
ทิศทางปฏิรูปที่ดินในอนาคต
คราวที่แล้วพูดถึงเรื่องงานครบรอบ 35 ปีของ ส.ป.ก. และได้มีการจัดเสวนาเรื่องปฏิรูปที่ดินในทศวรรษหน้า โดยมีผู้เข้าร่วมเสวนาหลายคน และมีประเด็นที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น ดร.สุทธิพร จีระพันธุ ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการ ส.ป.ก.มาก่อน
ได้ให้ความเห็นไว้ว่า การให้ที่ดินแก่เกษตรกรเพื่อใช้ทำกินนั้น ในอนาคตควรต้องเปลี่ยนรูปแบบเป็นการให้เช่าแทน แต่ว่าไม่ต้องคาดหวังว่ารัฐจะมีรายได้จากค่าเช่า เพราะว่าคงต้องกำหนดให้ต่ำเข้าไว้ แต่ให้มีสัญญาเช่า วิธีนี้น่าจะเป็นการควบคุมเรื่องการใช้ประโยชน์จากที่ดินได้ดีกว่าเดิม เพราะว่าที่ดินดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนมือได้ เนื่องจากการทำสัญญาต้องทำกับส.ป.ก. ซึ่งต้องตรวจสอบคุณสมบัติผู้ใช้ที่ดินก่อน ดังนั้น ผู้ที่เช่าที่ดินไปแล้วหากนำไปให้คนอื่นใช้ต่อก็จะไม่มีสัญญาเช่า ซึ่ง ส.ป.ก. สามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น แนวคิดนี้มีผู้เห็นด้วยหลายคน และคิดว่าน่าจะเป็นแนวทางที่ดีอย่างหนึ่ง
สำหรับความคิดของผมเกี่ยวกับการปฏิรูปที่ดิน ก็มีคล้ายกัน แต่ว่าผมมองบทบาทของ ส.ป.ก. ในอนาคตที่ควรต้องเพิ่มมากขึ้น ในการทำการเกษตรให้ประสบความสำเร็จนั้น องค์ประกอบหลักมีอยู่ 3-4 อย่าง ที่จำเป็นต้องมีคือ เงินทุน ที่ดิน ความรู้ และ การจัดการ ทั้งสี่อย่างนี้ต้องประกอบกันอย่างพร้อมเพรียงเหมือนเก้าอี้สี่ขา หากขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปแล้ว ย่อมกระทบกระเทือนส่วนที่เหลือ
ที่ผ่านมา ส.ป.ก. อาจเน้นหนักเรื่องการจัดการที่ดิน แต่ว่าปัจจัยอื่นอาจเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นในกระทรวงเกษตรและธนาคารที่เกี่ยวข้องเช่น ธ.ก.ส. แต่ว่าจริงๆ แล้ว ส.ป.ก. น่าจะทำทั้งสี่เรื่องนี้ได้เบ็ดเสร็จในตัว ตอนนี้จึงได้มีการริเริ่มโครงการการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ขึ้นมา โดยเป็นการเริ่มกระบวนการให้ความรู้และความสามารถในการจัดการแก่ผู้ที่จะเข้ามาเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ในอนาคต แล้วจึงจะจัดสรรที่ดินให้
หากไม่ทำอย่างนี้แล้ว เมื่อได้ที่ดินไป แต่ไม่มีความรู้ ผลก็คือไม่ประสบความสำเร็จ ที่ดินนั้นก็หลุดไปอยู่ในมือคนอื่น หรือเกษตรกรก็หลุดออกไปจากวงจรอาชีพเกษตร ซึ่งนั่นหมายถึงในอนาคตอันใกล้นี้ เราคงถึงจุดวิกฤติที่ขาดแคลนเกษตรกรกันแล้ว
เรื่องของที่ดินที่มีเหลืออยู่สำหรับทำการเกษตรในเมืองไทยนับวันจะลดน้อยลง และที่ดินที่มีอยู่ก็มักจะเสื่อมโทรมลงจนใช้ประโยชน์ต่อไปไม่ได้ ฉะนั้นหากทำการเกษตรโดยขาดความรู้และความสามารถในการจัดการด้วยแล้ว ยิ่งทำให้โอกาสประสบความสำเร็จลดน้อยลงไปอีก
ดังนั้น สิ่งที่ ส.ป.ก. กำลังทำในวันนี้ คือการไปจับมือกับวิทยาลัยเกษตร ซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ เพื่อทำหน้าที่ให้ความรู้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ ทั้งผ่านระบบการศึกษาปกติคือนักศึกษาระดับ ปวช. และปวส. และการอบรมว่าที่เกษตรกร คือคนที่อยากทำการเกษตรแต่ยังขาดความรู้ รวมทั้งในอนาคตนี้คงจะเริ่มมีการจับมือกับมหาวิทยาลัยที่มีการสอนด้านการเกษตร เพื่อสร้างความสามารถในการจัดการฟาร์มเกษตรให้ดีขึ้น
แสดงว่าตอนนี้ ส.ป.ก.กำลังเดินมาถูกทางแล้ว คือ จัดการหรือจัดหาที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการทำเกษตร การให้ความรู้แก่เกษตรกรรุ่นใหม่ รวมทั้งสร้างเสริมให้มีความสามารถในการจัดการ แต่ว่ายังขาดอยู่อีกเรื่องหนึ่งที่ยังไม่ค่อยเด่นชัดนัก คือเรื่องของเงินทุน
ทั้งนี้ หาก ส.ป.ก. สามารถเข้ามาดำเนินการให้ครบวงจร โดยหาทางจัดการเรื่องเงินลงทุนเริ่มต้นสำหรับการเริ่มทำเกษตรของผู้ที่ได้รับการจัดสรรให้ใช้ที่ดินของ ส.ป.ก. และเข้ามาดำเนินการด้านนี้ได้อย่างจริงจัง ก็จะทำให้ ส.ป.ก.สามารถพัฒนาการเกษตรในที่ดินของหน่วยงานตนเอง อย่างมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเหมือนเก้าอี้สี่ขาอย่างที่กล่าวมาข้างต้นครับ!
พีระเดช ทองอำไพ



