
สกอ.เร่งประสานสภาการพยาบาลขอเพิ่มโควตานศ.
ม.ราชธานียอมงดรับนศ.ปี 53 แล้ว สกอ.เร่งประสานสภาการพยาบาลขอเพิ่มโควตานศ. ด้านรองเลขาธิการกกอ. ฝากนศ.วิทยาลัยโคราชทำความเข้าใจสังคม ย้ำให้สอบเทียบวัดความรู้เพื่อไม่ให้มีปัญหาหากต้องเข้าไปเรียนในสถาบันใหม่ ไม่ใช่หมายความว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ขณะท
(5มี.ค.) ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)เมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าที่ประชุมได้รับรายงานแนวทางการการเยียวยานักศึกษาสาขาวิชาพยาบาลศาสตร์ กรณีวิทยาลัยนครราชสีมา และมหาวิทยาลัยราชธานี ว่า ในส่วนของว.นครราชสีมานั้นที่ประชุมมีความเห็นสอดคล้องกันว่าการแก้ไขปัญหาต้องทำร่วมกันทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา ตัวผู้เรียนซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่สภาการพยาบาลรับรองและที่สำคัญคือวิธีการเทียบโอนต้องเป็นไปตามที่สถาบันใหม่ที่จะรับนักศึกษากำหนด โดยใช้การสอบคัดเลือกตามหลักสูตรที่จัดการเรียนการสอน
เลขาธิการกกอ. กล่าวอีกว่า สำหรับม.ราชธานีอธิการบดีได้มาพบตน และยืนยันว่าจะยุติการรับนักศึกษาปีการศึกษา2553 เพื่อปรับปรุงคุณภาพหลักสูตรให้เป็นไปตามที่สภาการพยาบาลกำหนด และทราบจากอธิการบดีว่านักศึกษาบางส่วนยินดีจะไปเรียนที่สถาบันอื่น โดยสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) จะประสานไปยังสภาการพยาบาลเพื่อเจรจาขอให้สภาการพยาบาลอนุมัติเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนในคณะนี้เพิ่ม ทำให้มีนักศึกษาเข้าเรียนในสถาบันเดิมได้จำนวนหนึ่งแต่ทั้งนี้จำนวนที่รับเพิ่มจะต้องไม่กระทบกับคุณภาพการเรียนการสอน ทั้งนี้ที่ผ่านมาสถาบันดังกล่าวรับนักศึกษาเกินจำนวนที่สภาการพยาบาลอนุมัติคือ 80 คนโดยมีนักศึกษาเกินจำนวนถึง 262 ซึ่งจำนวนนี้ ต้องย้ายไปศึกษาในคณะอื่นๆ ของมหาวิทยาลัยราชธานี หรือโอนย้ายไปเรียนในสาขาวิชาอื่นที่ใกล้เคียงกันในสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เช่น เทคนิคการแพทย์ สาธารณสุขศาสตร์ การแพทย์แผนไทย วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม เป็นต้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านมามีนักศึกษาลาออกไปแล้วกว่า 80 คน และแจ้งความจำนงขอไปเรียนที่สถาบันอื่นอีกจำนวนหนึ่ง
รศ.ดร.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่าถึงกรณีที่นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยนครราชสีมาออกมาประท้วงที่สกอ.จะให้สอบเทียบโดยกล่าวหาว่าสกอ.ไม่ให้ความจริงใจในการแก้ไขปัญหา ว่า นักศึกษาต้องมีความเข้าใจสังคมโดยรวมด้วย ซึ่งที่ผ่านมานักศึกษาบอกเองว่าตนเองเรียนอยู่ในสถาบันที่ไม่มีคุณภาพ ดังนั้นสังคมจึงต้องตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่านักศึกษาที่เรียนในสถาบันนี้มีคุณภาพจริงหรือไม่ ซึ่งวิธีการเยียวยาที่สกอ.เตรียมไว้ก็เพื่อให้โอกาส ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมดแต่ให้สอบเทียบความรู้เพื่อไม่ให้มีปัญหาหากต้องเข้าไปเรียนในสถาบันใหม่และจบออกมาเป็นพยาบาลวิชาชีพที่มีคุณภาพต่อไป
