
สธ.เตือนเสื้อแดงเจาะเลือดเข็มไม่สะอาดติดโรค
สธ.เตือนเสื้อแดงเจาะเลือดล้าน ซี.ซี. หากเข็มไม่สะอาด เสี่ยงติดโรคเพียบ ทั้งเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบีและซี แถมรักษายาก และหากร่างกายไม่พร้อม ขาดน้ำ หากเจาะเลือดซ้ำอาจเกิดภาวะช็อคได้ พร้อมเผยได้รับรายงานมีผู้ชุมนุมเริ่มเป็นลมจำนวนมากแล้ว
ที่สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 มี.ค. เวลา 14.30 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่แกนนำ นปช. ขอบริจาคเลือดจากผู้ชุมนุมคนละ 10 ซี.ซี. เพื่อนำไปเทลาดรอบทำเนียบรัฐบาล ว่า เรื่องนี้ตนไม่มีความเห็นทางการเมือง แต่ทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความเป็นห่วงและให้ตนช่วยเตือนที่เป็นการเตือนทางการแพทย์ ไม่ใช่การเตือนทางการเมือง โดยขอให้ระมัดระวังการใช้เข็มดูดเลือดร่วมกัน เพราะอาจเกิดการติดเชื้อเอดส์ ไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งเชื้อเหล่านี้ติดต่อได้ง่ายมากและโอกาสในการรักษาหายยากมาก อีกทั้งผู้ที่เจาะเลือดควรเป็นบุคลากรทางการแพทย์ และอุปกรณ์ในการเจาะเลือดออกจากร่างกายจะต้องมีมาตรฐานและผ่านการฆ่าเชื้อ
นายจุรินท์ กล่าวว่า ส่วนที่จะนำเลือดไปเทลาดรอบทำเนียบนั้น ตนคิดว่าเป็นการทำเพื่อนัยทางการเมือง หากวิเคราะห์ว่าเป็นตัวบ่งชี้ที่อนุมานได้ว่าสถานการณ์เริ่มรุนแรง ดังนั้นทุกฝ่ายจึงต้องดำเนินการระมัดระวัง โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างเป็นห่วง ดังนั้นอะไรที่นำไปสู่ความรุนแรงควรหลีกเลี่ยงจะดีที่สุด และให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ไม่ได้มีความเห็นห้ามชุมนุมหากทำภายใต้กฎหมาย นอกจากนี้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญยังได้เตือนด้วยว่า
นายจุรินทร์ ยังได้กล่าวถึงการบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดทหาร 2 ราย ว่า ได้รับรายงานจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ แล้ว ซึ่งได้รับตัวทหาร 2 รายได้รับบาดเจ็บ และเข้ารักษา โดยอยู่ขั้นตอนรอเอ็กซ์เรย และปลอดภัยแล้ว ซึ่งรายละเอียดทางโรงพยาบาลพระมงกุฎฯ จะแถลงเอง สำหรับการรายงานด้านกลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่รับทราบ เริ่มมีผู้ชุมนุมเป็นลมจำนวนมากแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงสาธารณสุขเคยออกคำเตือนแล้วว่า ให้หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำจนเกิดภาวะช็อคเป็นลมสิ้นสติได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานของความช่วยเหลือการปฐมพยาบาลจากกลุ่มผู้ชุมนุม
“ในการเตรียมรับการชุมนุม ศูนย์ปฏิบัติการด้านการและแพทย์และการสาธารณสุขแห่งชาติได้ปรับการรับมืออยู่ในระดับสูงสุด คือระดับ 3 แล้ว เพราะจากการประเมินเห็นว่า อาจมีการใช้ความรุนแรง และเริ่มมีตัวชี้วัดส่อให้เห็นแล้ว ทั้งกรณีการตีกันระหว่างผู้ชุมนุม และการประกาศเทเลือดรอบทำเนียบ จึงต้องให้โรงพยาบาลรัฐบาล เอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมไว้” นายจุรินทร์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากมีการประสานจากกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอให้แพทย์และพยาบาลช่วยเจาะเลือดให้ จะดำเนินการให้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการประสานมา
ต่อข้อซักถามว่า ทางกระทรวงสาธารณสุขจะมีการประสานไปยังแกนนำเสื้อแดงเพื่อขอให้ทบทวนยุทธศาสตร์ต่อโต้ด้วยการเทเลือดหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เป็นคำเตือนฝากผ่านสื่อมวลชน ซึ่งเรื่องนี้ทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่ดูแลสุขภาพอนามัยประชาชนต่างเป็นห่วง ซึ่งผมได้ได้ห้ามว่าควรทำหรือไม่ทำ เพราะไม่อยากให้เป็นประเด็นทางการเมือง
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในการเจาะเลือดโดยปกติควรดำเนินการในห้องที่สะอาด แต่หากเกิดเหตุจำเป็นการเจาะเลือดในภาคสนามทำได้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง อย่างไรก็ตามโรคเอดส์ ไวรัสตับอักเสบจะติดผ่านเลือดโดยตรง แต่ในกรณีที่นำมาเทลาดนั้น หากไปเดินเหยียบและสัมผัส หากไม่มีบาดแผลก็ไม่สามารถรับเชื้อและไม่เป็นอันตราย ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้เมื่ออยู่ภายนอกจะตายภายใน 1 วัน
นพ.ไพจิตร์ กล่าวต่อว่า เวลาที่หน่วยงานจะออกไปรับบริจาคโลหิตต้องมีข้อบ่งชี้ที่เป็นประโยชน์ทางการแพทย์ แต่หากนำไปใช้อย่างอื่นคงไม่ถูกต้อง ขณะที่ผู้บริจาคเลือดเองจะต้องมีความพร้อมของร่ายกายที่ต้องดูแลสุขภาพก่อนมาบริจาค และทางศูนย์บริการโลหิตจะต้องทำการตรวจสุขภาพผู้มาบริจาคก่อน ซึ่งหากร่างกายไม่พร้อม เลือดไม่พอก็อาจเป็นลมได้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ชุมนุมแค่เพลียแดด ร่างกายขาดน้ำก็แย่อยู่แล้ว หากไปเจาะเลือดออกอีกก็มีความเสี่ยงที่ร่างกายจะเกิดภาวะช็อคได้
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในกรณีที่มีการนำเลือดไปเทลาดจะแยกได้หรือไม่ว่า เป็นเลือดคนหรือเลือดจากสัตว์ นพ.ไพจิตร์ กล่าวว่า หากมองด้วยสายตาคงแยกไม่ออก จะต้องตรวจโดยผ่านห้องปฏิบัติการ
นอกจากนี้ นพ.ไพจิตร์ ยังได้กล่าวถึงการรักษาสุขอนามัยในที่ชุมนุม โดยเฉพาะการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ ว่า หากมีการจัดการไม่ดีพออาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้และมีผลต่อสุขภาพ ส่วนที่มีการทำเลอะเทอะอาจกลายเป็นแหล่งก่อโรคได้นั้น ในทางกฎหมาย พ.ร.บ.สาธารณสุข มาตรา 8 สามารถเข้าดำเนินการได้หากก่อให้เกิดโรคระดบาดและเป็นอันตายต่อสุขภาพผู้อื่น แต่ทั้งนี้คงต้องดูเป็นกรณีๆ ไป



