ไลฟ์สไตล์

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 13 มีค. 2553

คมเลนส์ส่องพระประจำวันเสาร์ที่ 13 มีค. 2553

13 มี.ค. 2553

*** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้...มาพบกันท่ามกลางความร้อนระอุของดินฟ้าอากาศ และความร้อนเร่าในเหตุการณ์บ้านเมือง ที่มีผู้ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ต้องการให้เกิดความรุนแรงเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการล้มล้างสถาบันสำคัญของชาติ

 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ คนหนีคุก ถูกยึดทรัพย์ ได้กลับมาเสวยสุข เป็นใหญ่ในแผ่นดินนี้อีกครั้งหนึ่ง...ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่ ผู้มีความจงรักภักดีใน สถาบันชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์...จะยอมให้เกิดขึ้นไม่ได้

** ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ณ สถานการณ์เช่นนี้ วงการพระเครื่อง ก็ต้องพลอยได้รับความเดือดร้อนไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ช่วงวันเวลาที่ผ่านมา สนามพระแต่ละแห่งจึงมีแต่ความซบเซา วิเวกวังเวง ต่างนั่งมองตากันปริบๆ ด้วยความอ่อนระโหยโรยแรงไปตามๆ กัน จะมีการซื้อขายกันบ้างก็เฉพาะแต่ร้านพระใหญ่ๆ ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นขาประจำ ผู้มากมีด้วยเงินทอง เหลือกินเหลือใช้ ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไรดี ก็เลยเอามาซื้อพระดีกว่า เพราะนานวันไปก็จะมีแต่กำไรลูกเดียว ดีกว่าเอาไปลงทุนเล่นหุ้น เล่นการพนัน หรือลงทุนค้าขายอย่างอื่น เพราะมีความเสี่ยงมากกว่ากัน

** จะว่า เงียบ เสียเลยก็ไม่ถูกนัก เพราะช่วงที่ผ่านมามี ร้านพระแห่งใหม่ (โดยเซียนเก่า) พากันขึ้นไปเปิดร้านใหม่บนชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน (ชมรมพระเครื่องมรดกไทย) กันหลายร้าน เริ่ม อ.อ้า สุพรรณ เปิดร้านทางโซนใหม่ ติดกับร้านของ เวกัส ไปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาอีกไม่กี่วัน หนึ่ง ท่าพระจันทร์ พี่ชายของ บอย ท่าพระจันทร์ ก็ได้ร้านติดกัน ได้ฤกษ์เปิดร้านแล้วเช่นกัน และในเร็วๆ นี้ หมึก ท่าพระจันทร์ ดามพ์ สุพรรณ กับ แดง รามอินทรา จะทยอยเปิดร้านใหม่ บนโซนใหม่แห่งนี้อีก ๓ ร้าน ขณะนี้กำลังตกแต่งร้านกันอยู่ สรุป ณ วันนี้ร้านพระกำลังยึดพื้นที่ร้านซีดี ร้านโทรศัพท์มือถือ ฯลฯ บนชั้น ๓ นี้ไปเรื่อยๆ จนน่าจะหมดฟลอร์ นับเป็นการ เอาคืน เมื่อ ๒๐ ปีก่อน ที่แผงพระบนห้างพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ถูกรุกรานด้วยร้านขายซีดีที่ขายดีกว่า ทำให้แผงพระต่างๆ ต้องอพยพหลบหนี จนมาได้ทำเลดีที่ชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน แห่งนี้ ซึ่งเป็น สนามพระติดแอร์ใหญ่ที่สุดในเมืองไทย จากการบริหารของ พยัพ คำพันธุ์ ต้อย เมืองนนท์ และทีมงาน

** คมเลนส์ส่องพระ วันนี้ขอเริ่มกันที่ ... หลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง (พระอารามหลวง) จ.พิจิตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่มีพุทธลักษณะอันงดงามยิ่งองค์หนึ่งของเมืองไทย ศิลปะสมัยเชียงแสนยุคแรก หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์  ปางมารวิชัย ขัดสมาธิเพชร ชายสังฆาฏิสั้นเหนือพระอุระ หน้าตักกว้าง ๒ ศอก ๑ คืบ ๖ นิ้ว สูง ๓ ศอก ๓ นิ้ว สร้างในระหว่าง พ.ศ.๑๖๖๐-๑๘๘๐ กิตติศัพท์ความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่องลือกันอย่างกว้างไกล ในแต่ละวันจึงผู้คนไปกราบไหว้สักการะองค์ หลวงพ่อเพชร ไม่ขาดสาย ที่นี่จึงมีวัตถุมงคลให้ทำบุญบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลโดยทั่วกัน สำหรับ เหรียญรุ่นแรก สร้างเมื่อพ.ศ.๒๔๗๒ เป็นเหรียญเสมา เนื้อทองแดงกะไหล่ทอง ศิลปะการออกแบบคลาสสิคมาก สวยคมชัดสภาพเดิมๆ ทุกอย่าง เหรียญแชมป์ระดับนี้ บอย ท่าพระจันทร์ เจ้าของเหรียญถึงได้บอกว่า ฝากมา โชว์ เท่านั้น ไม่ขาย