“หากใครไม่สามารถสอบผ่านก็ต้องถามตัวเองว่าจะยังอยากเรียนในคณะนี้อยู่อีกหรือไม่หรือจะไปเรียนในสาขาอื่นหรือสุดท้ายอาจจะต้องไปเรียนในสถาบันเอกชน ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยประสานสถาบันเอกชนได้มากน้อยแค่ไหนผมอยากให้นักศึกษาเข้าใจว่าสกอ.เข้าไปเพื่อช่วยเหลือไม่ใช่คู่กรณีของนักศึกษา ดังนั้นจึงอยากให้รับฟังและที่ผ่านมาก็ได้อธิบายเหตุผลดังกล่าวไปแล้วเชื่อว่าส่วนหนึ่งเข้าใจปัญหา”รองเลขาธิการกกอ.กล่าว
รศ.ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (มสด.) ฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งประเทศ(มรภ.ทปอ.) กล่าวถึงกรณีปัญหาการรับนักศึกษาเข้าศึกษาในคณะพยาบาลศาสตร์ ของสถาบันอุดมศึกษาต่างๆทั้งที่ยังสภาการพยาบาลยังไม่รับรองหลักสูตรว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่น่าห่วงและต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตของเด็ก และในฐานะที่ตนเป็นประธาน มรภ.ทปอ.จะนำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุมมรภ.ทปอ.วันที่ 13 มี.ค.นี้ เพื่อพิจารณาแก้ปัญหาร่วมกันก่อนที่จะสายเกินไป
“ผมต้องการให้มีการเปิดเผยข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการรับนักศึกษาโดยเฉพาะในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสภาวิชาชีพ เพราะต้องได้รับการรับรองและอนุมัติก่อนมหาวิทยาลัยจึงจะดำเนินการได้ ดังนั้นหากใครก็ตามที่ทราบข้อมูลขอให้แจ้งทันทีเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่จะเกิดขึ้น ไม่ใช่ช่วยกันปกปิดปล่อยให้มีการรับและเรียนไปแล้ว เพราะในความเป็นจริงแม้ว่ามหาวิทยาลัยอื่นที่ไม่มีปัญหาอยากจะช่วยเหลืออย่างไรก็ไม่สามารถทำได้ เพราะการรับนักศึกษาในสาขาวิชาชีพนั้นจะถูกกำหนดด้วยข้อบังคับต่างๆ โดยเฉพาะจำนวนรับที่ต้องสอดคล้องกับบุคลากร และอุปกรณ์การเรียนการสอนที่ต้องถูกตรวจสอบก่อน ด้วยเหตุนี้หากมีปัญหาจึงอยากให้บอกความจริงเพื่อเตรียมรองรับและช่วยเหลือได้ทัน เช่นหากขาดแคลนบุคลากระและอาจารย์ก็อาจจะช่วยจัดส่งไปให้ได้บ้าง เป็นต้นหลังจากที่ประชุมหารือแล้วจะมีการประกาศให้ทราบชัดเจนว่ามหาวิทยาลัยราชภัฎใดสามารถรับนักศึกษาสาขาการพยาบาลได้บ้าง”รศ.ดร.ศิโรจน์ กล่าว
อธิการบดีมสด. กล่าวอีกว่า ในส่วนของมสด.มีการเปิดรับนักศึกษาสาขาพยาบาลมาเป็นที่ 3 แล้ว ซึ่งก่อนที่จะเปิดรับได้ต้องใช้ระยะเวลาหลายปีในการตรวจสอบความพร้อมต่างๆก่อนจะได้รับการรับรองและอนุมัติ จนถึงขณะนี้สาขาพยาบาลของมสด.เป็นที่ยอมรับแล้ว และที่สำคัญยังเน้นสอนในสาขาที่เป็นความต้องการสูงของตลาดด้วยคือด้านการดูแลเด็กและคนชรา ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยราชภัฎใดต้องการความช่วยเหลือก็พร้อมที่จะให้คำแนะนำได้



