
ปั้นนักตรวจสอบบัญชีสู่อาชีพสหกรณ์
การพัฒนาระบบสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง ทั้งในการบริหารจัดการด้านการเงินและระบบบัญชีที่โปร่งใสให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของสมาชิก สถาบันการศึกษาจึงนับเป็นส่วนหนึ่งที่จะร่วมสร้างการพัฒนาระบบดังกล่าวให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ภายใ
ซึ่งจากเดิมมีอยู่ประมาณ 370 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบสหกรณ์ 160 คน หรือเฉลี่ยที่ 1 คนต่อสหกรณ์ 6 แห่ง โดยความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าสามารถรองรับบัณฑิตจบใหม่ 300 คน และเพิ่มขึ้นอีก 200 คนภายใน 2 ปี มาทำหน้าที่สอบบัญชีอัตราเฉลี่ย 1 คนต่อสหกรณ์ 3 แห่ง สำหรับสถาบันการศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีอยู่ 11 มหาวิทยาลัย โดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย (มทร.ศรีวิชัย) เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในโครงการขับเคลื่อนการพัฒนานักศึกษาเพื่อรองรับงานสอบบัญชีสหกรณ์
ที่ผ่านมากระบวนการสอบนักตรวจสอบบัญชีนั้นค่อนข้างใช้เวลานานทั้งด้านการเรียนการสอน ประมาณ 10 ปี จึงจะได้นักตรวจสอบบัญชีที่มีคุณภาพ แต่สำหรับโครงการขับเคลื่อนการพัฒนานักศึกษา จะใช้ระยะเวลาแค่ 2 ปี เท่านั้น โดยจะมุ่งเน้นไปที่นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ที่ใกล้จะสำเร็จการศึกษา และจะเริ่มเปิดโครงการในช่วงเดือนมีนาคม 2553 นี้ มทร.ศรีวิชัยมีความตระหนักและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีความพร้อมในการบริหารงานเป็นอย่างดี จึงเลือกที่จะให้ มทร.ศรีวิชัยเป็นสถานศึกษาแห่งแรกในการสร้างนักตรวจสอบบัญชีที่มีคุณภาพเข้าสู่สายอาชีพต่อไป
เพราะ มทร.ศรีวิชัยมีชื่อเสียงทางด้านบัญชี ซึ่งอยู่ในคณะบริหารธุรกิจเปิดสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 การที่มีโครงการดีๆ แบบนี้เข้ามาทำให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยมีกำลังใจและความมุ่งมั่นในการเรียนมากขึ้น โดยเฉพาะนักศึกษาปีที่ 4 ที่กำลังจะสำเร็จการศึกษาจะได้มีความรู้วิชาบัญชีและการสอบบัญชีสหกรณ์ สู่สายอาชีพการสหกรณ์ เช่น เป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ ผู้ช่วยผู้สอบบัญชีภาคเอกชน พนักงานราชการหรือข้าราชการกรมตรวจสอบบัญชีสหกรณ์
เป็นไปตามนโยบายของอดีตอธิการบดี มทร.ศรีวิชัย "รศ.ประชีพ ชูพันธ์" ที่มุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพของนักศึกษาและมหาวิทยาลัยแห่งนี้ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ด้วยการเข้าร่วมและสนับสนุนโครงการดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะมหาวิทยาลัยต้องการที่จะผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ ทั้งทางด้านทฤษฎีและมีความสามารถในการปฏิบัติควบคู่กันไป และเล็งเห็นความสำคัญที่นักศึกษาจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทั้งทางด้านวิชาการและความรู้รอบตัวเกี่ยวกับชีวิตประจำวันเพื่อสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุขกับหน้าที่การงานที่ได้รับผิดชอบนั่นเอง
"สุรัตน์ อัตตะ "



