
หน้าที่ทางจริยธรรมของคณะทำงานคนรักบ้าน
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน เป็นที่อิ่มอกอิ่มใจและเต็มอิ่มกับความรู้ที่ได้รับจากการบรรยายในหัวข้อ FUTURE TREND ที่เป็น การเหลียวหลังเพื่อแลไปข้างหน้า ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับรูปแบบอาคารบ้านเรือนและต้องเตรียมการณ์กันอย่างไร
เพื่อรับมือกับอนาคตที่ทั้งไม่แน่นอนและยากที่จะคาดเดา ซึ่งการบรรยายในหัวข้อที่น่าสนใจยิ่งขึ้นได้จัดขึ้นใน วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ณ หอศิลป์พระพรหมพิจิตร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ท่าช้าง จากเดิมที่ตั้งใจไว้ว่าจะรับเพียง 20 ท่าน แต่เอาจริงๆ ก็มากันกว่า 50 ท่าน จนต้องเสริมกันจนเต็มห้องอีกแล้วครับ
การจัดบรรยายในสไตล์ “เวิร์กช็อป” เป็นการจัดเป็นกลุ่มย่อยๆ มีคนเข้าร่วมรับฟังกันไม่มากจนเกินไปนัก ทำให้ทั้งผู้บรรยายและผู้รับฟังมีความใกล้ชิด และยังเปิดโอกาสให้มีการซักถามปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาใจ เป็นการบรรยายที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสาระล้วนๆ ทำให้ตลอดระยะเวลากว่า 6 ชั่วโมงของการบรรยายผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยไม่มีใครลุกไปไหนครับ
สำหรับปีนี้เป็นปีแห่งการเดินสายบรรยาย ที่ผมได้ตั้งใจแน่วแน่เอาไว้ตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะให้ความรู้เกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนในสถานที่ต่างๆ ซึ่งในวันพุธที่จะถึงนี้ผมก็จะไปบรรยายที่ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิทยาเขตรังสิต ก็เป็น การทำหน้าที่ทาง “จริยธรรม” ที่ไม่เบียดเบียนทั้งตัวเองและผู้อื่น หากท่านเชิญมา และผมมีเวลาว่างไม่ติดภารกิจภาระกรรมใดก็ไม่ปฏิเสธหรอกครับ อีกทั้งยังมีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำที่ได้มีโอกาสให้ความรู้ที่ผมพอจะมีความรู้อยู่บ้างเกี่ยวกับอาคารบ้านเรือนที่ไม่บานแก่บรรดาแฟนๆ ทุกท่านที่สนใจใฝ่รู้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สังคมไทยกำลังเดินไปสู่หนทางที่ตีบตัน ยิ่งพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองก้าวรุดหน้าไปมากเท่าใด ก็ยิ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งที่ร้าวลึกมากยิ่งขึ้นเท่านั้น เป็นผลให้สังคมไทยที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสังคมสมานฉันท์ โอบอ้อมอารี กลับถูกแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่ายหลายกลุ่ม หลากสี และยังไม่มีทีท่าว่าจะเกิดความ “รู้รักษ์สามัคคี” กันอีกทีเมื่อไร
ดังนั้น คงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการหันหลังกลับไปสู่การปรับปรุงฟื้นฟูทนุบำรุงดูแล “บ้าน” ที่ “งามง่าย พอเพียง เป็นทั้งที่รักและที่พัก” เพราะผมเชื่อว่า “บ้าน” เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดในสังคมเปรียบได้กับ “จุลจักรวาล” เล็กๆ หากพวกเราชาวคนรักบ้านสามารถทำให้ “บ้าน” ของทุกท่านเป็น “บ้าน” ที่ดีแล้ว ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำให้ผมไม่เชื่อว่าเราจะมี “เมือง” ที่สุขสงบ ร่มเย็นเป็นสุขกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งผมก็ได้บรรยายเรื่องนี้ในหัวข้อ “บ้านแม่ เมืองพ่อ ที่พอเพียง” ให้แก่แฟนๆ ชาวคนรักบ้าน 200 กว่าท่านได้ฟังกันโดยจัดขึ้น ณ ท้องพระโรง วังท่าพระ หน้าพระลาน ไปเมื่อวันตรุษจีน+วาเลนไทน์ ในวันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่เพิ่งผ่านมาครับ
