ไลฟ์สไตล์

ผลิตกระเป๋าผ้าไทยสไตล์ฝรั่งป้อนตลาดหลัก "ไต้หวัน-ดูไบ"

ผลิตกระเป๋าผ้าไทยสไตล์ฝรั่งป้อนตลาดหลัก "ไต้หวัน-ดูไบ"

13 มี.ค. 2553

แม้ครั้งหนึ่ง "ปณิชา เจยเสนานนท์" กรรมการผู้จัดการบริษัท แอบโซลูท จำกัด จะประสบความล้มเลวในธุรกิจการ์เม้นท์ อันเนื่องมาจากพิษเศรษฐกิจฟองสบู่แตก แต่ด้วยประสบการณ์จากการเย็บผ้านั่นเอง เธอจึงเปลี่ยนเข็มทิศใหม่

สู่วงการผลิตกระเป๋าสารพัดชนิดจากผ้าไทย ทำเป็นรูปทรงตะวันตก หรือสไตล์ฝรั่ง ภายใต้เครื่องหมายการค้า "เจ.ที.ที.คอทตอนเฮ้าส์" เน้นส่งตลาดต่างประเทศ มีตลาดหลักที่ไต้หวัน ดูไบ และญี่ปุ่น ในแต่ละเดือนมีเงินหมุนเวียนในการส่งออกตกเดือนละ 2-3 ล้านบาท ล่าสุดกำลังเจรจากับประเทศแถบตะวันออกกลาง ปณิชา เล่าว่า ก่อนที่จะมาจับธุรกิจผลิตกระเป๋าผ้าไทย ชีวิตเริ่มต้นจากธุรกิจเย็บเสื้อหรือการ์เม้นท์ โดยการเปิดโรงงานเย็บผ้ารับจ้างเย็บผ้าเป็นแบรนด์ต่างประเทศมาตั้งแต่ปี 2536 มีโรงงานอยู่ที่หมู่บ้านเมืองทอง 2/1 ถนนพัฒนาการ แขวงประเวศ เขตประเวศ กรุงเทพฯ ทำได้ 4 ปีเกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่รู้จักในนามเศรษฐกิจฟองสบู่แตก ทำให้ลูกค้าหายไป บางรายส่งงานให้เรียบร้อยแล้ว แต่ไม่โอนเงินมาให้ พอดีช่วงปี 2540 มีนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นมาเสนอให้เย็บกระเป๋าสะพาย และกระเป๋าหิ้วครั้งแรกราว 1,000 ใบ จึงอาศัยประสบการณ์จากการเย็บผ้ามาก่อน จึงเรียนการเย็บกระเป๋าไม่ยากนัก หลังส่งมอบชุดแรกจึงมีออเดอร์มาอีกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงมองว่าการเย็บกระเป๋าน่าจะเป็นหนทางที่ดีกว่า หลังจากรับออเดอร์เย็บกระเป๋าจากต่างประเทศมา 3 ปี ปณิชา มองว่าน่าจะเปิดตลาดในเมืองไทยด้วย จากนั้นจึงเปิดร้านโชว์รูมแห่งแรกในห้างสรรพสินค้าพาต้า อินทรา (ประตูน้ำ) ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวของชาวต่างชาติปรากฏว่าขายดีมาก จึงขยายโรงงานเดิมจาก 1 คูหา มาเป็น 2 คูหา และขยายไปเรื่อยๆ จนปัจจุบันมี 6 คูหา พร้อมกันใช้พื้นที่ชั้นล่างของตึกเป็นออฟฟิศ และโชว์รูมแห่งที่สองสำหรับเป็นที่จำหน่ายกระเป๋า ชั้นบนของตึกจะเป็นโรงงานเย็บ ห้องออกแบบ ห้องตรวจสอบคุณภาพ(คิวซี) มีพนักงานทั้งหมดกว่า 100 คน นอกจากนี้ยังขยายโชว์รูมอีกแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าแพลทินั่ม ถนนเพชรบุรี ย่านประตูน้ำ กระทั่งปี 2552 ได้ขยายโชว์รูมที่ห้างสรรพสินพาต้าเดิมมาอยู่หน้าล็อบบี้ของโรมแรมอินทรา ประตูน้ำอีกด้วย "ตอนนี้สินค้าประเภทประเป๋าของเราทั้งหมดมีกว่า 1,000 แบบ มีตั้งแต่กระเป๋าใส่เงิน กระใส่เครื่องสำอาง กระเป๋าหิ้ว กระเป๋าสะพาย จนถึงกระเป๋าเดินทางที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละแบบนั้นล้วนแต่ผลิตจากผ้าไทยทั้งหมด มีผ้าชนิดต่างๆ อาทิ คอตตอน ซาติน ผ้าดิบ รวมถึงผ้าไหมไทยด้วย แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นผ้าซาติน ซึ่งเป็นไยสังเคราะห์ เนื้อผ้าจะแวว เวลาสกปรกจะทำความสะอาดง่าย แต่รูปทรงของกระเป๋าเราดีไซน์เป็นสไตล์ฝรั่ง เราติดยี่ห้อ หรือแบรนด์เป็นของตัวเองคือ เจ.ที.ที.