
ป้ายภาษีรถยนต์หาย
ผมขับรถยนต์ผ่านแถวหนองแขม เจอด่านตำรวจในซอยเพชรเกษม 68 ด้วยความที่ตำรวจตาไวมากสังเกตเห็นป้ายภาษีรถของผมไม่ใช่ของปีนี้ จึงถูกเรียกให้เข้าข้างทาง ปัญหาคือผมทำป้ายภาษีปี 2553 หาย โชคดีที่ในรถมีใบเสร็จแสดงกับตำรวจว่าผมไปต่อภาษีของปี 2553 มาแล้ว
ตำรวจไม่ฟัง เขียนใบสั่งให้ผมไปเสียค่าปรับ ทั้งๆ ที่ผมมีหลักฐานยืนยันการเสียภาษีน่าจะอนุโลมให้ได้ ผมก็ไปเสียค่าปรับที่ สน.
เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นั้น ผมโทรไปสอบถามทางขนส่งทางบก เพื่อขอคัดแผ่นป้ายภาษีแผ่นใหม่ ทางขนส่งตอบว่า ให้ผมนำเล่มตัวจริงไปแสดงเพื่อคัดสำเนา พระเจ้า...เล่มจริงของผมอยู่กับไฟแนนซ์ที่ผมผ่อนรถอยู่ พอโทรไปเช็กที่ไฟแนนซ์ ผมต้องเสียค่าธรรมเนียมดำเนินการ 500 บาท โทรไปสอบถามขนส่งอีกครั้งว่า ผมมีหลักฐานการเสียภาษี ตอนไปต่อภาษีก็ไม่ได้ใช้เล่มตัวจริง แค่สำเนาทะเบียนรถก็ต่อได้แล้ว ถ้าผมมีเล่มตัวจริงผมจะเสียค่าธรรมเนียมขอป้ายใหม่เพียง 25 บาท
ถ้าขนส่งอยู่ต่างจังหวัด เงิน 500 บาท ผมจะไม่เสียดายเลย แต่นี่...ขนส่งอยู่ใกล้บ้านผมเพียงไม่กี่กิโลเมตร แต่ผมต้องเสียเงินอีก 500 บาท เป็นค่าธรรมเนียมให้ธนาคาร เพื่อขอเล่มจริงออกป้ายภาษี
ผู้บริหารขนส่งต้องคิดใหม่ทำใหม่ โลกไปไกลแล้ว แต่ท่านยังจะทำรูปแบบเก่าๆ อยู่ ถ้ามีเหตุผลที่ต้องใช้เล่มจริงในการขอป้ายภาษีใหม่ ก็ขอให้ตอบแบบเคลียร์ๆ ทั้ง 2 ประเด็นด้วยนะครับ
ประเด็นแรก ตอนต่อภาษี ทำไมไม่ต้องใช้เล่มจริง
ประเด็นที่สอง แผ่นป้ายทะเบียนหาย ทำไมต้องใช้เล่มจริงในการขอคัดใหม่
สรุป ผมเสียค่าปรับ เสียค่าธรรมเนียมธนาคาร ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผมสามารถจ่ายค่าภาษีรถของปีหน้าได้เลยครับ
พีรวัฒน์
ตอบ
นางจันทิรา บุรุษพัฒน์ ผู้อำนวยการกลุ่มระบบทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก ชี้แจงว่า การต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ถูกกำหนดไว้ว่าต้องใช้เล่มทะเบียน แต่ต้องแสดงตนว่าเป็นเจ้าของรถ เป็นผู้ครอบครอง ผู้เช่าซื้อ หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ กรณีทำป้ายภาษีรถยนต์หาย ผู้ที่ดำเนินการในเรื่องนี้ได้คือ ผู้ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น
ข้าราชการต้องปฏิบัติตามระเบียบ และรอบคอบในเรื่องการทำนิติกรรมต่างๆ เนื่องจากระเบียบเดิมกำหนดไว้ และยอมรับว่า ระเบียบต่างๆ ต้องมีการแก้ไขและปรับปรุง ให้ทันกับระบบไอทีในปัจจุบัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมด้วย
กรณีนี้ถือว่าเป็นการทำเอกสารทางราชการหาย ตามระเบียบต้องไปแจ้งความก่อน แล้วนำหลักฐานการแจ้งความไปประกอบการขอ พร้อมเล่มทะเบียนตัวจริง และบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ เพื่อยืนยันว่า ผู้ที่มายื่นขอทำเรื่องเป็นเจ้าของรถตัวจริง
กรณีเป็นผู้เช่าซื้อ ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ผู้เช่าซื้อจะต้องแจ้งผ่านไฟแนนซ์ให้ดำเนินการแทน เพราะไฟแนนซ์เป็นผู้ครอบครอง หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์ ณ ขณะนั้น
ผอ.จันทิรา ยอมรับว่า มีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เนื่องจากไฟแนนซ์ไม่อยากให้ลูกค้าต่อภาษีเอง บางกรณีมีปัญหาการค้างชำระ ลูกค้าจะไปขอต่อภาษีเองเพื่อหลบเลี่ยงการติดต่อกับไฟแนนซ์ ส่วนทางไฟแนนซ์ต่อภาษีไปแล้ว ทำให้มีการต่อภาษีซ้ำซ้อน เกิดปัญหาต้องขอคืนเงินกันภายหลัง
ลุงแจ่ม



