ไลฟ์สไตล์

เด็กไทยโภชนาการดีกินผักอย่างน้อยมื้อละ4 ช้อน

เด็กไทยโภชนาการดีกินผักอย่างน้อยมื้อละ4 ช้อน

14 มี.ค. 2553

ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยมีพฤติกรรมการกินที่ไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเพราะเด็กๆ ให้ความสนใจกับอาหารที่ผลิตจากระบบอุตสาหกรรม ที่ชักจูงด้วยรูป รส กลิ่น สี เช่น ขนมกรุบกรอบ อาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำหวาน น้ำอัดลม ฯลฯ จนละเลยการกินผัก

ผลไม้ รวมทั้งอาหารจากธรรมชาติอื่นๆ จนมีแนวโน้มว่า ปัญหาการกินไม่ถูกต้องจะมากขึ้นเรื่อยๆ ผลกระทบตามมา คือ ภาวะโภชนาการไม่สมดุล น้ำหนักและส่วนสูงไม่เป็นไปตามเกณฑ์ และในที่สุดก็จะส่งผลโดยตรงต่อสติปัญญาของเด็กไทย

ดังนั้นกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข จึงร่วมกับบริษัท ไฮคิว ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ "ตราโรซ่า" ปลุกนิสัยเด็กไทยให้หันมาสนใจกินอาหารอย่างถูกสัดส่วน เน้นให้ความรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติในแนวลึกอย่างครบวงจร ตั้งแต่โรงเรียน ครอบครัว รวมถึงเด็กนักเรีบน จัดประกวด "เมนูสีเขียวครอบครัวสุขภาพดีโรซ่า (GReen Menu Recipe Contest 2009) ในงาน "โรซ่า เฮลตี้ เดย์ 09" รวมทั้งมีการประกาศผล โครงการประกวดแผนส่งเสริมโภชนาการดีอย่างยั่งยืนในโรงเรียน มีโรงเรียนที่เข้าร่วมถอดบทเรียนครั้งนี้จาก 3 จังหวัด คือ ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย รวมทั้งสิ้น 23 โรงเรียน ณ หอประชุม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี

อาจารย์สง่าดามาพงษ์ นักวิชาการสาธารณสุขผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข  กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้เด็กไทยหันมาบริโภคผักให้ได้ 4 ช้อนกินข้าวในแต่ละมื้ออาหาร และกินอาหารให้ถูกสัดส่วนตามหลักโภชนาการตามเจตนารมณ์ของกรมอนามัย เชื่อว่าจะช่วยให้เด็กไทยกินผักอย่างน้อย 12 ช้อนกินข้าว แต่ตอนนี้ เด็กไทยกินผักเพียงวันละประมาณ 1 ช้อนครึ่งต่อวันเท่านั้น บางคนไม่ได้กินข้าวเช้า บางคนกินอาหารกลางวันที่ไม่มีคุณค่า โดยตั้งเป้าว่า เด็กไทยมีโภชนาการดี กินผักอย่างน้อยมื้อละ 4 ช้อนกินข้าว และกินอาหารถูกสัดส่วน เป็นรูปธรรมให้ได้

ด.ญ.ชนินาถกองแสน (น้องหลิน) อายุ13 ปี นักเรียนพิการหูหนวก ชั้น ป.5 โรงเรียนโสตศึกษา จ.ขอนแก่น ที่เข้าประกวดเมนูอาหาร กล่าวผ่านคุณครูสิริพร ระวีกุล ว่า โรงเรียนจะเป็นคนคิดเมนูอาหารให้เด็ก เช่น เต้าหู้ไข่ใส่ผัก ปกติเป็นคนชอบกินผักมากๆ จะชวนเพื่อนๆ ที่อยู่ประจำด้วยกันปลูกผักที่โรงเรียนด้วย นอกจากนี้ ยังชวนเพื่อนๆ มากินผักด้วยกัน เพื่อนที่ไม่ชอบกินผัก ก็ชวนมาปลูกผักก่อน จากนั้น ก็ชวนให้กินผักที่ปลูกเอง เพื่อนก็กินได้ แล้วก็ชวนเพื่อนๆ มาคิดเมนูอาหารในแต่ละมื้อว่า จะกินอะไรกันบ้าง แล้วนำไปบอกให้แม่ครัวทำให้กิน จนเดี๋ยวนี้ เพื่อนๆ ชอบกินผักมากขึ้น

ด้านด.ญ.นริศรา ดอนมณี (น้องแอ๋ม) อายุ 11 ปี ชั้น ป.5 โรงเรียนโพธิเสนวิทยา จ.หนองคาย บอกว่า พ่อแม่ช่วยดัดแปลงเมนูอาหารให้น่าสนใจ และน่ากินมากขึ้น เช่น แกงจืดเต้าหู้ลูกเต๋า ก็จะนำผักมาหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า ที่โรงเรียนก็จะชวนเพื่อนๆ มากินผักตามคู่มือแนะนำการกินผัก และกินอาหารในแต่ละมื้อว่า มีประโยชน์อย่างไร ช่วยให้สุขภาพแข็งแรงอย่างไร โดยเด็กๆ จะจดเมนูอาหารที่กินในแต่ละมื้อ แล้วมาคำนวณค่าตามสูตร ถ้าได้คะแนนตรงตามเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะถือว่า ประสบความสำเร็จในการกินผัก ได้เป็น คุณหนูรักผัก

ด.ญ.ศิริลักษณ์ทองจบ (น้องจ๋า) อายุ 12 ปี ชั้น ป.6 โรงเรียนอนุบาลดารณีท่าบ่อ จ.หนองคาย เล่าว่า ดัดแปลงเมนูอาหารให้น่าสนใจมากขึ้น เช่น ทำผักน้ำค้าง วิธีการทำเหมือนทำพะโล้ โดยนำผักหลายๆ ชนิดมาต้มกับน้ำพะโล้ แล้วนำไปตุ๋น ผึ่งให้เย็น แล้วนำไปแช่ตู้เย็นก่อนกิน จะทำให้กินผักได้ง่ายขึ้น ที่โรงเรียนจะมีกิจกรรมรณรงค์และดึงดูดให้กินผักเช่น แข่งขันกันกินผักแล้วแจกของรางวัล และพยายามบอกเพื่อนๆ ว่า ผักมีประโยชน์อย่างไร กินแล้วสุขภาพแข็งแรง

นอกจากการถอดบทเรียนกับโครงการสุขภาพดีด้วยคุณค่าจากธรรมชาติแล้ว แต่ละโรงเรียนก็นำผลงานของนักเรียนที่ทำขึ้นเพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนหันมากินผักให้มากขึ้น ประกวด "เมนูสีเขียว ครอบครัวสุขภาพดีโรซ่า" ที่ให้ผู้เข้าประกวดทีมละ 2 คน จะเป็น พ่อหรือแม่ กับลูก หรือครูกับนักเรียน มาลงมือทำอาหารที่มีผัก 3 สี ผักพื้นบ้าน และปลากระป๋องโรซ่า เป็นวัตถุดิบหลัก ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ และเงินรางวัล

จะเป็นการดีไม่น้อยหากการรณรงค์โครงการสุขภาพดีได้ทำควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้เด็กไทยเลิกกินหวาน เลิกกินมัน เลิกกินขนมกรุบกรอบ เลิกกินน้ำอัดลม โรงเรียนต่างไม่ขายน้ำอัดลมในโรงเรียน เชื่อว่าจะทำให้เด็กไทยสุขภาพดีถ้วนหน้าได้อีกทางหนึ่ง