
สธ.เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉินจากม็อบเสื้อแดง
สธ.เตรียมพร้อมรับเหตุฉุกเฉิน หากเกิดความรุนแรงจากการชุมนุมของคนเสื้อแดง
(8มี.ค.) ที่กระทรวงสาธารณสุข นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมรับสถานการณ์การชุมนุม ว่า หน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุขที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นโดยได้เตรียมการตั้งศูนย์อำนวยการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุขในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีตนเป็นเป็นประธาน มีสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเพื่อเตรียมการแก้ปัญหาซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ความรุนแรงของปัญหา แบ่งเป็น 3 ระดับ คือระดับที่ 1 สถานการณ์ไม่รุนแรง ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และกรมการแพทย์ ร่วมกันรองรับผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาล ระดับที่ 2 สถานการณ์รุนแรงขึ้น ให้รพ.ปริมณฑล และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินเป็นผู้ดูแล และระดับที่ 3 ความรุนแรงสูงสุดให้รพ.ทุกจังหวัดเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยแก้ปัญหา
นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า ระยะเวลาติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมโดยมีรองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ทำหน้าที่เป็นประธานการทำงานติดตามสถานการณ์ร่วมกับผู้ตรวจราชการสาธารณสุขจังหวัด สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนในต่างจังหวัดให้ผู้ตรวจราชการประจำเขตเป็นหัวหน้าคณะทำงาน ติดตามสถานการณ์และให้รายงานสถานการณ์ต่างๆให้ตนทราบทุกระยะ
ด้านนพ.ชาตรี เจริญชีวะกุล เลขาธิการการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า แผนการเตรียมความพร้อมทางการแพทย์เพื่อรองรับสถานการณ์การชุมนุมครั้งนี้ ได้เพิ่มรายละเอียดด้วยการแบ่งระดับการใช้แผนตามจำนวนผู้ชุมนุม คือระดับที่ 1 (แผนเอราวัณ 1) สถานการณ์ไม่รุนแรง มีจำนวนผู้เข้าร่วมชุมนุมต่ำกว่า 10,000 คน ระดับที่ 2 (แผนเอราวัณ 2) สถานการณ์ที่ควบคุมได้ แต่มีจำนวนผู้ชุมนุมตั้งแต่ 10,000-50,000 คน และระดับที่ 3 สถานการณ์รุนแรง มีจำนวนผู้ชุมนุมตั้งแต่ 50,000 คนขึ้นไป พร้อมประสานรพ.เอกชน เตรียมเตียงสำรองไว้ด้วย อาทิ รพ.มิชชั่น รพ.หัวเฉียว รพ.เครือพญาไท รพ.เครือสมิติเวช รพ.เครือกรุงเทพและรพ.เครือรามคำแหง นอกเหนือจากรพ.ในเขตปริมณฑล อาทิ รพ.พระนั่งเกล้า รพ.ปทุมธานี รพ.พระนครศรีอยุธยา รพ.สมุทรสาคร รพ.สมุทรปราการ รพ.ชลบุรีและรพ.นครปฐม
เลขาธิการการแพทย์ฉุกเฉิน กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมครั้งนี้จะมีการเพิ่มบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้น จากเหตุการณ์เมื่อเดือนเมษายน 2552 ที่ใช้บุคลากรประมาณ 1,000 คน เนื่องจากได้รับการประสานว่าจะมีจำนวนผู้ชุมนุมมากขึ้น อีกทั้งมีการประกาศเรื่องการแตกหัก และประชาชนต่างมาด้วยอารมณ์ ซึ่งเหตุการณ์ที่กังวลมากที่สุด คือเหตุจากการเผาและแก๊ส มากกว่าการใช้อาวุธ อย่างไรก็ตามสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินจะมีประชุมเพื่อสรุปอีกครั้งในวันที่ 9 มี.ค.เวลา 13.00 น.
การเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 10 จุด โดยมีการกำนหดรพ. เพื่อรับผิดชอบ เบื้องต้น 1 ลานสน.ทุ่งสองห้อง รพ.จุฬาภรณ์ รพ.มงกุฎวัฒนะ และรพ.เอกชน 2 อนุสาวรีย์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ รพ.ภูมิพล รพ.นพรัตนราชธานีและรพ.เอกชน 3 สนามไทย-ญี่ปุ่น รพ.ราชวิถี รพ.รามาธิบดี รพ.พระมงกุฎเกล้า รพ.กลาง และรพ.วชิระ 4และ 5 สวนลุมพินี รพ.จุฬาลงกรณ์และรพ.เอกชน 6 วงเวียนใหญ่ รพ.ตากสิน รพ.สมเด็จพระปื่นเกล้า และรพ.ศิริราช 7 นนทบุรี รพ.ทรวงอก รพ.พระนั่งเกล้า รพ.บำราศนราดูร 8 และ9 ปทุมธานี รพ.ธรรมศาสตร์ รพ.ศูนย์แพทย์องครักษ์ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระรัตนราชสุดาฯ รพ.ปทุมธานี 10 สมุทรปราการ รพ.สมุทรปราการและรพ.เอกชน