คอทตอนเฮ้าส์ ในแต่ละเดือนเราผลิตเป็นหมื่นๆ ชิ้น ส่วนหนึ่งส่งออกต่างประเทศ อีกส่วนหนึ่งขายในประเทศไทย" ปณิชา กล่าว ด้าน ลัดดาวัลย์ แซ่เจีย ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บอกว่า ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าไทยแบรนด์ เจ.ที.ที.คอทตอนเฮ้าส์ เป็นสินค้าที่เน้นตลาดบน ซึ่งส่วนใหญ่เน้นตลาดต่างประเทศ 70% จากผลิตภัณฑ์ทั้งหมด มีมูลค่าในการส่งออกตกเดือน 2-3 ล้านบาท ตลาดหลักประเทศไต้หวัน 50% ตามด้วยดูไบ 20% ที่เหลือเป็นญี่ปุ่น และจีน ล่าสุดที่กำลังเจรจามีประเทศแถบตะวันออกกลางด้วย แต่ยังไม้ได้ลงนามอยู่ในขั้นตอนเจรจา ที่เหลืออีก 30% ขายในประเทศไทย เน้นขายที่โชว์รูมทั้ง 3 แห่ง นอกจากนั้นยังมีกลุ่มพ่อค้ารายย่อยที่รับไปขายต่อ สินค้ามีตั้งแต่ขนาดเล็กเป็นกระเป๋าเงินราคาใบละ 10 บาท ยันถึงประเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ราคาใบละ 1,200 บาท แต่ที่ขายดีที่สุดเป็นกระเป๋าหิ้ว และกระเป๋าสะพายของผู้หญิงที่มีราคาระหว่าง 300-400 บาท "ตลาดไต้หวันส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าขนาดกลาง ที่เป็นกระเป๋าหิ้ว หรือสะพาย คนไต้หวันชอบสีทึบๆ เช่น สีเทา สีดำ แต่ถ้าเป็นดูไบชอบกระเป๋าขนาดใหญ่ เช่น กระเป๋าเดินทาง เน้นสีสันฉูดฉาด เช่นแดง น้ำเงิน และกระเป๋าที่สีลวดลายเป็นต้น ทั้งสองประเทศนี้ขายง่าย แต่ถ้าเป็นญี่ปุ่นจะเน้นในด้านของคุณภาพเป็นหลัก มีการตรวจอย่างละเอียดยิบ การเย็บต้องเป็นไปตามสเปกที่ญี่ปุ่นกำหนดทุกอย่าง ชนิดที่พลาดไม่ได้เลย" ลัดดาวัลย์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ลัดดาวัลย์ ยอมรับว่า ในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจโลกตกต่ำ อย่างปี 2551-2552 ยอดการส่งออกหายไปกว่า 20% ปีนี้เริ่มดีขึ้น แต่เจอปัญหาทางการเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง ส่งผลให้ยอดขายตกด้วย แต่ภาพรวมในปี 2553 ยอดขายดีกว่าปีที่แล้ว และมีแนวโน้มจะดีขึ้นเรื่อยๆ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกเชื่อว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น และส่งผลให้ยอดขายกระเป๋าผ้าไทยสไตล์ฝรั่งยอดจะเพิ่มขึ้นตามด้วย ผลิตภัณฑ์กระเป๋าผ้าไทยสไตล์ฝรั่งภายใต้แบรนด์ เจ.ที.ที.คอทตอนเฮ้าส์ นับเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพที่ต่างประเทศให้การยอมรับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เป็นการสร้างชื่อเสียงให้สินค้าไทยในต่างแดนได้เป็นอย่างดี มาทำกระเป๋าผ้าใส่เครื่องอาง การทำกระเป๋าจากผ้าไทยสไตล์ฝรั่ง สำหรับใส่เครื่องสำอาง มีกรรมวิธีที่ไม่ยุ่งยากมากนัก หากใครสนสนใจสามารถทำเองได้ดังนี้ 1.หาซื้อผ้าซาตินตามสีที่ต้องการ ขนาด 1 หลา ทำกระเป๋าใส่เครื่องสำอางขนาดยาว 18 ซม.สูง 12.5 ซม.กว้าง 6.5 ซม. ได้ 4 ใบ 2.เมื่อได้ผ้ามาแล้วให้ตัดผ้า ตัดใหญ่กว่าขนาดของกระเป๋าเล็กน้อยคือยาว 35 ซม.สูง 23 ซม.กว้าง 12 ซม. 3.เอาผ้ามากาง แล้วตีตาราง เพื่อจุดที่จะเย็บและทั้งสองข้างให้เท่ากัน 4.เมื่อเย็บให้ใส่ฟองน้ำขนาดเท่ากระเป๋า จากนั้นใช้พลาสติกเป็นซับใน แล้วเย็บให้เข้ากัน 5.จากนั้นมาใส่ซิป เป็นอันว่าเสร็จขั้นตอน ดลมนัส กาเจ