ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 14 มีค. 2553

คมเลนส์ส่องพระประจำวันอาทิตย์ 14 มีค. 2553

14 มี.ค. 2553

*** คมเลนส์ส่องพระ ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๑๔ มีนาคม ๒๕๕๓ วันที่ เศรษฐีคนหนีคุก ประกาศบุกยึดประเทศไทย เหตุการณ์จะบานปลายอย่างไร ก็มิทราบได้ เพราะต้นฉบับนี้เขียนส่งล่วงหน้า ก็ได้แต่ภาวนาขอให้ พระสยามเทวาธิราช, เทวดารักษาเมือง และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ได้โปรด

** สงบจิตสงบใจกันได้แล้ว ก็หันมาเข้าสนามพระกันต่อไป...วันก่อน พบหน้า เคารพ ระยับพันธุ์ คนหนุ่มสายเลือดใหม่ของวงการพระ เจ้าของคำพูดที่ว่า "ผมไม่อายใครที่จะบอกว่า ผมไม่ใช่คนดูพระเก่งกล้าสามารถแต่อย่างใด อาศัยว่า ผมจะซื้อพระจากคนที่เชื่อถือได้ และมีหลักประกันว่า เป็นพระแท้แน่นอน เท่านั้น หากมีปัญหาต้องรับคืนได้ตลอดเวลา..."  ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้ เคารพ ได้พระแท้พระสวยดูง่ายอยู่เสมอ และเมื่อนำไปขายให้ใครต่อ คนซื้อก็มีความสุข เพราะได้พระแท้แน่นอน ระยะนี้ เคารพ จึงตระเวนหาพระให้ลูกค้าอยู่เป็นประจำ ล่าสุดก็ได้ พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๑ หน้าตัก ๕ นิ้ว สภาพสวยสมบูรณ์ทุกซอกมุม ไม่มีชำรุดอุดซ่อมแต่ประการใด พระสภาพสวยระดับนี้ สนนราคาก็ต้องว่ากันถึงหลักแสนปลายๆ

** พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๑ ขุดพบในเมืองเชียงแสน (ปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งของ จ.เชียงราย) สันนิษฐานว่า ได้รับอิทธิพลมาจากพระพุทธรูปอินเดีย แบบปาละ ซึ่งพบแพร่หลายในภาคเหนือของไทย อันเป็นองค์ต้นแบบในการสร้าง พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๑ ยุคต้น พุทธลักษณะที่สำคัญ คือ รูปร่างทรวดทรงต้อ อวบอ้วน ใบหน้าค่อนข้างสั้น และกลม ริมฝีปากเล็ก คางยื่นเป็นปม หน้าอกนูนใหญ่ เม็ดพระศกเป็นก้นหอยใหญ่ จีวรบางแนบเนื้อ และที่สำคัญชายผ้าสังฆาฏิสั้น อยู่เหนือราวนมด้านซ้ายเล็กน้อย ปลายสังฆาฏิเป็นแบบปากตะขาบ (หางแซงแซว) องค์พระประทับนั่งปางมารวิชัย แบบขัดสมาธิเพชร ฐานบัวหงายชั้นเดียว ...ในสมัยต่อมา พุทธศิลป์ของ พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๑ ได้มีการพัฒนามาเป็น พระพุทธรูปเชียงแสน สิงห์ ๒ และ สิงห์ ๓ รวมทั้งแยกย่อยออกไปอีกหลายรูปแบบ

** เป็นคนเมืองสุพรรณ ก็ต้องมี พระเมืองสุพรรณ เป็นหลัก จะได้ไม่อายใคร และหากเป็นพระแท้สวยดูง่ายแล้วล่ะก็ ย่อมเป็นศักดิ์ศรีเจ้าของพระอีกด้วย ป๋อง สุพรรณ จึงต้องซื้อพระเมืองสุพรรณอยู่เสมอ โดยให้ราคาดี ไม่มีเอาเปรียบใคร ๒ วันก่อนหน้านี้ ก็ได้ พระผงสุพรรณ พิมพ์หน้ากลาง สวยคมชัดมาก จนปรากฏรายละเอียดบนใบหน้าอย่างชัดเจน ตัดขอบได้สัดส่วน ไม่เอนเอียง ด้านหลังนิ้วมือฤาษีก็เห็นชัด เรียกว่าเป็นพระฟอร์มสวยมากทีเดียว และแน่นอนว่า สนนราคาก็ต้องหลายล้านบาทขึ้นไป สมัยนี้จะโชว์พระสวยกันทั้งที ก็ต้องถ่ายภาพมาให้ชมครบ ๔ ด้าน เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาพระแท้องค์จริง เพราะขอบด้านข้างก็มีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว...

