
ไม่ต้องจ่ายค่าทวงหนี้
ผมได้ผ่อนรถยนต์คันหนึ่งกับบริษัทไฟแนนซ์ จำนวน 36 งวด มีอยู่ 1 เดือน ผมได้ติดค้างค่างวดหนึ่งงวด ทางไฟแนนซ์ โทรมาทวงและบอกว่า โทรมาทวงทีผมจะเสียค่าใช้จ่าย 200 บาทต่อครั้ง
ภายใน 1 เดือนโทรมาทวงไมน้อยกว่า 3 ครั้ง ผมเสียไปแล้ว 600 บาท ต่อเดือนค่าทวงถามอย่างเดียวไม่ร่วมกับค่าปรับต่อเดือน
ส่วนตรงนี้ผมก็ยินดีที่จะจ่ายครับ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า
1.หนังสือสัญญา เรื่องการผ่อนรถยนต์ ก็บอกว่า ถ้าผู้เช่าซื้อไม่ส่ง 3 งวดขึ้นไปจะมีหนังสือมาแจ้งใน 30 วันให้ชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมด ถ้าไม่ชำระทางบริษัทก็จะมายึดรถ แต่ติดเดือนเดียวทำไม่ต้องบอกจะยึดด้วย
2.เงินค่าทวงถามค่าปรับการส่งล่าช้า ทางบริษัทไฟแนนซ์สามารนำมารวมเป็นค่าส่งงวดรถด้วยได้เหรอครับ ผมติด 1เดือน เขาจะเอาเงินค่าทวงถาม ค่าปรับการส่งล่าช้า มาบอกว่าผมติดค่างวด 2 งวดแล้ว เงินค่างวดในการส่งรถ กับเงินค่าทวงถามค่าปรับการส่งล่าช้า คนละส่วนกันใช่ไหมครับ
3.ค่าทวงถามค่าปรับการส่งล่าช้า ในที่สุดผู้เช่าซื้อก็ต้องจ่ายอยู่ดี แล้วถ้าผ่อนหมดแล้วโอนได้ใช้ไหมครับ ทางบริษัทไฟแนนซ์ไม่มีสิทธิ์เอามารวมกับค่างวดรถยนต์ใช่ไหมครับ
โจ๊ก
ตอบ
ศูนย์ปรึกษากฏหมายชุมชน อาจารย์ปราชญา อ่อนนาค คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต แนะนำเรื่องนี้ว่า ในข้อแรกนั้น เงินค่าทวงถามกับค่างวดรถเป็นคนละเรื่องกัน และทางบริษัทที่ทวงถาม ไม่มีสิทธิ์เอามารวมกับค่ารถด้วย เพราะไม่เกี่ยวกัน แล้วการที่จะมาบอกว่า โทรมา 3 ครั้ง คือ จ่าย 600 บาท นั้นเป็นไปไม่ได้ ตามหลักแล้วการโทรมาทวงถามได้ แต่ไม่มีสิทธิ์เรียกเก็บเงินครั้งละ 200 บาท การจะจ่ายหรือไม่น่าจะขึ้นอยู่กับคุณมากกว่า
ส่วนข้อที่ว่า การเก็บเงินล่าช้านั้น ถ้ามีกำหนดในสัญญาคือ คุณต้องจ่ายตามความเป็นจริง แต่เงินค่าปรับครั้งละ 200 บาทนั้น ถ้าไม่ได้เขียนกำหนดไว้ในสัญญา ก็ไม่จำเป็นต้องจ่าย เพราะเป็นคนละส่วนกัน แต่ถ้าคุณบอกว่า ยินดีจะจ่ายเงินส่วนนี้ ปัญหาต่างๆ อาจจะคลี่คลาย คงต้องคุยกันว่า จะจ่ายเงินกันอย่างไร แต่ถ้าคุณไม่ยอมจ่าย เมื่อเวลาที่โอน ทางบริษัทไฟแนนซ์ก็อาจจะไม่ยอมโอนให้ โดยอ้างว่า คุณยังติดเงินส่วนนี้อยู่ แต่คุณก็มีสิทธิ์จะปล่อยให้เขาฟ้องเพื่อเรียกเก็บเงินส่วนนี้ได้เหมือนกัน ถ้าเห็นว่า เงินจำนวนที่ต้องจ่าย ซึ่งเป็นเงินค่าโทรทวงถาม เป็นเงินที่ไม่สมควรที่จะจ่ายก็ปล่อยให้ฟ้องไป แล้วไปว่ากันในศาล
การคุยกับบริษัทไฟแนนซ์น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ลุงแจ่ม



