ไลฟ์สไตล์

จงอย่า...!

จงอย่า...!

10 มี.ค. 2553

เมืองไทยของเรามีลักษณะการปกครองประเทศใน "ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข” ตราอยู่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบบ "สมบูรณาญาสิทธิราชย์" มาเป็น "ระบอบประชาธิปไตย"

  สถาบันพระมหากษัตริย์ เกิดจากการเป็นผู้นำในการสร้างดินแดน ผู้นำในการสร้างดินแดนให้พ้นจากการกดขี่และพัฒนาประชาชนให้มีความสุข อีกทั้งเป็นผู้นำในการรบป้องกันอาณาเขต จึงถูกเรียกว่า “องค์พระประมุขบ้าง, พระราชาบ้าง, พระมหากษัตริย์บ้าง, เจ้าเหนือหัวบ้าง, พระเจ้าชีวิตบ้าง”

 ทั้งหมดนี้ เป็นความเกิดขึ้นของสถาบันพระมหากษัตริย์ในสยามประเทศ หรือประเทศไทยของเรา และด้วยเหตุนี้นั่นเอง คนไทยจึงถวายความจงรักภักดี พลีชีพได้เพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์

  ปัจจุบันนี้ ทางการเมืองภายในประเทศอันเชื่อมต่อกับต่างประเทศ และมีสื่อสารมวลชนเป็นตัวแพร่ข่าว ได้สร้างความวิกฤติให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา ด้วยเพราะมีคนโง่เขลาเฉาโฉด ทั้งระดับมีเงินล้นฟ้า และเป็นยาจกเข็ญใจ ได้สร้างความระคายเคืองต่อเบื้องพระยุคลบาท โดยปราศจากความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่คุ้มเกล้าคุ้มหัว และบันดาลให้ตัวมียศศักดิ์

 การกระทำของคนพวกนี้ นำมาซึ่งความแตกแยกของคนภายในชาติ แต่ตัวของพวกมันก็ถูกประชาชนเกลียดชัง สาปแช่ง แม้แต่พระสงฆ์ทรงศีล สมาธิ ปัญญา มีฌาน สมาบัติ ก็อุทานด้วยธรรมสังเวชว่า "ช่างหาเวรกรรมใส่ตัวแท้ๆ นรกกินกบาล”

 จึงใคร่ขอกล่าวเตือนด้วยความรักความปรารถนาดีต่อทุกคนว่า
 ๑.จงอย่าโง่เขลาที่จะไม่จงรักภักดี
 ๒.จงอย่าแสดงความจงรักภักดีแบบโง่เขลา
 ๓.จงอย่าโฉดชั่วที่จะอ้างความจงรักภักดี เพื่อประโยชน์ตน และเพื่อหลอกคนจน คนโง่เง่า
 ๔.จงอย่าโฉดชั่ว ที่จะอ้างความจงรักภักดี เพื่อบดขยี้ฝ่ายตรงข้ามกับตน
 ความขัดแย้งเรื่องความคิดเป็นธรรมดาของมนุษย์ แต่พึ่งจงระลึกอยู่เสมอว่า ความแตกแยกเล็กๆ นี่แหละ ถ้าไม่อยู่ในขอบเขต มุ่งแต่เอาชนะเพียงฝ่ายเดียว ในที่สุดก็จะเป็นชนวนสงคราม จงคิดเสมอว่า ชาติไทยตั้งอยู่ได้ และรักษาคามเป็นเอกราชมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะความสามัคคี

"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"