** แม้ว่าประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ จ.ชลบุรี จะคลุมเครือไม่ชัดเจน เพราะขาดหลักฐานต่างๆ ก็ตาม แต่เรื่องของ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ก็ยังได้รับความศรัทธาเชื่อถือมาโดยตลอด จนมีการเสาะแสวงหากันอย่างกว้างขวาง อีกทั้งการเช่าหาก็แพงเป็นเงินแสนเงินล้านขึ้นไป ทั้งนี้ก็ด้วยการอาศัยพิมพ์ทรงองค์พระ ตลอดจนเอกลักษณ์ต่างๆ ที่ปรากฏอยู่บนองค์พระ โดยเฉพาะ ความเก่าของเนื้อพระ ที่สมเหตุสมผล เพราะความเก่ากว่า ๑๐๐ ปี ย่อมจะบ่งบอกได้ถึงอายุขัย ไม่เช่นนั้นจะมีใครยอมเสี่ยงเสียเงินเป็นแสนเป็นล้าน เพื่อแลกกับพระปิดตาเล็กๆ เพียงองค์เดียว

นอกจากนี้ความศักดิ์สิทธิ์ในองค์พระ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้คนสนใจใน พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ด้วยความมั่นใจมาโดยตลอด...วันนี้ คมเลนส์ส่องพระ ได้รับภาพ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว พิมพ์ปั้น ยุคแรก แบบลอยองค์ มาจากท่านผู้อ่านจาก อ.วังเจ้า จ.ตาก คือ จ.ส.ต.สมหวัง กลิ่นสุคนธ์ พร้อมกับสำเนาใบประกาศนียบัตร ๓ ใบ จากงานประกวดพระที่พัทยา และงานประกวดพระที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ๒ งาน โดยพระองค์นี้ติดรางวัลชนะเลิศทั้ง ๓ งานดังกล่าว จ่าสมหวัง บอกว่า ตอนเอาพระไปส่ง กรรมการรับพระถามว่าจะปล่อยไหม ? และเมื่อตอนรับพระคืน กรรมการก็ถามอีกว่า เปิดราคาไหม ? เมื่อบอกว่าไม่ขาย เขาก็ฝากเบอร์โทรศัพท์เอาไว้ พร้อมกับบอกว่า หากจะออกเมื่อไร ขอให้โทรบอกด้วย

** และเมื่อ คมเลนส์ส่องพระ นำภาพ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว องค์นี้ให้ผู้สันทัดกรณีพระปิดตาพิจารณาดู ก็ได้รับคำตอบยืนยันว่าเป็น พระแท้ แน่นอน จึงได้นำภาพมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมเป็นวิทยาทาน ** จ่าสมหวัง บอกว่า บ้านเดิมอยู่ที่เมืองชลบุรี ก๋ง เป็นคนจีน อพยพจากเมืองจีน มาขึ้นฝั่งที่เมืองชล มีครอบครัวและลูกหลานหลายคน พระปิดตาองค์นี้ก๋งได้รับมาจากใครไม่แน่ชัด ต่อมาได้ตกทอดมาถึง เตี่ย และตกทอดมาถึง  จ่าสมหวัง ได้เก็บรักษาอยู่นานปี จึงได้นิมนต์ไปส่งประกวด และได้รับรางวัลชนะเลิศดังกล่าว  รู้สึกดีใจมาก ที่มีพระแท้และมีราคาแพง

** ตามคำบอกเล่าของคนรุ่นเก่า พระปิดตาพิมพ์ปั้น เป็นพระยุคแรกๆ ที่ หลวงพ่อแก้ว สร้างก่อนพิมพ์หลังแบบ ขนาดองค์พระ ๑.๙x๒.๒ ซม.ใต้ฐานเจาะเป็นรู เพื่อบรรจุเม็ด ผงพุทธคุณ อย่างแน่นหนา แกะเอาออกไม่ได้ ผงพุทธคุณนี้มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเมตตามหานิยมสูงมาก คนรุ่นเก่านิยมฝนเอาผงพุทธคุณนี้ไปผสมน้ำให้ผู้หญิงดื่มกิน ทำให้หญิงผู้นั้นหลงรักชายที่ให้ดื่มกินน้ำนั้นมากจนหลงใหล เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เกิดความเสียหายในแวดวงคนเมืองชลมาก ภายหลังเมื่อหลวงพ่อทราบเรื่องนี้ จึงได้เลิกสร้าง พระปิดตาพิมพ์ปั้น หันมาสร้าง พระปิดตาพิมพ์หลังแบบ แทน และไม่มีเม็ดผงพุทธคุณติดไว้กับองค์พระแต่ประการใด ส่วนจะนำผงพุทธคุณนั้นผสมในเนื้อพระหรือไม่ ไม่มีใครทราบได้ เรื่องนี้ท่านที่มี พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว น่าจะลองพิสูจน์ดูก็ได้ แต่ต้องมีความรับผิดชอบในการกระทำของตนเองด้วยก็แล้วกัน

