
ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าถึงบ้าน
ดิฉันทราบมาว่า ทาง กทม.ออกหน่วยสัตวแพทย์เคลื่อนที่ บริการฉีดวัคซีนกันพิษสุนัขบ้าให้แก่ชาว กทม.ที่เลี้ยงสุนัข แบบไม่คิดค่าใช้จ่าย ในวันที่ 2 มีนาคม 2553 แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เวลาประมาณบ่ายสองโมงกว่าๆ
มีผู้ชาย 2 คน อ้างว่ามาจากสำนักเขตบางกะปิ ออกบริการฉีดวัคฉีนให้แก่บ้านที่มีสุนัข ซึ่งบ้านดิฉันมีสุนัข 3 ตัว เป็นพุดเดิ้ล 1 ตัว และชิสุ 2 ตัว ชาย 2 คนได้ยินเสียงสุนัขเห่า ก็มาเรียก บอกว่า จะมาฉีดวัคซีนให้ฟรี
ตอนนั้นดิฉันไม่ได้คิดอะไร เพราะก่อนหน้านี้มีรถมาประกาศประชาสัมพันธ์ว่า จะมีบริการฉีดวัคซีนฟรี ดิฉันก็เลยให้เขาฉีดทั้ง 3 ตัว พอลูกสาวซึ่งไปธุระกลับมาบ้าน ดิฉันก็เล่าให้ลูกฟัง ลูกก็ถามว่า แม่แน่ใจได้อย่างไรว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของสำนักงานเขตบางกะปิ ฉีดแล้วเขาให้อะไรเป็นหลักฐานบ้าง
จริงซิ...ไม่มีเลยค่ะ ดิฉันไม่ได้ขอดูหลักฐานว่ามาจากเขตบางกะปิจริงหรือเปล่า เขาไม่มีป้ายเหล็กห้อยคอให้สุนัขด้วย
ลูกสาวก็เลยบอกดิฉันว่า คราวหน้าแม่ต้องระวังน่ะ เพราะเดี๋ยวนี้มิจฉาชีพแปลกๆ มีสารพัดรูปแบบ เขาเห็นแม่อยู่บ้านคนเดียว อาจจะมาดูลาดเลาหรือฉีดยาให้สุนัขของเราเป็นอะไรไป จะได้เข้ามาโจรกรรมสะดวก
ดิฉันตกใจมาก กังวลสารพัด เพราะกลัวสุนัขจะเป็นอะไร เลี้ยงมารักเขาเหมือนเป็นลูก ถ้าเป็นอะไรไป ดิฉันจะเสียใจมาก พวกเราเฝ้าดูอาการของสุนัข ซึ่งมีอยู่ตัวหนึ่งที่แพ้ยาง่าย แต่คราวนี้เขาไม่เป็นอะไร ก็เลยทำให้ดิฉันสบายใจขึ้น
สมัยนี้อย่าไว้ใจใครง่ายๆ พวกมิจฉาชีพอาจจะอาศัยข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มาอ้าง เพื่อจะเข้ามาในบ้านเรา โดยที่เราไม่เฉลียวใจเลย
ยิ่งดิฉันอยู่บ้านคนเดียวด้วย ถูกมิจฉาชีพทำอะไร จะไม่มีใครรู้เลย จนกว่าลูกๆ จะกลับมา ต่อไปนี้ ดิฉันจะเชื่อฟังลูก เขาจะเตือนเสมอว่า แม่อยู่บ้านคนเดียวต้องล็อกประตูรั้ว ล็อกประตูบ้านทุกครั้ง ห้ามเปิดให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน ใครมาเรียกก็ตะโกนคุยกันข้ามรั้วนี่แหละ ปลอดภัยกว่า
เมื่อก่อนสอนลูกให้ระวัง แต่ตอนนี้ ต้องเชื่อลูก ยุคสมัยเปลี่ยนไป ภัยสังคมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา โหดเหี้ยมขึ้นทุกวัน ต้องระวังตัวเป็นที่สุด
ครูเกษียณ