** ทางด้าน ชาติ วิศิษฏ์สรอรรถ ผู้เขียนเรื่อง พระเนื้อชิน หน้าพระเครื่อง คม ชัด ลึก ทุกวันพุธ นอกจากจะสะสมพระกรุพระเก่าที่สร้างด้วยเนื้อชินโดยเฉพาะแล้ว ยังชื่นชอบในการสะสม พระพุทธรูปเก่า เทวรูปเก่า จากเมืองนอกอีกด้วย โดยเฉพาะจากเมืองจีน และทิเบต มีหลากหลายศิลปะ ซึ่งจะได้นำภาพมาให้ชมเป็นวิทยาทานในโอกาสต่อไป และวันนี้ขอนำเสนอให้ชมก่อน ๑ องค์ คือ พระพิฆเนศ ปางฟ้อนรำ ศิลปะเนปาล ซึ่งมีการออกแบบแตกต่างไปจากศิลปะของชาติอื่นๆ หากศึกษาค้นคว้าให้ดี จะพบว่า พระพิฆเนศ มีการสร้างโดยชนชาติต่างๆ มากมาย หากจะชมองค์จริงกันอย่างครบถ้วน ก็ต้องไปที่ พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศเชียงใหม่ ซึ่งมี พระพิฆเนศ จากทั่วทุกมุมโลก กว่า ๑ พันองค์ สอบถามโทร.๐-๕๓๒๖-๙๑๐๑, ๐๘-๙๘๕๕-๕๘๕๒ หรือที่ www.ganeshmuseum.com หรือ http://www.siamganesh.com พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ที่ถนนเชียงใหม่-ฮอด (อินทนนท์) หลัก กม.๓๕ ต.ยางคราม กิ่ง อ.ดอยหล่อ (เขตติดต่อ อ.สันป่าตอง) จ.เชียงใหม่...สร้างขึ้นโดย อ.ไมค์-ปัณฑร ทีรคานนท์ ผู้รอบรู้เรื่องของ พระพิฆเนศ เทพแห่งความสำเร็จองค์นี้อย่างดีที่สุด

** ยังคงขยันเก็บพระสวยๆ งามๆ เอาไว้เสมอ ฐกร บึงสว่าง ผู้บริหาร บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง ได้ส่งภาพมาให้คอลัมน์เป็นประจำ วันนี้ก็ได้ภาพ พระกริ่งคลองตะเคียน พิมพ์หน้าใหญ่ไหล่ยก สวยคมชัด เนื้อจัด ปลายด้านบนบิ่นเล็กน้อย เป็นรอยบิ่นเดิมมาจากในกรุ องค์พระมีลงรักเก่า ยันต์หลังเดินเต็มครบสูตร เป็นพระแท้ดูง่ายๆ ไร้อุดซ่อม...พระกริ่งคลองตะเคียน เป็นพระสมัยอยุธยา ล้อพิมพ์พระคง ลำพูน แต่มีความแปลกตรงที่เป็นพระเนื้อผงว่าน ที่มีการบรรจุ เม็ดกริ่ง เอาไว้ในองค์พระ โดยทั่วไป พระกริ่ง ส่วนใหญ่จะต้องเป็นเนื้อโลหะเท่านั้น

** เครื่องรางของขลัง ที่ถือเป็นภูมิปัญญาของพระเกจิอาจารย์ไทยมาตั้งแต่โบราณอย่างหนึ่งก็คือ ตะกรุด โดยเฉพาะของพระเกจิอาจารย์ยุคเก่า มีการเช่าหากันถึงหลักแสนขึ้นไป อย่างเช่น ตะกรุดหลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง จ.พิจิตร ซึ่งเป็นที่นิยมของนักสะสมเครื่องรางในอันดับต้นๆ แต่ปัญหาใหญ่ คือ ของแท้ของจริง ที่มีความสมบูรณ์แบบเดิมๆ หายากมาก มีของหมุนเวียนในวงการน้อยมาก หากไม่ใช่ของฝีมือจัด ก็เป็นประเภทลูกผสม จนทำให้คนที่อยากได้ไว้บูชาจริงๆ เวียนหัวไปตามๆ กัน ตะกรุดหลวงพ่อพิธ มีการสร้างใน ๓ วาระใหญ่ โดยยุคต้นๆ ที่ออกจากวัดฆะมัง รูปแบบ ขนาด และวิธีการจัดสร้าง หาข้อยุติยากมาก เนื่องจากยังไม่มีการจัดระบบที่ชัดเจน วาระที่ ๒ ออกจากวัดแห่งหนึ่งใน จ.พิจิตร ก็เช่นกัน หาข้อยุติไม่ได้ มาจนถึงวาระที่ ๓ ถือเป็นตะกรุดที่เป็นมาตรฐานมากที่สุด และมีจำนวนมากที่สุด โดยมีข้อยุติที่ทุกฝ่ายมีความเห็นตรงกัน เช่น ดอกที่โชว์อยู่นี้ ฐกร บึงสว่าง ผู้บริหาร บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง บอกว่า ออกให้บูชาที่ วัดสามขา เพื่อจัดหาทุนบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่างๆ มีการสร้างตะกรุดเอาไว้จำนวนมาก และมีรูปแบบที่เหมือนกัน เป็นมาตรฐานที่สุด จึงเสาะแสวงหากันอย่างกว้างขวาง

** หลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน จ.สมุทรสาคร (เกิด พ.ศ.๒๔๐๖ มรณภาพ พ.ศ.๒๔๘๔) เป็นพระเกจิอาจารย์ยุคเก่าอีกท่านหนึ่ง ที่ได้ปลุกเสกพระเครื่องและเครื่องรางของขลังเอาไว้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะเครื่องรางประเภท สิงห์ หรือ คชสีห์ ที่แกะมาจาก แก่นไม้ขนุน ซึ่งสร้างจำนวนไม่มากนัก จึงหาของแท้ค่อนข้างยาก การใช้ แก่นไม้ขนุน ก็เพื่อเป็นการ หนุนดวงชะตา นั่นเอง วิชานี้ หลวงปู่รอด ไม่ได้ถ่ายทอดให้แก่ศิษย์รูปใด สิงห์ ของ หลวงปู่รอด ทุกตัวจะปรากฏรอยจารแผ่วบาง ที่ลำตัว หรือที่ใต้ฐาน อานุภาพเด่นดังด้านมหาอำนาจ คงกระพัน ป้องกันศัสตราวุธ ค้ำจุนดวงชะตา แก้เหตุร้ายให้กลับกลายเป็นดีได้ด้วย...สิงห์หลวงปู่รอด ที่เห็นนี้ เดิมเป็นเซียนพระรุ่นเก่าท่านหนึ่ง ต่อมาได้มีการเปลี่ยนมือไปๆ มาๆ อยู่หลายทอด จนเข้ามาสู่สนามพระชั้น ๓ ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน จนมาถึงมือของ ป้อม ปัตตานี ในราคาหลักแสนกลางๆ เพราะ สิงห์ ชิ้นนี้เป็นสิงห์ขนาดใหญ่ (๓x๔ ซม.)  จากความเก่าของเนื้อไม้ ศิลปะการแกะสลัก และรอยจาร บ่งบอกได้เลยว่าเป็นของแท้แน่นอน

** ยังคงมาแรงขึ้นเรื่อยๆ พระหลวงพ่อพรหม วัดช่องแค อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์ ทุกรุ่น ราคาขึ้นหลักหมื่นเกือบหมดแล้ว แม้แต่เหรียญ สช.หรือเหรียญรุ่นพิเศษ ที่เคยซื้อขายกันที่หลักพันต้นๆ เวลานี้หาไม่ได้แล้ว ต้องเป็นหมื่นขึ้นไปทั้งนั้น จะหาชนิดหลักพันก็คือ เหรียญสตางค์ ตอกโค้ดระฆัง เท่านั้นที่ยังพอหาได้ สำหรับ เหรียญรุ่นแรก ปี ๒๕๐๗ มี ๒ พิมพ์ คือ พิมพ์รูปไข่ (สร้าง ๓,๓๐๐  เหรียญ) และ พิมพ์กลม (สร้าง xxxเหรียญ) เช่าหากันที่หลักแสนต้น ถึงแสนกลาง ในภาพนี้เป็นเหรียญของ เลิศ สุพรรณ ซื้อขายแลกเปลี่ยนพระทุกชนิด หากแท้และสวยเป็นต้องซื้อทันที **

** พบกับ คมเลนส์ส่องพระ ได้ใหม่ในวันพรุ่งนี้...ขอขอบพระคุณ...นะมัสเต ***

 *** 0 แล่ม จันท์พิศาโล 0