**  พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว องค์นี้ จ่าสมหวัง บอกว่า ส่งมาให้ คมเลนส์ส่องพระ โดยเฉพาะ เพื่อเป็นการ เปิดตัวเป็นครั้งแรก ในคอลัมน์นี้...ขอขอบพระคุณ ** พระปิลันทน์ วัดระฆัง ธนบุรี เป็นพระเนื้อผง ผสมใบลานเผา องค์พระออกสีเทาเข้ม มีเม็ดเล็กๆ สีขาว ปะปนอยู่ในเนื้อพระ ซึ่งมีความแห้งแข็งแกร่งมาก มีความแน่นตัว เนื้อพระละเอียด และมีคราบกรุเป็นไขขาว ปกคลุมตามองค์พระ พระส่วนใหญ่บรรจุกรุ และมีบางส่วนที่ไม่ได้บรรจุกรุ (มีน้อย) ผู้สร้าง พระปิลันทน์ คือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัด เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา) เจ้าอาวาสวัดระฆัง รูปต่อจาก สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นพระที่สร้างในสมัยที่ สมเด็จฯ ทัด ทรงสมณศักดิ์ที่ พระพุทธบาทปิลันทน์ ชาวบ้านที่ได้รับแจกจากพระหัตถ์ในสมัยนั้น ต่างจึงเรียกว่า พระปิลันทน์ ฝีมือสกุลช่างหลวง สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีหลากหลายพิมพ์ ที่นิยมกันมาก คือ พิมพ์ซุ้มประตู พิมพ์ครอบแก้วใหญ่-ครอบแก้วเล็ก พิมพ์สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์ พิมพ์เปลวเพลิงใหญ่-เปลวเพลิงเล็ก ฯลฯ แต่ที่หายากสุดๆ คือ พิมพ์ปิดตา เพราะพบเห็นไม่บ่อยนัก แสดงว่ามีจำนวนสร้างน้อย องค์ในภาพนี้นับว่าเป็นพระฟอร์มสวยมาก ทั้งพิมพ์ทรงองค์พระ และเนื้อหามวลสารที่ดูง่าย น่ารักมาก เป็นพระของ ลาภ รามอินทรา นักธุรกิจหนุ่ม เพิ่งหันมาสะสมพระ  อาศัยว่ามีเงินหนา จึงหาเช่าแต่พระหลักยอดนิยมเท่านั้น และจากคนที่น่าเชื่อถือ จึงมั่นใจได้ว่าเป็นพระแท้แน่นอน

** หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม นับเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีวิชาอาคมอันหลากหลาย ดังจะเห็นได้ว่า ท่านได้สร้างพระเครื่องรางของขลัง เอาไว้มากมาย ครบทุกรูปแบบ รวมทั้งพระบูชาก็มีการสร้าง วัตถุมงคลทุกชนิดล้วนมีความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ มีประสบการณ์มาก จนมีการแสวงหากันอย่างกว้างขวาง ส่งผลให้ราคาเช่าหาพุ่งแพงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดยั้ง เรียกได้ว่าเป็น ของดีในตัวเอง ที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากกระแสนิยมเพราะการ ปั่นราคา กันแต่อย่างใด ขณะเดียวกัน ก็มีการจัดพิมพ์หนังสือประวัติและวัตถุมงคลหลวงปู่บุญ วางขายไปแล้วหลายเล่ม และที่กำลังจะออกมาอีกก็หลายเจ้า สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเผยแพร่เกียรติคุณของหลวงปู่อย่างแท้จริง...วันนี้จึงขอนำภาพ เหรียญรุ่นแรก ของ หลวงปู่บุญ มาให้ชมเป็นวิทยาทาน คือ เหรียญพระพุทธชินราช รุ่นแรก เนื้อเงิน โดยที่เหรียญนี้ไม่มีตัวหนังสือไทยแต่อย่างใดเลย มีแต่ยันต์และอักขระขอมเท่านั้น ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในวงการพระ มองผ่านไปผ่านมาก็ไม่ทราบว่า เป็นเหรียญของหลวงปู่หลวงพ่อท่านใด ? เหรียญประเภทนี้มีเสน่ห์ที่น่าสนใจ  ชวนให้ศึกษาหาข้อมูลต่อไปว่า เป็นเหรียญสำนักไหน ? สำหรับผู้ที่อยู่ในวงการพระ คงไม่มีปัญหา เพราะเห็นแล้วก็ทราบได้ทันที แม้ว่า เหรียญพระพุทธชินราช จะมีการสร้างออกมาหลายวัดหลายอาจารย์ก็ตาม

