ไลฟ์สไตล์

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (6)

คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ (6)

05 มี.ค. 2553

กลยุทธ์ในการปลดแอกวงการกล้วยไม้ไทยออกสู่อิสรภาพ

 กลยุทธ์ในการปลดแอกให้แก่วงการกล้วยไม้ไทยเพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสบริโภครวมทั้งคิดค้าขายกันได้อย่างอิสรเสรีนั้นมันเกิดขึ้นได้ยังไง เรื่องนี้ฉันไม่มีความลับนอกจากต้องการเปิดเผยให้ทุกคนได้รู้

 ไม่เช่นนั้นแล้วจะทำอะไรนิดอะไรหน่อยก็มักอ้างว่า ไม่มีเงินบ้าง ไม่มีความรู้บ้าง แม้ไม่มีเวลารวมทั้งไม่มีอะไรต่อมิอะไรสุดแต่จะอ้าง ซึ่งแท้จริงแล้วสิ่งที่เธอไม่มีก็คือ “เธอไม่มีวิญญาณที่จะต่อสู้นั่นเอง”

 หลังจากนั้นพ่อเจ้าประคุณคนผลิตและค้ากล้วยไม้ในฮาวายก็ค่อยๆ ปล่อยกล้วยไม้ลูกผสมที่มีฟอร์มกลมมากขึ้นและมีสีเข้มยิ่งขึ้นไปทีละน้อย คนไทยต่างก็ตามซื้อกันเป็นบ้าเป็นหลัง

 พูดง่ายๆ ก็คือ ยิ่งซื้อหามาเล่นเศรษฐกิจของตัวเองก็ยิ่งจมหนักมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ นี่แหละเป็นสิ่งที่หลายคนมักพูดว่า “แก้เท่าไหร่ก็คงไม่มีใครแก้ได้  เพราะฉะนั้นปล่อยเลยตามเลยดีกว่า” ซึ่งหมายความว่าชีวิตคนไทยรอความตายที่กำลังจะมาถึงนั่นเอง

 ขณะนั้น ใครเลยจะคิดว่าอย่างน้อยก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ลุกขึ้นมาปลดแอกเรื่องนี้ให้แก่คนไทยทั้งชาติ โดยเริ่มต้นจับงานกล้วยไม้ไปก่อน

 ถ้าจะถามว่าการที่ฉันนำเรื่องนี้มาพูด เป็นการลำเลิกบุญคุณหรือเปล่า ถ้าเธอไม่ลืมตัวก็คงรู้ได้เองว่า “การลำเลิกหรือไม่ลำเลิกมันอยู่ที่ใจรวมทั้งกาลเวลาในอนาคต” ถ้าขณะนั้นฉันคิดจะลำเลิกบุญคุณ วันหนึ่งข้างหน้าไม่ว่าเร็วหรือช้า เธอทั้งหลายจะต้องจับได้แน่นอน

 ฉะนั้น เธอจะสังเกตได้ว่าฉันยังไม่ยอมเฉลยปัญหานี้ เพราะถ้าฉันนำมาเฉลย ต่อไปเธอก็จะเคยตัวจนกระทั่งคิดอะไรๆ ด้วยตัวเองไม่เป็น ยิ่งเรื่องนี้มีความสำคัญในการพัฒนาตนเองรวมทั้งสังคมเป็นอย่างยิ่ง จากสาเหตุนี้ที่ฉันถือว่ามันยิ่งกว่าข้อสอบในมหาวิทยาลัยเพื่อรับปริญญาเอก 

 ดังนั้น ประเด็นนี้มันทำให้ฉันไม่ยอมไปเรียนต่อเพื่อเอาปริญญาเอกจากเมืองฝรั่งโดยทุนมูลนิธิร็อกกี้เฟลเลอร์ ทั้งๆที่บรรดานักวิชาการส่วนใหญ่อยากได้ทุนนี้กันจนตัวสั่น

 สรุปแล้ว บทความเรื่อง “คืนกล้วยไม้สู่ธรรมชาติ” ที่ฉันนำมาเสนอในโอกาสนี้ ถ้าใครสนใจเรียนรู้เพื่อให้สังคมยอมรับว่าเธอมีคุณภาพเหนือกว่าปริญญาดอกเตอร์ ก็ขอให้ลองอ่านเรื่องนี้ดูก็แล้วกันว่ามันเป็นเรื่องกล้วยไม้หรืออะไรกันแน่!

"ระพี สาคริก"