ไลฟ์สไตล์

ขุมทรัพย์จากพระไตรปิฎก-ลาพักร้อน (ซะบ้าง)

ขุมทรัพย์จากพระไตรปิฎก-ลาพักร้อน (ซะบ้าง)

08 มี.ค. 2553

นิกฺขิปิตฺวา ครุ? ภาร? อ?ฺ?? ภาร? อนาทิย สมูล? ตณฺห? อพฺพุยฺห นิจฺฉาโต ปรินิพฺพุโต ฯ ข. มู. ๑๗/๕๓/๓๓

วางภาระหนักเสีย
ไม่ถือภาระอื่นอีก
ถอนตัณหาพร้อมทั้งมูลราก
เป็นผู้หายหิว ดับรอบแล้ว.

       เมื่อปลดวางขันธ์ห้าภาระหนัก         พร้อมหยุดพักส่งคืนความขื่นขม
  ไม่แบกถือภาระใดให้เศร้าตรม         ย่อมสุขสมแสนสบายหายลำเค็ญ
  ถอนตัณหาเสียสิ้นเลิกถวิลถึง         รากรัดรึงก็ขาดพลันทันตาเห็น 
  ความหิวเหือดหายลงคงความเย็น  ชื่อว่าเป็นผู้ดับรอบอยู่ชอบธรรม ฯ

 ขันธ์ ๕ ถือเป็นภาระหนัก ทว่าปล่อยวางได้ เพียงแต่ต้องรู้จักศิลปะการปล่อยวางสักหน่อย สำหรับมนุษย์ทำงาน มนุษย์เงินเดือน เมื่อแบกภาระหนักเหนื่อยไว้นานๆ จากวันหนักๆ ก็มาอยู่กับวันเบาๆ ผ่อนคลาย สรีรยนต์เดินเครื่องวิ่งมาไกล ควรหยุดจอด “ลาพักร้อน” รับลมเย็นบ้าง เหมือนนักมวยต่อยมาตลอดก็ต้อง “พักยก” ให้น้ำบ้าง เครื่องหายร้อนเย็นดีแล้วค่อยสตาร์ทวิ่งกันต่อ นักมวยได้น้ำกระชุ่มกระชวยก็ชกกันอีก ขืนวิ่งไม่หยุด เดินชกตะลุยตลอด ประเดี๋ยวเครื่องระเบิด นักมวยวูบ

 ทว่าศิลปะการปล่อยวางจริงๆ มิได้อยู่ที่กายหากแต่อยู่ที่จิต วางกายไม่วางจิต เก็บมาครุ่นคิดเปล่าประโยชน์ เลิกงานแล้วกลับมาทำงานอดิเรก ลาพักร้อนแท้ๆ ยังหอบงานไปทำอีก จะบ้างานไปถึงไหน เวลาพักก็ควรพัก เวลาหยุดก็ควรหยุด

 “กายงดกิจ จิตงดงาน” สำหรับคนฉลาดจะไม่ “แกว่งเท้าหาเสี้ยน” สางภาระตนเสร็จก็ไม่วิ่งหาภาระเพิ่ม “เอาแอกพาดคอ” ปลดจิตออกจากพันธนาการแห่งความยึดถือ ทำตนเป็น“มนุษย์จิตว่าง”แต่ถ้าถึงคราวที่ต้องแบกรับภาระก็แบกอยู่บนบ่าเบาๆ ทำอยู่บนความว่าง*

 คนฉลาดเขาไม่ทำอยู่บนตัณหาเพราะรู้ว่ามันจะดึงไปหาอุปาทานยึดมั่นถือมั่นไม่ปล่อยวางสักที เขาทอดบันไดทองให้เดินลงงามๆ ยึดไม่ยอมลงเลยเน่าคาหอคอยงาช้าง ฝูงแร้งยังไม่อยากจิกกิน

 หมายเหตุ : * สุญญตวิหาร อยู่ด้วยความว่าง อยู่อย่างไม่แบกภาระ อยู่อย่างไม่เป็นภาระ คือการอยู่ของพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ “ว่างจากตัวกูของกู ทำงานทุกชนิดด้วยจิตว่าง” หลวงพ่อพุทธทาสนำมาประยุกต์ย้ำสอนเกือบจะตลอดชีวิตของท่านทีเดียว


พระมหาอุเทน ปัญญาปริทัตต์