
ถูกปลอมบัตรฟ้องกลับได้
น้าของผมก็ได้รับหมายศาลจากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์แห่งหนึ่ง ฟ้องให้ชดใช้ร่วมกับผู้ซื้อ และคนค้ำที่ 1 ที่เป็นแฟนกัน ช่วงแรกก็งงว่า ไปค้ำประกันให้เขาได้อย่างไร
จนมารู้ว่า เป็นเพราะเลขาฯ ส่วนตัว นำบัตรประจำตัวประชาชนของน้าไป แล้วปลอมลายเซ็นของน้า และร่วมกับแฟนซื้อรถเก๋งเชฟโรเลต ราคา 6 แสนกว่าบาท โดยนำไปเข้าไฟแนนซ์ไว้ ผ่อนได้ 10 เดือนก็ถูกยึดไปและขายทอดตลาด แต่ไม่ครบจึงต้องฟ้องร้องส่วนที่ขาดอีก 244,500 บาท
หากไฟแนนซ์ไม่ให้ความร่วมมือ การปลอมแปลงเอกสารครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ เพราะระเบียบตอนจะปล่อยรถออกไป ต้องให้ผู้ค้ำประกันทั้งหมดไปเซ็นต่อหน้าที่ทำการบริษัท แต่กรณีนี้ น้าของผมไม่เคยไปที่บริษัทไฟแนนซ์ที่ฟ้องเลย น่าจะเป็นเจตนาของเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ที่สมรู้ร่วมคิดในการปลอมลายเซ็น
เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็เลยความแตกว่า ฝ่ายกฎหมายทำเรื่องนี้ไปลักไก่ให้ผู้จัดการลงนามอนุมัติให้เอารถออกได้ ผมทราบว่า ทางผู้จัดการโทรมาว่า ขอโทษน้าของผม แต่น้าผมยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ขณะนี้น้าของผมอายุ 68 ปีแล้ว ในทางกฎหมายทำอย่างไรได้บ้างครับ
สมชาติ
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฎหมายชุมชน รศ.ยศศักดิ์ โกไศยกานนท์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำว่า ถ้าน้าของคุณไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย แต่ให้ไปที่ศาลเพื่อชี้แจงต่อศาล ศาลจะให้ความเป็นธรรมกับน้าของคุณ
ถ้าผู้จัดการไฟแนนซ์โทรมาขอโทษ น้าของคุณก็ควรจะเจรจาไปเลยว่า เมื่อไม่มีส่วนรับรู้กับเรื่องนี้ บริษัทต้องระงับการทวงหนี้ และแก้ปัญหาทั้งหมด จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปต่อสู้กันในศาล เรื่องทุกอย่างก็อาจจะจบลงด้วยดี
น้าคุณมีสิทธิที่จะฟ้องกลับได้ ถ้าต้องการจะทำ ก็ไปแจ้งความกับเลขาฯ ส่วนตัว และ แฟน หลังจากนั้น ก็แจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานบริษัทรถยนต์ และบริษัทรถยนต์ ที่ร่วมกันกระทำการครั้งนี้ พร้อมกันนั้น ยังสามารถฟ้องกลับคดีอาญาต่อผู้ที่ปลอมแปลงลายมือชื่อ ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารได้อีกด้วย
งานนี้ น้าของคุณต้องตัดสินใจเองครับว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ลุงแจ่ม



