Kom Lifestyle

ร้อนนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกล "ฮีทสโตรก" อันตรายที่ดูรายละเอียด

ร้อนนี้ต้องดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกล "ฮีทสโตรก" อันตรายที่ดูรายละเอียด
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

"โรคลมแดด” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฮีทสโตรก” ที่หลายคนมองว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตทีเดียว

ยังไม่ทันจะก้าวเข้าสู่เดือนเมษายนซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนที่สุดในประเทศไทย หลายจังหวัดก็มีอุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียสกันแล้ว และจากอากาศที่ร้อนจัดนี่เองที่ทำให้คนไทยเสี่ยงต่อ “โรคลมแดด” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฮีทสโตรก” (Heatstroke) โรคที่หลายคนมองว่าไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ในความเป็นจริงแล้วอันตรายอาจถึงขั้นเสียชีวิตทีเดียว ซึ่งวันนี้ คมชัดลึกออนไลน์ อาสาพาไปรู้จักกับโรคนี้แบบเจาะลึกกันค่ะ

 

โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก คืออะไร?

 

โรคลมแดด หรือฮีทสโตรก เป็นภาวะวิกฤตที่ร่างกายไม่สามารถปรับตัวหรือควบคุมระดับความร้อนภายในร่างกายได้ ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ หน้ามืด เพ้อ ชัก ไม่รู้สึกตัว หายใจเร็ว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ช็อก หากปล่อยทิ้งไว้ให้มีอาการหรือไม่สามารถระบายความร้อนออกได้มากกว่า 2 ชั่วโมง อาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อหัวใจ สมอง ไต และกล้ามเนื้อ ซึ่งหากได้รับการรักษาที่ล่าช้า ก็มีอันตรายถึงชีวิตได้

 

สัญญาณเตือนโรค "ฮีทสโตรก" ที่ควรระวัง

  • ตัวร้อนมาก อุณหภูมิร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
  • ผิวหนังแห้งและร้อน ตัวร้อนขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่มีเหงื่อออก
  • ความดันโลหิตลดลง
  • หัวใจเต้นเร็วมาก ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว
  • กระหายน้ำมาก
  • วิงเวียน ปวดศีรษะ มึนงง หน้ามืด
  • คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย
  • อาจถึงขั้นชักกระตุก เกร็ง และหมดสติไป

 

ใครที่มีความเสี่ยงโรค "ฮีทสโตรก"

 

  • เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และผู้สูงอายุ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ดีเท่าคนหนุ่มสาว
  • ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง หรือโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน
  • ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินหรืออ้วน
  • ผู้ที่พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • ผู้ที่ทำงานหรือทำกิจกรรมกลางแดดเป็นเวลานาน เช่น ออกกำลังกาย นักกีฬากอล์ฟ เกษตรกร ผู้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง
  • ผู้ที่ทำงานออฟฟิศ ที่ทำงานในห้องแอร์เป็นเวลานานแล้วออกมาเจอกับอากาศร้อนจัด จนร่างกายปรับตัวไม่ทัน
  • ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ร่างกายจะสูญเสียน้ำและเกลือแร่มากกว่าคนที่ไม่ได้ดื่ม และในสภาพอากาศที่ร้อนจัด
  • แอลกอฮอล์ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจให้สูบฉีดเลือดเร็วและแรงขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น จนอาจทำให้ช็อกและเสียชีวิตได้

 

พบคนเป็นลมแดด ควรดูแลอย่างไรก่อนนำส่งโรงพยาบาล

 

  • รีบนำคนป่วยเข้าไปอยู่ในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่โดนแสงแดด เพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายลง
  • ให้คนป่วยนอนราบ ยกเท้าสูงทั้งสองข้าง เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
  • คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อระบายความร้อนได้ไวขึ้น
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็น หรือน้ำแข็งประคบตามซอกคอ ตัว รักแร้ ขาหนีบ หน้าผาก ใช้พัดลมช่วยเป่าระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงอย่างรวดเร็วที่สุด
  • หากไม่หมดสติให้ดื่มน้ำเปล่ามากๆ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด

 

วิธีป้องกันตัวเองจากโรคลมแดด หรือฮีทสโตรก

 

  • หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนจัด
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา ระบายความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้
  • จิบน้ำบ่อยๆ อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ถึงแม้ไม่กระหายน้ำก็ตาม เพื่อเติมความชุ่มชื้นและลดอุณหภูมิร่างกาย
  • หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ชา รวมถึงกาแฟ และเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
  • อย่าทิ้งเด็ก ผู้สูงอายุ หรือสัตว์เลี้ยงไว้ในรถที่จอดอยู่กลางแจ้ง ความร้อนภายในรถจะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคสูงมาก
  • เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรอยู่ในที่อากาศร้อนและไม่ควรอยู่ตามลำพัง
  • สำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย แนะนำออกกำลังกายในที่ที่อากาศถ่ายเท ควรเลือกในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น เนื่องจากเป็นช่วงที่อากาศไม่ร้อนมาก และควรมีการอบอุ่นร่างกายก่อนทุกครั้ง
  • สวมแว่นกันแดด สวมหมวกปีกกว้าง
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวหากมีอาการผิดปกติ หรืออาการที่บ่งบอกตามข้างต้น ขอให้รีบพบแพทย์โดยทันที

 

 

ที่มาข้อมูล : โรงพยาบาลพญาไท 2

logoline

ข่าวที่น่าสนใจ

logo-pwa

เพิ่ม คมชัดลึก ออนไลน์

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด