ไลฟ์สไตล์

สโมสรวันพระวันพระที่ 15 มีนาคม 2553 แรม 15 ค่ำ เดือน 4

สโมสรวันพระวันพระที่ 15 มีนาคม 2553 แรม 15 ค่ำ เดือน 4

15 มี.ค. 2553

"ควรถือคำพังเพยว่า ปลาเน่าตัวเดียว เหม็นไปทั้งหนอง ผู้ที่วางเฉยจนเปิดโอกาสแก่ผู้เหลวไหล โดยบำรุงไม่เลือกนั่นแหละ อาจกลายเป็นผู้ช่วยสมคบกันทำลายพุทธศาสนาของตนเองได้โดยไม่รู้สึกตัว" ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าวไว้อย่างน่าพิจารณาในบทความเรื่อง ระดับแห่งปฏิบัติธรร

     
 ในวันที่พุทธบริษัทสี่ ไม่ค่อยแสดงตัว แสดงพลัง ย่อมมีหลายเหตุปัจจัยที่ส่งผลให้ชาวพุทธอ่อนกำลังลง หรือว่าแท้จริงแล้ว คนไทยส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาวพุทธ? มีครูบาอาจารย์หลายท่านตั้งข้อสังเกตไว้ว่า แท้จริงคนไทยเป็นพราหมณ์มากกว่า เพราะเอาความเชื่อนำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะทำอะไรๆ ก็เชื่อไว้ก่อน แล้วก็แห่กันไปหาพระดังกันตรึม แท้จริงแล้วพระดังอาจไม่ดีจริงก็ได้ หากมัวแต่ให้ญาติโยมเชื่อตนเอง เทเงินเททองมาบำรุงวัดที่ตนเองสร้าง หรือทำให้คนกลัวอย่างเดียว และให้แก้ความกลัวด้วยการจ่าย จ่ายและจ่ายนั้นไม่ใช่ทางแน่ๆ

 พุทธมามกมูลนิธิ ในพระสังฆราชูปถัมภ์ร่วมกับวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เรียนเชิญพุทธศาสนิกชนผู้สนใจธรรมปฏิบัติร่วมฟังธรรมและปฏิบัติกรรมฐาน ณ วัดเบญจมบพิตรฯ ศาลาธรรมชินราชปัญจบพิธ ดาดฟ้า ชั้น ๕ โดย พระอาจารย์ท่อน ญาณธโร วัดศรีอภัยวัน อ.เมือง จ.เลย วันอาทิตย์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. พระอาจารย์คูณ ติกขวีโร วัดอุดมวารี อ.พาน จ.เชียงราย วันอาทิตย์ที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๔.๐๐ น.ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่คุณพรหมชัย เกษมวรกิจ ๐๘-๐๐๗๘-๘๐๗๗

  ชมรมคนรู้ใจ วันอังคารที่ ๑๖ มีนาคม จัดบรรยายธรรม หัวข้อ เจาะกลางใจธรรม โดย พระอาจารย์ภาสกร ภูริวฑฺฒโน วันพุธที่ ๑๗ มีนาคม หัวข้อ สติเบื้องต้น โดย พระมหาปัญญา วิสุทธิโธ วันอังคารที่ ๒๓ มีนาคม หัวข้อ ยิ่งทุกข์ยิ่งสุข โดย รศ.ดร.นพ.ชัชวาล ศิลปกิจ คลิกดูเวลา และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dmgbooks.com หรือสอบถามที่สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี โทร.๐-๒๖๘๕-๒๒๕๔-๕

  ปิดท้ายกันด้วยข้อคิดจากท่านพุทธทาสภิกขุอีกครั้ง "การที่ภิกษุสงฆ์มีมากหรือน้อย ไม่ได้เป็นเครื่องวัดความเสื่อม หรือความเจริญของพุทธศาสนาอย่างแน่นอน ลาภที่เหลือเฟือต่อภาวะสมณะก็เหมือนกัน ไม่ได้เป็นเครื่องหมายว่าพุทธศาสนาเจริญ แต่เป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่พุทธศาสนา ดังที่พระองค์ตรัสไว้ในเวรัญชกัณฑ์วินัยปิฎกมีใจความว่า เมื่อใดลาภเหลือเฟือในศาสนา เมื่อนั้นตัวเสนียดก็เกิดขึ้นในพุทธศาสนา จนต้องบัญญัติวินัยเพิ่มเติม เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ว่า การปฏิบัติอย่างเดียวเท่านั้นที่จะเป็นระดับสำหรับวัดความเสื่อมและความเจริญได้อย่างแน่นอน ดุจปรอทวัดความร้อนเย็นแห่งอากาศฉะนั้น"