นอกจากนั้น สิ่งที่ผมเคยพูด และได้เคยคาดการณ์ไว้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นแผ่นดินไหว สึนามิ สตอร์มเซิร์จ (น้ำท่วมฉับพลัน) ไปถึงพายุโซนร้อน ซึ่งก็เพิ่งเกิดเหตุการณ์ขึ้นสดๆ ร้อนๆ หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิ ได้เกิดพายุ+ฝน+ลูกเห็บ ถล่ม 13 หมู่บ้านพังราบ อาคารบ้านเรือนเสียหายกว่า 500 หลัง
พอผมได้พูดเตือนภัยแผ่นดินไหวยังไม่ทันขาดคำก็เกิดแผ่นดินไหว 8.8 ริกเตอร์ ที่ประเทศชิลี มีขนาดความรุนแรงกว่าที่ ประเทศเฮติ หลายเท่า แต่โชคดีไม่ได้เกิดในชุมชนเมืองที่มีขนาดใหญ่ จึงทำให้มียอดผู้เสียชีวิตประมาณ 800 คน ภัยพิบัติทางธรรมชาติเหล่านี้แหละครับบรรดาชาวคนรักบ้านจะต้องไม่มองข้ามเป็นอันขาด เพราะจะเกิดซ้ำเกิดซากและจะเกิดกันอีกไม่หยุดหย่อน ตราบใดที่มนุษย์ยังย่ำยี “พระแม่ธรณี” เบียดเบียนธรรมชาติ ใช้ทรัพยากรกันอย่าง “แดกด่วน” บ้าคลั่งขาดความรับผิดชอบ ขาดสติ ไม่ยั้งคิดดังเช่นในปัจจุบัน
มีอีกเรื่องที่เป็นเรื่องน่าชื่นใจสมควรนำมาเผยแพร่ครับ คือ มีแฟนๆ ชาวบ้านไม่บานได้ติดต่อมาที่ผม ขอมีส่วนร่วมลงขันกับผมในการทดลองสร้างบ้านไม่บานในชุด “บ้านป้องภัย” ที่สามารถต้านภัยธรรมชาติ โดยได้สร้างถวายเป็น กุฏิพระ เป็นที่วิปัสสนากรรมฐานซึ่งจะสร้างขึ้น ณ วัดภัททันตะ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี โดยสร้างเป็นบ้านขนาดเล็ก ขนาด 1 ห้องนอน 1 หลัง และสร้างเป็นบ้านขนาดกลาง 3 ห้องนอน อีก 1 หลัง
“บ้านป้องภัย” ต้นแบบนี้ตามแผนงานที่วางเอาไว้จะสร้างให้แล้วเสร็จอย่างเร็วไวภายในระยะเวลาประมาณ 3-4 อาทิตย์ เป็นบ้านที่ใช้ระบบการก่อสร้างที่ผมได้ทำการศึกษาค้นคว้ามานานกว่า 3 ปี ที่ผมมักเรียกโครงสร้างระบบนี้ว่า “ระบบโครงสร้างรังผึ้ง” โดยเป็นโครงสร้างลักษณะโครงคอนกรีตเสริมเหล็กที่สามารถรับแรงอัดสูงผสานกับโครงเหล็กข้ออ้อยสาน ในลักษณะคล้ายรังผึ้งทั้งหลัง สำหรับความคืบหน้าก็จะมารายงานให้ทราบเป็นระยะๆ ครับ
หากการพัฒนาบ้านต้นแบบนี้ออกมาได้ผลดี บรรดา ชาวบ้านไม่บานที่มีทุนทรัพย์น้อย ก็คงจะได้เฮกันทั้งประเทศ เพราะเราจะมีบ้านสวยงาม แข็งแรง อีกทั้งยังมีราคาประหยัดสุดๆ สามารถทนทานต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติได้ดีในระดับหนึ่งครับ แฟนๆ ชาวบ้านไม่บานสามารถติดตามความคืบหน้าได้ทางรายการ “คนรักบ้าน” สถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนล ทุกวันอาทิตย์ในช่วงเช้า เวลา 10.00-11.00 น.
ข่าวคราวของกิจกรรมชาว “คนรักบ้าน” ตลอดระยะเวลา 3 สัปดาห์ก็คงมีแค่นี้ และต้องขอกราบขอบพระคุณแฟนๆ ชาวคนรักบ้านทั่วประเทศอีกครั้งที่ทุกครั้งที่มี ผมได้จัดกิจกรรมใดๆ ขึ้น ก็มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่งเสมอทุกครั้งไป ซึ่งสิ่งที่ได้รับจากท่านนี่แหละครับ ก็เป็นกำลังใจให้แก่คณะทำงาน “คนรักบ้าน” ที่จะทำหน้าที่ทางจริยธรรมต่อไป ส่วนรายละเอียดต่างๆ ทั้งหลายทั้งปวงนี้ท่านสามารถติดตามได้ ทางเว็บไซต์ www.homeloverthai.com
สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้เพียงแค่นี้ครับ ก่อนจากกันในสัปดาห์นี้ก็อยากจะวิงวอนบรรดาแฟนๆ คนรักบ้านทั่วประเทศในช่วงที่บ้านเมืองกำลังตกอยู่ในสภาวะสับสน ก็ยิ่งต้องมีสติ ดังคำที่แม่ผมสอนเอาไว้ว่า “เวลาไฟดับอย่าวิ่งกันให้วุ่นเป็นกระต่ายตื่นตูม ต้องนั่งนิ่งๆ เงียบๆ ตั้งสติ มิฉะนั้นอาจจะวิ่งชนกันเอง จนหัวร้างข้างแตก หรือแข้งขาหัก” แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ



