าน ชนชาติยิวในคัมภีร์อัลกุรอ่านและซุนนะฮ์ กฎหมายอิสลามว่าด้วยธุรกรรมการธนาคาร มารยาทการแสดงความคิดเห็นในอิสลาม เป็นต้น นับว่าเป็นปราชญ์ที่สมถะ เรียบกลาง ส่งเสริมการปรองดอง และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่หลากหลาย สมานฉันท์ของรัฐบาลไทย และแสดงความปรารถนาจะเห็นศาสนิกชนทั้งหลายอยู่ด้วยกันโดยสันติ
"เราให้ความเคารพและให้เกียรติประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยมิได้แบ่งแยกระหว่างศาสนา และปฏิบัติต่อทุกศาสนิกชนอย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้น ผู้ประพฤติดี ควรได้รับผลตอบแทนที่ดี และนี่คือจิตใจอันสง่างามของประเทศไทยที่เรารู้จัก จึงทำให้เราทั้งหลายต่างให้เกียรติประเทศไทย เพราะเป็นอารยประเทศ ประเทศที่มีแต่สร้างและไม่เคยทำลาย ประเทศที่มีแต่สิ่งสร้างสรรค์และไม่เคยสร้างความหายนะ มีแต่ความดีและไม่มีสิ่งเลวร้าย ดังนั้น ขอแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้งต่อประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นพระมหากษัตริย์ รัฐบาล และประชาชน และขออวยพรจากอัลเลาะห์ เพื่อประทานให้ประเทศไทยประสบแต่ความเจริญรุ่งเรือง ความสงบสุข ความร่มเย็น" เป็นคำกล่าวของ แกรนด์อิหม่ามที่มีต่อชาวไทยมุสลิม เมื่อครั้งที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศเข้าเยี่ยมคารวะเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2550
ประตูแห่งมะชีเฆาะห์ (สำนักงานที่ทำการแกรนด์เชค) ตั้งอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยเก่าฮุเซ็นหรือ ดารอซะห์ เปิดประตูรับแขกบ้านแขกเมืองตลอดเวลา และทุกครั้งที่แขกกลับมาก็จะมีแต่รอยยิ้มและความสุขเกิดขึ้นทุกครั้งไป เพราะผู้นำอิสลามผู้นี้คือผู้ที่ใช้มารยาทของอิสลามอย่างแท้จริงในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมนุษยชาติอย่างมีเหตุมีผล
ผมรู้สึกปลื้มและรู้สึกดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนักศึกษามหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัร ได้เห็นผู้นำผู้นี้มีความเป็นกลางส่งเสริมการปรองดองและการอยู่ร่วมกันในสังคมที่หลากหลายในศาสนาให้อยู่อย่างมีสันติ แกรนด์เชคให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานวันพ่อแห่งชาติ ณ สโมสรตำรวจ ประเทศอียิปต์ เมื่อปี 2008 ด้วยรอยยิ้ม โดยมีท่านทูตต้อนรับด้วยความปลาบปลื้มเป็นที่สุด แขกเหรื่อที่มาร่วมงานส่วนใหญ่เป็นแขกระดับวีไอพี นักการทูตนักธุรกิจและหลากหลายศาสนา ท่านได้นั่งบนเก้าอี้ที่สำรองไว้พร้อมกับเขียนคำอวยพรแด่พ่อหลวงเหมือนแขกเหรื่อทั่วไป
แม้วันนี้แกรนด์เชคจะอยู่หรือไม่ก็ตาม หากแต่ความดีที่ท่านเคยทำเอาไว้ จะส่งผลเป็นพรให้ท่านใช้ในโลกหน้าอย่างมีความสุข ความดีที่ท่านเคยทำไม่ใช่เฉพาะกับมุสลิมเท่านั้นหากแต่ทุกคนทั่วโลกก็ยังปีติยินดีแม้จะต่างศาสนาหลักความเชื่อ ขอให้แกรนด์เชคสู่สรวงสวรรค์ด้วยเทอญ อามีน ยาร็อบ



