ไลฟ์สไตล์

บริการสุขภาพทั่วถึงได้"ชุมชน"ต้องมีส่วนร่วม

บริการสุขภาพทั่วถึงได้"ชุมชน"ต้องมีส่วนร่วม

13 มี.ค. 2553

"ทำด้วยใจ" การทำงานบริการรักษาผู้ป่วยในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ามกลางความรุนแรงสูญเสีย โรงพยาบาลชุมชน ในเขตพื้นที่สีแดงกลายเป็นที่พึ่งทางกายและใจของชาวบ้าน ต่างฝ่ายต่างดูแลกันนำไปสู่การทำงานระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน

อย่างโรงพยาบาลกะพ้อ จ.ปัตตานี โรงพยาบาลขนาด 10 เตียง พื้นที่รับผิดชอบประกอบด้วย 3 ตำบล คือ ตะโละดือรามัน, ปล่องหอย และการุบี รวม 27 หมู่บ้าน จำนวนประชากร 16,807 คน ขับเคลื่อนสุขภาพชุมชน นพ.เดชา แซ่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกะพ้อ เน้นหนักด้านการเข้าถึงชุมชนเพื่อรักษาผู้ป่วย เยียวยาความรู้สึกและสร้างความเข้าใจเรื่องอนามัยแม่และเด็ก

  "คนไข้เมื่ออยู่ในความดูแลของเรา ต้องให้ความสำคัญเปรียบเสมือนญาติในครอบครัว แสดงความกระตือรือร้นรักษาไม่รีรอ ความเข้มแข็งที่เกิดจากกำลังใจที่มีให้กัน เกิดจุดเปลี่ยนที่เราอยากให้ผู้ที่รับผลกระทบสัมผัสได้เหมือนเรา"

คือความตั้งใจของ สัลมา ชูอ่อน หรือพี่สัลมา อายุ 37 ปี พยาบาลประจำหน่วยงานกลุ่มงานเวชปฏิบัติชุมชน โรงพยาบาลกะพ้อ พึงปฏิบัติตามมาตลอดระยะการทำงาน 12 ปี ให้บริการดูแลคนไข้ทั้งในและนอกโรงพยาบาล ลงพื้นที่เยี่ยมชาวบ้านสร้างความเข้าใจด้านการรักษาพยาบาล ทำให้เธอพบเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านที่มีมากกว่าความเจ็บป่วย

การลงพื้นที่เข้าหาผู้ป่วยในปี 2545 ทำให้ พี่สัลมา  เรียนรู้เข้าใจบริบทชุมชน ไม่ใช่การรักษาตามหน้าที่ แต่บริการด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ "เมื่อเราดูแลชุมชน ชุมชนก็ดูแลเรา" จากเหตุการณ์ความไม่สงบ ชาวบ้านมีส่วนดูแลความปลอดภัยคอยประเมินสถานการณ์ก่อนลงพื้นที่ เพื่อไปให้บริการดูแลรักษากลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง ที่ไม่สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพทางโรงพยาบาลได้

ปัญหาอัตราการตายของแม่และเด็กมีความเสี่ยงน้อยลง เมื่อเธอและทีมงานกลุ่มงานเวชปฏิบัติชุมชน ลงพื้นที่สอบถามปัญหาสุขภาพชุมชนเมื่อปี 2547 เนื่องจากประชากรใน อ.กะพ้อ 98% นับถือศาสนาอิสลาม เวลาไม่สบายจะไม่ค่อยมาโรงพยาบาล แต่จะหาหมอบ้าน อาการเจ็บป่วยบางโรคไม่อันตราย แต่การคลอดบุตรมีความเสี่ยงสูง ทางโรงพยาบาลจึงหาวิธีให้ชาวบ้านมาคลอดลูกที่โรงพยาบาล เพื่อลดอัตราการตายของแม่และเด็กให้น้อยลง ปรับพื้นที่ให้มีห้องอาซาน และห้องอาบน้ำเด็ก บุคลากรทีมแพทย์ทำงานร่วมกับผดุงครรภ์โบราณ หากอาการคนไข้ผิดปกติให้รีบนำส่งโรงพยาบาลลดอัตราการเสียชีวิต เป็นที่พอใจของชาวบ้านมาใช้บริการมากขึ้น

 ขณะเดียวกันการเยียวยาความรู้สึกลดความตึงเครียด กัลยา ท้องกัน หรือพี่นะห์ อายุ 28 ปี นักจิตวิทยาสังกัดศูนย์สุขภาพจิตที่ 15 กรมสุขภาพจิต รพ.กะพ้อ ให้บริการคำปรึกษาเยียวยาบุคลากรฝ่ายงานต่างๆ ที่เคร่งเครียดจากการทำงาน จัดตั้งทีมเครือข่ายในการเยียวยาจิตใจ ผ่านผู้อบรมแกนนำชุมชนและอาสาสมัครหมู่บ้าน เกี่ยวกับการปฐมพยาบาลจิตใจเบื้องต้น เพื่อให้ขยายผลสู่ชาวบ้านในชุมชนต่อไป

 สำหรับทางเลือกในการรักษาเข้าถึงชุมชนของโรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นพ.อภิสิทธิ์ ธำรงวรางกูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ร่วมกับภรรยาคู่ชีวิต พญ.ทานทิพย์ และบุคลากรสาธารณสุข ก่อตั้งศูนย์ค้ำคูณ มูลนิธิพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนเพื่อคุณภาพชีวิต โรงพยาบาลอุบลรัตน์ เมื่อปี 2539 แก้ปัญหาชาวบ้านยากจนไม่มีเงินจ่ายค่ารักษา ส่งผลโรงพยาบาลมีหนี้สิน และเงินออมลดน้อยลง

 ทางออกของปัญหาคือ การพลิกฟื้นพื้นดินที่แห้งแล้งในชุมชนกลับมามีชีวิต สร้างคน สร้างอาชีพให้คนปกติและผู้ติดเชื้อเอดส์ ตามหลักแนวทางชีวิตพอเพียง ที่ สุมาลี ดาแก้ว หรือครูแขก อายุ 52 ปี โรงเรียนบ้านพระบาทท่าเรือ จ.ขอนแก่น อาสาสมัครวิทยากรผู้ให้ความรู้สร้างงานฝีมือแก่ผู้ติดเชื้อ เล็งเห็นคุณค่าศูนย์ค้ำคูณฯ สถานที่พบปะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของปราชญ์ท้องถิ่นในภาคอีสาน มีการบำบัดรักษาแบบแพทย์ทางเลือก ที่ฝึกอาชีพนวดแผนโบราณ จำหน่ายยาสมุนไพร เพาะพันธุ์กล้าไม้ ตลอดจนเป็นที่ฝึกอาชีพให้แก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ จนทุกวันนี้คนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น โดยศูนย์ค้ำคูณฯ แห่งนี้ จะเป็นศูนย์ปฏิบัติที่เน้นตัวอย่างการสร้างความสุขจากร่างกายและจิตใจที่แข็งแรงยั่งยืน

 "ผู้ติดเชื้อสามารถอยู่ร่วมกันได้กับคนปกติ ความสุขจากการแบ่งปันส่งเสริมความรู้แก่ผู้อื่น บางครั้งรู้สึกเหนื่อยแต่ไม่เคยอ่อนล้า ทำด้วยจิตอาสาหวังให้ผู้อื่นเป็นสุข" ครูแขกทิ้งท้ายความรู้สึก

 ดังนั้นโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชน คงไม่ใช่เพียงการทำหน้าที่รักษาในโรงพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่สิ่งสำคัญคือ การให้บริการควบคู่กับการส่งเสริม ป้องกัน รักษาและฟื้นฟูสุขภาพแบบองค์รวมให้สอดคล้องกับวิถีชุมชน บริการด้วยหัวใจไม่ใช่หน้าที่ การเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมระหว่างบุคลากรสาธารณสุขกับชาวบ้าน สร้างสายใย "ชุมชนเข้มแข็ง"

0 กิตติยา  ธนกาลมารวย 0 เรื่อง/ภาพ