
ทำเกษตรผสานแทนนาข้าว เลี้ยงชีพ "ตุ๋ย พลเชียงสา
เดิมทีมีที่ดินทำกินไม่ถึง 10 ไร่ ทั้งหมดทำนาข้าว แต่รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว กระทั่งตำบลมีโครงการส่งเสริมอาชีพแก้ปัญหาความยากจน ทำให้ ลุงตุ๋ย พลเชียงสา วัย 59 ปี เกษตรกรบ้านพระคือ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผันนาข้าวมาปลูกหญ้า จนมีรายได้เลี้ยงชีพไม่ขัดส
ลุงตุ๋ยเล่าว่า เกือบค่อนชีวิตทำนา แต่รายได้ไม่พอเลี้ยงปากท้องคนในครอบครัว กระทั่งปี 2548 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) พระลับ ได้ส่งเสริมอาชีพและสนับสนุนให้ชาวบ้านปลูกนาหญ้าแทนนาข้าว เขาจึงเป็นรายแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการ
โดยเริ่มจากนำเมล็ดพันธุ์หญ้าแพงโกล่ามาปลูกในพื้นที่ 2 ไร่ พร้อมทำนาข้าวควบคู่ และพบว่าการทำนาหญ้านั้นสร้างรายได้ดีกว่า โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้ง เพราะเกษตรกรจะขาดแคลนหญ้าเลี้ยงสัตว์ จึงทำให้ต้องขยายพื้นที่ปลูกเพิ่มอีก 3 ไร่ รวมเป็น 5 ไร่ และทำนาข้าวอีก 7 ไร่ ซึ่งนาหญ้าทั้ง 5 ไร่นี้ลุงตุ๋ยบอกลงทุนปลูกครั้งเดียว แต่เก็บเกี่ยวได้นานถึง 7 ปี ที่สำคัญคือมีตลาดรองรับ โดยจะมีพ่อค้ามารับซื้อถึงนา ราคาขายกิโลกรัมละ 2 บาท
ส่วนการดูแลนั้นไม่ยากแต่อย่างใด เพียงใส่ปุ๋ยและรดน้ำเดือนละราว 2 ครั้ง โดย 1 ปีเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ 6-9 ครั้ง แต่ละครั้งทำรายได้ไม่น้อยกว่า 1.3 หมื่นบาท หรือเฉลี่ยปีละ 2.6 แสนบาท นอกจากนี้ยังเจียดพื้นที่กว่า 1 งาน ปลูกดอกดาวเรือง ดอกสร้อยทอง ดอกคัตเตอร์ ซึ่งแต่ละเดือนเก็บ 4 ครั้ง เฉลี่ยแต่ละครั้งทำเงินได้ถึง 700-800 บาท
ถึงวันนี้ ลุงตุ๋ยมีเงินเก็บสำหรับครอบครัวแล้ว และเพื่อเป็นการต่อยอดการยึดอาชีพทำเกษตรเพื่อความมั่นคงยิ่งขึ้น เขาจึงซื้อโคมาเลี้ยงรวม 16 ตัวจากเดิมที่มีเพียง 2-3 ตัว ซึ่งเขายอมรับว่าเป็นเพราะได้เปลี่ยนมาปลูกนาหญ้า และทำพืชเกษตรแบบผสมผสาน จึงส่งให้ชีวิตของคนในครอบครัวทุกวันนี้ดีขึ้น
"มยุรี อัครบาล"



