ไลฟ์สไตล์

จุรินทร์เผยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯจัดทำบัญชีสมุนไพร

จุรินทร์เผยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯจัดทำบัญชีสมุนไพร

05 มี.ค. 2553

"จุรินทร์” เผยกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ จัดทำบัญชียาสมุนไพรเพิ่มเติมบัญชียาหลักแห่งชาติ แล้วเสร็จ มี.ค. นี้ คาดมีเพิ่ม 400-500 รายการ คัดเลือกจากกว่าพันรายการที่ใช้ในโรงพยาบาล ขณะที่ “กรมบัญชีกลาง” ทำหนังสือเวียนอนุโลมข้าราชการเบิกจ่ายยาสมุนไพรได้ ถึง มิ.ย

 (5มี.ค.) ที่กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข – เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2553 เวลา 10.45 น. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำบัญชียารองสมุนไพรไทย เพื่อใช้สำหรับเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพ ภายหลังการตรวจเยี่ยมกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ว่า นอกจากรายการยาสมุนไพรไทย 19 รายการ ที่บรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว ขณะนี้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ อยู่ระหว่างการรวบรวมและจัดทำบัญชีรายการยาสมุนไพรไทยที่ใช้ในโรงพยาบาล หรือบัญชียาสมุนไพรรอง เพื่อใช้สำหรับการเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพ โดยเฉพาะในส่วนสวัสดิการข้าราชการ คาดว่าจะแล้วเสร็จปลายเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งบัญชียาสมุนไพรที่เพิ่มเติมนี้ จะทำให้แพทย์สามารถสั่งจ่ายเพื่อรักษาให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้มากขึ้น เบื้องต้นหลักการนี้ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังแล้ว

 ส่วนปัญหาการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรไทยในบัญชียาหลักแห่งชาตินั้น นายจุรินทร์ กล่าวว่า เรื่องนี้จะหารือกับทางคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อจัดตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณาการขึ้นบัญชียาสมุนไพรไทย ที่ให้มีผู้ทรงคุณวุฒิด้านยาสมุนไพรเข้าร่วม เพื่อให้การขึ้นทะเบียนยาสมุนไพรไทยในบัญชียาหลักมีความสะดวกรวดเร็วขึ้น

 ด้าน พญ.วิลาวัณย์ จึงประเสริฐ อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า ที่ผ่านมาสมุนไพรไทยมีการใช้น้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบัน มีอัตราการใช้ในปี 2552 เพียงแค่ร้อยละ 1.5 เท่านั้น ซึ่งมาจาก 3 สาเหตุ คือ 1.องค์ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรยังไม่แพร่หลาย 2.ผลิตภัณฑ์สมุนไพรยังมีปัญหาในเรื่องคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่งต้องผลักดันการผลิตให้ได้จีเอ็มพี และ 3.บุคคลากรที่เป็นผู้สั่งจ่ายใช้ยาสมุนไพรยังขาดความเชี่ยวชาญ อย่างไรก็ตามขณะนี้กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ได้ยกเลิกการห้ามเบิกจ่ายยาสมุนไพรไทยนอกบัญชียาหลักแห่งชาติแล้ว โดยเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา กรมบัญชีกลางได้ออกหนังสือเวียนไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ อนุโลมให้มีการเบิกจ่ายยาสมุนไพรไทยนอกบัญชียาหลักแห่งชาติได้จนถึงเดือนมิถุนายน ซึ่งในระหว่างนี้ทางกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ จะเร่งจัดทำบัญชีรายการยาสมุนไพรไทย ที่เป็นบัญชียารองเพื่อใช้สำหรับเบิกจ่ายในระบบหลักประกันสุขภาพให้แล้วเสร็จในเดือนมีนาคมนี้

 พญ.วิลาวัณย์ กล่าวว่า สำหรับรายการบัญชียาสมุนไพรที่ใช้ในโรงพยาบาลนั้น เท่าที่ทราบมีกว่าพันรายการ แต่ที่จะกำหนดเพิ่มในบัญชียาสุมนไพรเพื่อเป็นบัญชีรองนั้น คาดว่าจะมี 400-500 รายการ ซึ่งจะมีทั้งยาสมุนไพรที่ทางโรงพยาบาลผลิตขึ้นเอง ยาสมุนไพรที่แพทย์ปรุงขึ้นเพื่อใช้กับผู้ป่วยเฉพาะราย และยาสมุนไพรที่ผลิตโดยเอกชน ซึ่งขณะนี้มีโรงงานผลิตยาสมุนไพรไทยที่ได้รับมาตรฐานจีเอ็มพี 35 แห่ง ผลิตยาสมุนไพรประมาณ 300 รายการ 

 นอกจากนี้ พญ.วิลาวัณย์ กล่าวต่อว่า เพื่อส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ในปี 2553 นี้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ ได้จัดสรรงบประมาณเบื้องต้น 13.8 ล้านบาท เพื่อให้แพทย์แผนไทยลงไปประจำที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.) จังหวัดละ 2 คน ซึ่งหลังจากนั้นในปี 2554 จะของบประมาณเพิ่มเติมจากสำนักงบประมาณในส่วนนี้ หรือขอความสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งแพทย์แผนไทยที่ประจำ รพ.สต. จะเชื่อมโยงกับแพทย์พื้นบ้าน และอาสาสมัครสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน นอกจากนี้ทางสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนค่ายาและค่ารักษาแพทย์แผนไทย โดยให้ รพ.สต.ละ 100,000 บาท