** เหรียญพระพุทธชินราช เนื้อเงิน อันนี้ออกแบบได้สวยงามอลังการมาก  คมชัดในทุกมุมมอง แม้แต่จมูกก็ยังไม่บุบแบนแต่ประการใด นับว่าผู้เก็บรักษาได้ทนุถนอมเป็นอย่างดีมาโดยตลอด เป็นเหรียญของ เลิศ สุพรรณ เช่ามาในราคาหลักล้าน ** ยังคงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ พระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ทุกรุ่น ราคาขึ้นหลักหมื่นเกือบหมดแล้ว แม้แต่เหรียญ สช.หรือเหรียญรุ่นพิเศษ ที่เคยซื้อขายกันที่หลักพันต้นๆ เวลานี้หาไม่ได้แล้ว ต้องเป็นหมื่นขึ้นไป สำหรับท่านที่จะหาชนิดหลักพันก็มีเพียง เหรียญสตางค์ ตอกโค้ดระฆัง เท่านั้น ที่ยังพอหาได้

** เหรียญหลวงพ่อพรหม รุ่นแรก ปี ๒๕๐๗ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์รูปไข่ (สร้างประมาณ ๓,๐๐๐  เหรียญ) และ พิมพ์กลม (สร้างประมาณ ๕๐๐ เหรียญ) เช่าหากันที่หลักแสนต้นถึงแสนกลาง ในภาพนี้เป็นเหรียญของ เลิศ สุพรรณ ผู้สนใจพระยอดนิยมทุกชนิด หากแท้และสวยเป็นต้องซื้อทันที ** ผ่านไปทางร้านของ มหา แม่กลอง ผู้ชำนาญเรื่องเหรียญพระ เห็นในตู้มี เหรียญหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ มากมายหลายรุ่นหลายเหรียญ โดยมีลูกค้ามุงกันเต็มตลอดเวลา เพราะราคาไม่แพง และรับประกันให้ด้วย วันนี้จึงได้ภาพมาให้ชม ๑ องค์ พระหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ หลังเตารีด พิมพ์ใหญ่ เนื้อทองผสม ปี ๒๕๐๕ โดยทั่วไปเช่าหากันที่หลักแสนต้นๆ แต่องค์นี้ มหา แม่กลอง บอกว่าไม่ได้เปิดราคา นัยว่าถ้าถึงหลักล้านเมื่อใด ค่อยมาว่ากัน

** มหา แม่กลอง เป็นชาวอัมพวา จ.สมุทรสงคราม เคยบวชเป็นพระอยู่กับ หลวงพ่อหยอด วัดแก้วเจริญ ผู้เป็นศิษย์ หลวงปู่ใจ วัดเสด็จ ** ฉายา มหา แม่กลอง ที่ชาววงการพระเรียกกันนั้น ก็เพราะว่าพูดจาช้าๆ ชัดๆ แบบพระเทศน์ เลยเรียกว่า มหา ทั้งๆ ที่ตอนบวชก็ไม่ได้สอบนักธรรมบาลีแต่ประการใด แต่เรื่องพระเครื่องแล้วละก็ แม่นยำมาก เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายในการแข่งขัน แฟนพันธุ์แท้ พระเครื่อง มาแล้ว

** ปิดท้ายวันนี้ด้วย พระราหู กะลาแกะ ของ หลวงพ่อน้อย วัดศีรษะทอง จ.นครปฐม ผู้ปลุกเสก พระราหู ได้อย่างดีเลิศประเสริฐสุดๆ จนกลายเป็นตำนานด้านนี้ ใครดวงไม่ดี ทำอะไรติดขัดไปหมด ก็ต้องแขวน พระราหู หลวงพ่อน้อย แล้วอะไรๆ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเรื่อยๆ พระราหู หลวงพ่อน้อย แกะจากกะลาตาเดียว ที่เชื่อกันว่าเป็นของวิเศษในตัว ดีทางแคล้วคลาดมหาอุด และเมตตามหานิยม ฝีมือการแกะเป็นของชาวบ้าน ผู้มีความสามารถมาก จึงแกะลายต่างๆ บนกะลาได้อย่างละเอียด และงดงามจริงๆ ชิ้นที่เห็นนี้เลี่ยมเงินจับขอบแบบโบราณ สร้างความเข้มขลังน่าเลื่อมใสยิ่งขึ้น เจ้าของคือ เสี่ยประชา ชัยรัตน์ เจ้าของโรงงานน้ำตาลอุดรธานี นักสะสมพระเครื่องรางของขลังระดับแนวหน้า ผู้ชื่นชอบพระยอดนิยมทุกชนิด โดยคัดเฉพาะของสวยดูง่ายเป็นหลัก ** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ ทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขอขอบพระคุณ...ทุกความห่วงใยที่มอบให้ชาว คม ชัด ลึก ด้วยดีมาโดยตลอด...นะมัสเต ***