ไลฟ์สไตล์

ศธ.หารือด่วนรับป.1-ม.1-ม.4ทั่วประเทศ13-14มี.ค.

ศธ.หารือด่วนรับป.1-ม.1-ม.4ทั่วประเทศ13-14มี.ค.

08 มี.ค. 2553

ศธ.เตรียมการรับมือเหตุรุนแรง ตั้งกรรมการอำนวยการจับตาสถานการณ์ มอบอำนาจ ผอ.ร.ร.ใช้พิจารณาปิดเรียนได้หากเกรงเกิดความไม่ปลอดภัยแก่นักเรียนหรือสถานที่ พร้อมให้ร.ร.เป็นปากเสียงชี้แจ้งเรื่องการชุมนุม ด้าน สพฐ. นัดหารือด่วนเกี่ยวกับการรับนักเรียน ป. 1 ม.1 ม. 4

(8มี.ค.) นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังประชุมผู้บริหาร 5 องค์กรหลักของ ศธ. เพื่อเตรียมความพร้อมในสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ที่จะเริ่มการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 11-14 มี.ค. ว่า ได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการติดตามสถานการณ์ในระดับกระทรวง ซึ่งมีตนเป็นประธาน และมี รมช.ศธ. 2 คนและปลัด ศธ. เป็นรองประธาน ทำหน้าที่ในการติดตามและประเมินสถานการณ์ที่จะอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการชุมนุมเกิดขึ้น พร้อมกันนี้ได้กำชับไปยังส่วนราชการต่าง ๆ ที่อยู่ในกำกับของ ศธ. รวมถึงสถานศึกษาที่อยู่ในบริเวณที่มีการรวมตัวของผู้ชุมนุม

 โดยให้อำนาจการตัดสินใจขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหารสถานศึกษา หากประเมินสถานการณ์แล้วเกรงว่าจะเหตุการณ์รุนแรง และอาจส่งผลให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ตัวนักเรียน นักศึกษา ก็ให้สามารถปิดสถานศึกษาได้ พร้อมกันนี้ ให้ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ บุคลากรทางการศึกษาให้ความร่วมมือตามกฎหมายว่าด้วยการบรรเทาสาธารณภัย ของ กทม. รวมถึงให้ศึกษากฎหมายว่าด้วยความมั่นคงภายใน ทั้งนี้ ได้มอบให้ รศ.ธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษา ไปยกร่างแนวทางปฏิบัติดังกล่าวและส่งหนังสือเวียนแจ้งให้ทุกหน่วยงานทราบภายในวันพรุ่งนี้ (9 มี.ค.)

 “ได้มอบให้ทุกหน่วยงานสร้างความตระหนักรู้เข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ รวมถึงสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่สามารถกระทำได้ แต่จะต้องไม่มีการปลุกระดมเพื่อนำไปสู่ความรุนแรง ซึ่งเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาในการจะชี้แจงทำความเข้าใจแก่นักเรียน และประชาชน ทั้งเรื่องการตัดสินที่เป็นไปตามอำนาจของศาล การชี้ให้เห็นว่าการชุมนุมที่เป็นการปิดล้อมสถานที่ เป็นการคุกคามและทำลายสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น ทั้งนี้ ขอให้ศึกษาพ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ดูว่าในพื้นที่ใดที่มีการควบคุมหากจะมีการประชุมสัมมนาใด ๆ ในพื้นที่ซึ่งอาจจะมีปัญหาขอให้ทบทวนปรับเปลี่ยนเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา” รมว.ศธ.กล่าว

 นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในวันที่ 13-14 มี.ค. นี้จะมีการรับสมัครนักเรียนในระดับป. 1 ม.1 และม.4 ซึ่งเป็นไปตามปฏิทินการรับนักเรียนที่กำหนดไว้ให้ดำเนินการพร้อมกันทั่วประเทศอยู่แล้ว ซึ่งในส่วนของ กทม.ที่สถานศึกษางอยู่ในบริเวณการชุมนุมได้มอบให้ นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ไปประชุมร่วมกับผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) กทม.เขต 1-3 ว่าจะดำเนินการเช่นไรแล้วรายงานให้ตนทราบกำหนดการรับสมัครนักเรียนกำหนดไว้ก่อนหน้านี้แล้วและมีเด็กจำนวนหลายแสนคน เพราะฉะนั้นอยากเรียกร้องให้ผู้ชุมนุมให้ความสำคัญ อย่างไรก็ตาม เราคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครองเป็นหลัก

 “ผมในฐานะนักการเมือง รู้สึกกังวลเพราะแกนนำมีการเคลื่อนไหวที่ไม่เป็นเอกภาพไร้ความรับผิดชอบไม่มีจุดยืนชัดเจน สร้างความแตกแยกแบ่งชนชั้น กล่าวหาว่าสังคมไทยเป็นสังคมที่กดขี่ข่มเหง ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศศาสนาพุทธ เราไม่มีการกดขี่ข่มเหงไม่มีแบ่งชั้นวรรณะเหมือนประเทศอินเดีย เรามีธรรมาธิปไตย เพราะฉะนั้น หากผู้ชุมนุมใช้ความรุนแรงไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยจะไม่เป็นผลดี ซึ่งจะเป็นอันตรายไม่ส่งผลดีต่อประชาชนและต่อประเทศ ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ทุกคนเคลื่อนไหวโดยสันติวิธี ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนร่วมกันสะกิดเตือนความบ้าคลั่งของคนให้ยุติ อีกทั้งการตัดสินของศาลเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมการเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาทำได้แต่ต้องไม่ใช่ความรุนแรงต้องเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม” นายชินวรณ์ กล่าว

 ด้าน นายชินภัทร กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (9มี.ค.) ช่วงเวลา 13.00 น. ได้นัดประชุมผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา กทม เขต 1,2,3 เพื่อหารือการรับสมัครนักเรียน ในวันที่ 13-14 มี.ค. นี้ ตามปฏิทินการรับนักเรียนที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กำหนดไว้ โดยจะมีมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้กับครู อาจารย์ ผู้ปกครองและนักเรียน ทั้งนี้จะมีการหารือว่าจะมีการพิจารณาเรื่องสถานที่ว่าจะมีการปรับย้ายสถานที่หรือขยายเวลาการรับสมัคร นักเรียนหรือไม่ อย่างไรก็ตามโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่การชุมนุม สามารถปิดการเรียนการสอนได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้อำนวยการโรงเรียน หากผู้อำนวยการโรงเรียนเห็นว่าอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย