
เปิดใจ"วรากรณ์ สามโกเศศ"ไม่ต้องใหญ่แต่"บัณฑิตต้องมีคุณภาพ"
"จากประสบการณ์การทำงาน ทั้งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการในอดีต และการไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ทำให้เห็นได้ว่า การผลิตคนที่มีคุณภาพไม่จำเป็นต้องเป็นมหาวิทยาลัยใหญ่ แต่ต้องเป็นมหาวิทยาลัยที่มีแผนกลยุทธ์ มีผู้นำที่ดี มีผลประเมินที่ออก
คำกล่าวข้างต้น เป็นหลักการบริหาร ของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีคนที่ 4 ของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (มธบ.) หลังเสร็จสิ้นภารกิจและเงื่อนไขการเป็น รมช.ศึกษาธิการ ในสมัยรัฐบาล "ขิงแก่" ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก่อนกลับสู่ตำแหน่งอธิการบดีมธบ.อีกครั้ง ด้วยอายุ 63 ปี
รศ.ดร.วรากรณ์ จบปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์ จาก มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลีย ปริญญาโท และปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคนซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ปริญญาบัตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (รุ่นที่ 37) 2537 หลังจากจบมาก็เป็นคนหนึ่งที่อยู่ในแวดวงทางการศึกษามาตลอด โดยดำรงตำแหน่งสำคัญๆ อาทิ
อดีตรมช.ศึกษาธิการ, ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายวิชาการ, ประธานกรรมการมูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ. ในประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี, กรรมการราชินีมูลนิธิ, กรรมการสถาบันคีนัน, อาจารย์ที่ปรึกษาสถาบันพระปกเกล้า, กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ที่ปรึกษารมว.ศึกษาธิการ ฯลฯ
ช่วง 2 ปีแรกของการบริหาร มธบ. รศ.ดร.วรากรณ์ กล่าวว่า จะพยายามสร้างสิ่งแปลกใหม่สำหรับอุดมศึกษา เนื่องจากอุดมศึกษาขณะนี้มีจำนวนมากขึ้น และมีปัญหามากมาย อีกทั้งยังอยู่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงโลก และอาเซียน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีกลยุทธ์รูปแบบใหม่ๆ ที่สร้างความก้าวหน้า มาตรฐานที่สูงขึ้น
"ตอนนี้เราตั้งรองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและกลยุทธ์ในการกำหนด แผนกและกลยุทธ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อนักศึกษา และมหาวิทยาลัย โดยดำเนินการคล้ายกับมหาวิทยาลัยในกำกับรัฐ อย่าง ม.เกษตรศาสตร์ ม.มหิดล นั่นคือ อธิการบดีต้องทำสัญญากับบุคลากร นักศึกษาว่าต้องทำอะไรบ้าง แต่ละหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยต้องทำงานอย่างไร และหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญ คือ สร้างความรู้สู่ปฏิบัติ เพราะการสอนอย่างเดียวถือเป็นกระบวนการที่ล้าสมัย นักศึกษาต้องสามารถเรียนรู้สู่การปฏิบัติได้จริง"
ส่วนด้านวิชาการ รศ.ดร.วรากรณ์กล่าวว่า มีแผนยกเครื่องการเรียนรู้ในเชิงปฏิบัติทั้งหมด เน้นเชิงปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี ภายใต้ความรับผิดชอบต่อสังคม คุณภาพบัณฑิตต้องมีมากขึ้น และที่สำคัญพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ส่งลูกหลานมาเรียนที่มธบ. ต่างมั่นใจในเรื่องคุณภาพ มหาวิทยาลัยต้องรักษาความเชื่อมั่นคุณภาพนักศึกษา
การพัฒนามหาวิทยาลัย รศ.ดร.วรากรณ์ มีแนวทางในการผสมผสานระหว่างเศรษฐกิจโลก กับการศึกษา คือ ตอนนี้โลกได้เข้ามาสู่เอเชียมากขึ้น กิจกรรมเศรษฐกิจทั้งหลายย้ายมาเอเชีย มหาวิทยาลัยเปิดวิทยาลัยศูนย์จีน รองรับการขยายการรับนักศึกษาจีนมาเรียน ซึ่งขณะนี้มี 300 คนแล้วที่มาเรียนและจบออกไปอย่างมีคุณภาพ แต่หลังจากนี้จำนวนจะมากขึ้น และเปิดกว้างให้นักศึกษาจีนเรียนเอกภาษาอังกฤษ ไม่ใช่เฉพาะเอกภาษาไทยอีกต่อไป คาดว่าจะเปิดทำการเดือนมิถุนายน 2553 นี้
"ตลอดระยะเวลา 42 ปี มธบ.มีทิศทางการบริหารจัดการเรียนการสอนยึดหลักทำอะไรก็ตาม ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐาน และยืนหยัดอยู่บนผลประโยชน์ของบัณฑิต และรับผิดชอบต่อสังคม รวมทั้งต้องส่งเสริมนักศึกษาเรียนรู้นำไปปฏิบัติจริง และเตรียมพร้อมให้นักศึกษามีคุณสมบัติครบถ้วนสำหรับการเป็นบุคลากรขององค์กรชั้นนำระดับประเทศ โดยไม่ลืมการใฝ่รู้ใฝ่เรียน รู้จักให้ เสียสละ เป็นคนดีของสังคม และมีจิตสาธารณะ" อธิการบดีมือเก๋าคนหนึ่งของวงการอุดมศึกษาไทยกล่าวทิ้งท้าย
เพื่อให้มธบ.เป็นทางเลือกทางการศึกษาที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ "รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ" มุ่งมั่นหน้าที่ของมหาวิทยาลัย ต้องผลิตคนที่มีคุณภาพ ตรงกับความต้องการของสังคม ดังนั้น ในอนาคตการเติบโตของมธบ. จะยึดมั่น "คุณภาพ" เป็นสำคัญ หากหลักสูตรใดที่ไม่มีคุณภาพมธบ.ไม่เปิดสอน และไม่เปิดสอนนอกที่ตั้ง เพื่อรักษามาตรฐาน คุณภาพให้คงอยู่ต่อไป สนใจติดต่อเยี่ยมชมมธบ. www.dpu.ac.th หรือโทร.0-2954-7300
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0 รายงาน



