
หัวใจไทย-คำพากย์นางลอย(พากย์โอ้)
อุณหภูมิทางการเมืองร้อนฉ่า อยากให้คนไทยมีหัวใจเดียวกัน คือ รักชาติบ้านเมืองนะคะ หลังนำเสนอบทความของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ไปแล้ว เราจะมาติดตามกันต่อในเรื่องศิลปะ โขน ในตอนความรู้เกี่ยวกับ คำพากย์ วันนี้จึงนำเอาตัวอย่างของคำพากย์นางลอย (
ดาวเดือนจะต่างเทียน วิเชียรแก้วกลีบจงกล เมฆหมอกในเวหน จะต่างพู่แลเพดาน พฤกษาจะต่างฉัตร สุวรรณรัตน์อันไพศาล ดอกไม้ในหิมพานต์ จะต่างพุ่มอยู่เรียงราย ฟากฝั่งมหรรณพ จะวงศพเจ้าโฉมฉาย ต่างศรีวิสูตรสาย สุวรรณรัตน์อันอำไพ เสียงคลื่นจะต่างกลอง พิณพาทย์ฆ้องประโคมใน จักจั่นแลเรไร จะต่างสังข์แลเสภา จะเก็บพรรณไม้หอม มารวมล้อมขึ้นบูชา เชิญศพเจ้าสีดา ขึ้นวางไว้ในเพลิงรุม จะอุ้มองค์กว่าจะม้วย จะตายด้วยเมื่อไฟชุม ร้อนเร่าฤทัยจุม พลราชเธอรำพัน ฯลฯ
สิ่งที่เป็นตัวดำเนินเรื่องในการแสดงโขน นอกจากคำพากย์แล้วยังต้องประกอบด้วยคำเจรจา ซึ่งแต่งเป็นร่ายยาวส่งสัมผัสกันต่อไปเรื่อยๆ จนจบความ นายมนตรี ตราโมท กล่าวถึงคำเจรจาไว้ในบทความเรื่อง “วิธีพากย์ เจรจา และขับร้อง ในการแสดงโขน” ว่า “คำเจรจานี้แหละ เป็นเครื่องวัดคนพากย์เจรจาว่ามีความสามารถเพียงใด เพราะคำเจรจามิได้มีบทแต่งสำเร็จไว้ ผู้พากย์เจรจาจะต้องคิดคำเจรจาของตนเองขึ้นในปัจจุบัน ถ้ามีปฏิภาณใช้ถ้อยคำให้สละสลวย รับสัมผัสกันได้แนบเนียนและได้เนื้อถ้อยกระทงความดีให้ถือว่าผู้พากย์เจรจาผู้นั้นเป็นผู้มีความสามารถ
นอกจากใช้ปฏิภาณดังกล่าวแล้ว ผู้พากย์เจรจายังจะต้องจำคำเจรจาที่โบราณาจารย์ได้ผูกขึ้นไว้เป็นแบบแผน เฉพาะตอนหนึ่งๆ ซึ่งเรียกว่า กระทู้ ให้แม่นยำด้วย ซึ่งเมื่อแสดงมาถึงตอนนั้นคนพากย์และเจรจาอีกฝ่ายหนึ่งเขาเจรจาเข้ากระทู้มา ตนก็จะต้องเจรจาโต้ตอบให้เข้ากระทู้ด้วย หากจำคำเจรจาในกระทู้นั้นไม่ได้ เจรจาไปแต่ด้วยปฏิภาณ ก็อาจออกนอกทาง ทำให้เป็นที่อับอายแก่กัน” (ติดตามตอนต่อไป)



