ไลฟ์สไตล์

เสนอทยอยให้สิทธิรักษาพยาบาลคนรอพิสูจน์สถานะ

เสนอทยอยให้สิทธิรักษาพยาบาลคนรอพิสูจน์สถานะ

08 มี.ค. 2553

“ครูหยุย” เสนอ “อภิสิทธิ์” ทยอยให้สิทธิรักษาพยาบาลคนรอพิสูจน์สถานะบุคคล เชื่อไม่มีปัญหางบประมาณ ให้เริ่มจากกลุ่มเด็ก 7.2 หมื่นคนที่ได้สิทธิเรียนฟรีก่อน ด้าน “หมอมงคล” มั่นใจ ครม. ไฟเขียวให้สิทธิรักษาพยาบาลกลุ่มผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคล เหตุนายกฯเข้าใจปัญหา

 นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ เลขาธิการมูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก และกรรมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ กล่าวว่า ได้มีโอกาสหารือกับนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี สั้นๆ ภายหลังการประชุมสภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติครั้งที่ผ่านมาเกี่ยวกับสิทธิรักษาพยาบาลของกลุ่มผู้รอพิสูจน์สถานะบุคคลที่อาจมีปัญหาในด้านงบประมาณไม่เพียงพอ จึงเสนอให้ทยอยให้สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า(บัตรทอง) กับกลุ่มเด็กที่มีเลขขึ้นต้นด้วย 0 ที่ขณะนี้ได้รับสิทธิในการเรียนฟรีในระบบโรงเรียนประมาณ 50,000 คน และเด็กที่อยู่ในความรับผิดชอบของสถานสงเคราะห์เด็กทั้งรัฐบาลและเอกชนอีก 20,000 คน รวมทั้งหมด 72,000 คน เด็กเหล่านี้ได้รับสิทธิด้านการศึกษาฟรีจากกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้สามารถที่ย้ายข้ามพื้นที่เพื่อศึกษาต่อได้ ทำให้คุณภาพชีวิตของเด็กดีขึ้นจากเดิมที่ไม่สามารถออกนอกเขตที่ราชการกำหนดได้ 

 “แต่ในเรื่องการรักษาพยาบาลยังคงเป็นภาระของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลชายแดนซึ่งรัฐควรจะให้การช่วยเหลือ เริ่มจากการให้สิทธิรักษาพยาบาลในเฉพาะกลุ่มเด็กก่อน ประชาชนน่าจะยอมรับได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ว่าจะเป็นเด็กชาติไหน ก็คือเด็ก ซึ่งเราควรต้องให้การช่วยเหลือดูแล ดังนั้นเรื่องเด็กจึงไม่น่ามีปัญหาจากนั้นจึงค่อยขยายให้สิทธิรักษาสุขภาพกับกลุ่มคนไร้สถานะกลุ่มอื่น ออย่างเช่นกลุ่มผู้สูงอายุน่าจะมีความเป็นไปได้มาก ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชนและผู้สูงอายุ วุฒิสภา ก็เรียกให้สำนักงงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เข้าให้ข้อมูลเรื่องนี้มาตลอด” นายวัลลภ กล่าว

 นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการผลักดันเสนอให้บุคคลที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สถานะบุคคลได้รับสิทธิรักษาสุขภาพหลายครั้งแต่ติดอุปสรรค์ปัญหาเนื่องจากสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังเขียนงบประมาณเพียงอย่างเดียวโดยไม่ได้นำผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมาพิจารณาด้วย จึงไม่อนุมัติงบประมาณก้อนนี้เพื่อดูแลกลุ่มคนดังกล่าวแต่ขณะนี้มีผลการศึกษาชัดเจนแล้วว่า การให้งบประมาณเพื่อดูแลป้องกันโรค สามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการรักษาในภายหลังซึ่งยิ่งรักษาช้าก็จะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้นโดยใช้เหตุ ดังนั้นควรให้สิทธิรักษาสุขภาพพร้อมกับเร่งพิสูจน์สถานะบุคคลโดยเร็ว

 “เชื่อว่า นโยบายนี้จะสำเร็จในรัฐบาลชุดนี้แน่นอน แม้กระบวนการขั้นตอนในการพิสูจน์สถานะบุคคล ของกระทรวงมหาดไทยต้องใช้เวลานาน ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจเหตุผลดีและเอาจริงเอาจังในการแก้ปัญหามาก เพราะหากเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก็จะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การจัดสรรงบประมาณดูแลคนกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์มากกว่าเสียประโยชน์” นพ.มงคล กล่าว