
ชีวิตกับกล้วยไม้ตอน - คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (7)
บทความเรื่อง คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ ที่ฉันนำมาเสนอ ณ โอกาสนี้ ถ้าใครถือปฏิบัติได้ ย่อมช่วยให้เข้าถึงความจริงได้เอง นอกจากนั้นความหวังอันพึงได้รับคงไม่เพียงแต่ทำให้กล้วยไม้อยู่ได้เท่านั้น หากยังให้โอกาสสรรพชีวิตและสิ่งต่างๆ รวมถึงเพื่อนมนุษย์ทุกรูปลักษ
ไม่เพียงเท่านั้นในอีกด้านหนึ่ง ถ้ามุ่งปฏิบัติอย่างมั่นคงแน่วแน่ย่อมส่งผลสะท้อนกลับมาเสริมสร้างรากฐานจิตใจตนเองของบุคคลผู้นำปฏิบัติให้มีโอกาสเรียนรู้ธรรมมะได้อย่างลึกซึ้ง รวมทั้งยังหวนกลับมาช่วยให้มองเห็นคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตได้อย่างเป็นธรรมชาติ
อนึ่ง ธรรมชาติคือแม่บังเกิดเกล้าของทุกชีวิต ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ สัตว์ หรือมนุษย์ ซึ่งเราแต่ละคนผู้ถือกำเนิดเกิดมาบนแผ่นดินผืนเดียวกันพึงรู้ได้เอง
นอกจากนั้นถ้าเราแต่ละคนดำรงชีวิตอยู่อย่างมีสติช่วยให้หวนกลับมาสำรวจตัวเองอยู่เสมอ พร้อมทั้งตั้งคำถามถามตัวเองว่า “มีสิ่งใดบ้างที่ปรากฏชัดอยู่กับตัวเราแต่ไม่ได้สืบเนื่องมาจากธรรมชาติ?” แม้แต่ชีวิตอื่นสิ่งอื่น รวมถึงกล้วยไม้ซึ่งคนกลุ่มหนึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันก็เช่นกัน
ถ้าใครปล่อยตัวปล่อยใจให้เอาแต่ก้าวไปข้างหน้าด้านเดียวเพราะความไม่รู้จักพอ โดยมุ่งไปถกทึ้งเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาจากธรรมชาติ วันหนึ่งข้างหน้าเมื่อถึงวาระที่จะต้องจากไป ถ้ายังคิดไม่ได้ว่าสิ่งซึ่งเป็นส่วนต่างๆ ของร่างกายเธอเอง เราก็ยังต้องคืนกลับสู่ธรรมชาติอย่างปฏิเสธไม่ได้ นอกจากเงื่อนไขแห่งความทุกข์ภายในจิตใจตนเองที่เราจำต้องหอบติดใจไปด้วย ทำให้ในภายภาคหน้าจำต้องทุกข์หนักมากยิ่งขึ้นไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งซึ่งพบได้จากภาพสะท้อนที่สอนให้ผู้สนใจเรียนรู้นำมาคิดค้นหาเหตุผลก็คือ บุคคลใดที่ชีวิตจบลงโดยมีเงื่อนไขเป็นเหตุตกค้างรวมอยู่ในรากฐานจิตใจว่า “กูจะไม่ยอมให้อะไรแก่หน้าไหนทั้งนั้น คงคิดได้แต่จะเอาจากคนอื่นด้านเดียว”
คำตอบซึ่งยืนยันความจริงอย่างปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เมื่อถึงช่วงที่ใกล้จะตาย บุคคลลักษณะนี้ก็คงต้องหอบเอาด้านที่เป็นเงื่อนไขผูกติดอยู่ในรากฐานจิตใจตนเองอย่างปลดออกได้ยาก ย่อมทำให้จำต้องทุกข์หนักเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่าเก่า
“ดังนั้นจึงพิสูจน์ได้ว่า ชาติหน้ามีจริง”
ระพี สาคริก



