ไลฟ์สไตล์

"ชัยวุฒิ"ฟังธงปรับน้ำหนักสัดส่วนแอดมิชชั่นส์ปี54

"ชัยวุฒิ"ฟังธงปรับน้ำหนักสัดส่วนแอดมิชชั่นส์ปี54

13 มี.ค. 2552

“ชัยวุฒิ”รมช.ศึกษา ฟันธง แอดมิชชั่นส์ปี 2554 ต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนองค์ประกอบ สั่งมหา’ลัย คณะกำหนดสัดส่วน ค่าน้ำหนักคะแนนให้ชัดเจน ขอให้ใช้ จีแพ็ค โอเน็ต อย่างน้อย 10% ย้ำมหา’ลัย นำคะแนนGAT PAT ประกอบรับตรง คาดทราบสรุปองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ 2554 ก.ค.นี้

 เมื่อวันที่ 13 มี.ค..เวลา 10.00 น.ที่อาคารจามจุรี 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อมด้วย รศ.ดร.มณฑล สงวนเสริมศรี ประธานคณะทำงานศึกษาแอดมิชชั่นฟอรั่มปี 2553 ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.)ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)และศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ร่วมประชุม Admission & Assessment Forum ครั้งที่1 ประจำปี2552 โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยทั้ง 21 แห่งเข้าร่วมประชุม
 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางในการปรับปรุงสัดส่วนและองค์ประกอบในการแอดมิชชั่นส์กลางประจำปีการศึกษา 2554 เนื่องจากองค์แอดมิชชั่นส์ปี 2553 ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เพราะแจ้งนักเรียนรับทราบแล้ว ดังนั้นทปอ. ยืนยันว่าระบบแอดมิชชั่นส์กลางยังคงเป็นระบบที่ดี โปร่งใส และมีความเป็นธรรมกับนักเรียน อย่างไรก็ตาม ในปี2553 ขอให้มหาวิทยาลัยพยายามรับตรงให้น้อยที่สุด แต่หากมีความจำเป็นต้องรับตรงจริงอยากให้ใช้ผลการสอบความถนัดทั่วไป หรือGAT และการสอบความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT มาใช้ในการพิจารณา เพื่อไม่นักเรียนต้องวิ่งสอบหลายที่
 ทั้งนี้ สำหรับปี 2554 เพื่อลดปัญหามหาวิทยาลัยเปิดรับตรง ทปอ.ได้หารือร่วมกับมหาวิทยาลัยในการปรับปรุงสัดส่วน โดยให้แต่ละสาขา/คณะตกลงร่วมกัน ว่าจะใช้สัดส่วนและค่าน้ำหนักคะแนนในแต่ละรายวิชาเท่าใด หากมีวิชาที่ต้องการให้สทศ.จัดสอบเพิ่มเติม เป็นการเฉพาะ ขอให้ระบุมา และไม่อยากให้เพิ่มรายวิชาที่สอบมากเกินไป เพราะเป็นการเพิ่มภาระ และสร้างความลำบากให้กับกับเด็กที่ต้องคำนวณคะแนนเอง โดยแต่ละแห่งอาจจะจัดกลุ่มสาขาคณะเดียวกัน กำหนดสัดส่วนคะแนนที่ใกล้เคียงกัน
 รมช.ศธ.กล่าวต่อว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยตกลงได้ว่าจะใช้สัดส่วนคะแนนในแต่ละคณะเท่าไหร่ ต้องส่งให้คณะกรรมการแอดมิชชั่นส์ฯ เพื่อไปศึกษาดูแนวทางปฏิบัติว่าสามารถทำได้หรือไม่ ส่วนรายละเอียดสัดส่วนคะแนนและค่าน้ำหนักของแต่ละคณะที่ต้องการ อยากให้ได้รายละเอียดภายในเดือนพฤษภาคม เพื่อทำการสรุปสัดส่วนองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ปี 2554 ในการประชุมทปอ.วิชาการเดือน กรกฎาคม 2552 นี้ ซึ่งคาดว่าได้ข้อสรุปสัดส่วนและค่าน้ำหนักองค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ 2554 และเมื่อได้ข้อสรุปเรียบร้อยแล้วจะส่งข้อมูลไปยังศูนย์สอบ คือสทศ.เพื่อทำการอออกข้อสอบตามที่แต่ละคณะต้องการ
 อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบแอดมิชชั่นส์ ปี2554 ไม่อยากให้ยกเลิกคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลายหรือ GPAX และการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต)หายไป แต่อยากให้คงอยู่อย่างน้อยอย่างละ 10% ส่วน GAT,PAT ให้แต่ละคณะไปหารือร่วมกันว่าจะใช้เท่าไหร่ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของนักเรียนเป็นหลัก
 “อยากย้ำว่าขอให้คณะทั้งหมดตกลงกันให้ได้ว่าจะใช้สัดส่วนอะไรที่เท่าไหร่ หากรวมกันเป็นกลุ่มสาขาวิชาได้ก็จะดี และมหาวิทยาลัยที่รับตรงมากก็ขอให้ลดจำนวนลงตามเป้าไว้ที่ตั้งไว้ 50:50 เพราะไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนปัจจุบันที่ตกลงกันไว้แล้ว พอไปถึงขั้นตอนการตัดสินนำไปใช้ กลับบอกว่าไม่ใช้ เนื่องจากส่งคนที่ไม่มีอำนาจการตัดสินใจมาร่วมประชุม ดังนั้น ในการประชุมทุกครั้งอยากให้คนที่เข้าร่วมประชุมเป็นคนเดียวกับคนที่มีอำนาจตัดสิน และขอบันทึกการประชุมไว้ทุกครั้งเพื่อเป็นหลักฐาน และที่สำคัญเมื่อข้อตกลงใด ๆ แล้วขอให้ทุกคนทำตามข้อตกลงนั้นด้วย ไม่ใช่ทปอ.บอกอย่างหนึ่ง แต่มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นสมาชิกของ ทปอ.กลับเอาอีกอย่างหนึ่ง”นายชัยวุฒิกล่าว
 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้อมูลการรับบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาในระบบรับตรง ปีการศึกษา 2553 มีมหาวิทยาลัยที่ไม่ใช้ GAT PAT เป็นองค์ประกอบในระบบรับตรง จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ 1.ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ2.ม.เทคโนโลยีสุรนารี 3.ม.มหิดล และ4 .สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และม.สงขลานครินทร์ใช้เฉพาะ GAT ในขณะที่มีอีก 6 แห่งที่ยังไมได้ส่งข้อมูล ได้แก่ 1.ม.ขอนแก่น 2. ม.เชียงใหม่ 3.ม.ธรรมศาสตร์ 4.ม.นราธิวาสราชนครินทร์ 5.ม.มหาสารคาม และ6.ม.อุบลราชธานี ซึ่งทางทปอ.จะเลื่อนอีก 1 เดือนในการส่งข้อมูล ส่วนมหาวิทยาลัยที่เหลืออีก12 แห่ง ใช้GAT PAT เป็นองค์ประกอบในการรับตรง