
อุทุมพรยันข้อสอบโอเน็ตไม่เกินหลักสูตร
อุทุมพร ยันข้อสอบโอเน็ตไม่เกินหลักสูตร แจงถี่ยิบ 16 ข้อเด็กท้วงติง ชี้หากไม่เข้าใจดูได้ที่เว็บสทศ. www.niets.or.th ส่วนข้อสอบพร้อมเฉลยทุกวิชา ดูได้ปลายเดือนเม.ย.นี้ ระบุข้อสอบดีต้องหลายรูปแบบ เน้นคิดวิเคราะห์ ส่วนข้อไหนเด็กบอกไม่ได้เรียนให้กลับไปถามร.ร
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 มี.ค. ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผู้อำนวยการ สทศ. แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่มีการร้องเรียนว่า สทศ. ออกข้อสอบ การทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน(โอเน็ต) เกินกว่ากรอบหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ษ. 2544 ที่สอนกันอยู่ในสถานศึกษาส่วนใหญ่ แต่ออกตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 www.niets.or.th ตามที่สทศ.ได้ประกาศไว้ในเว็บไซต์ของสทศ. www.niets.or.th ทั้งที่หลักสูตร พ.ศ.2551 ใช้ในร.ร.นำร่องเพียง 500 แห่ง ว่า หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 มีกรอบเนื้อหาหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานเดียวกับเนื้อหาหลักสูตร พ.ศ.2544 แต่มีเพียงการกำหนดตัวชี้วัดที่พึงประสงค์ของนักเรียนไว้อย่างชัดเจนกว่าเท่านั้น
เพราะฉะนั้นในส่วนของเนื้อหาข้อสอบโอเน็ต ของ สทศ.ที่นักเรียนสอบไปยังคงออกอิงตามหลักสูตร พ.ศ.2544 เพียงแต่คำนึงถึงตัวชี้วัดที่ระบุไว้ตามหลักสูตร พ.ศ. 2551 เท่านั้น เนื่องจากตามหลักสูตร พ.ศ. 2544 ไม่มีการกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจนถึงลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียนหลังจบช่วงชั้นนั้นๆ อีกทั้งหลักสูตร พ.ศ. 2544 มีการกำหนดกรอบหลักสูตรไว้เยอะมาก หากสทศ.ออกตามหลักสูตรพ.ศ. 2544 เพียงอย่างเดียว ไม่ว่าออกอย่างไรก็ไม่มีทางเกินหลักสูตรอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม การที่นักเรียนระบุว่า ข้อสอบโอเน็ตออกเกินกว่าหลักสูตร และโรงเรียนหลายแห่งไม่ได้สอนนั้นจึงไม่เป็นความจริง ในส่วนเรื่องรูปแบบของคำถาม ชี้แจงว่า สทศ.ยืนยันว่าข้อสอบที่ดีไม่ได้มีเฉพาะรูปแบบเดียวคือ ปรนัย 4 ตัวเลือกเท่านั้น แต่ควรเป็นข้อสอบที่มีหลายรูปแบบ ออกตามธรรมชาติของวิชานั้นๆ ฉะนั้น สทศ.พยายามปรับรูปแบบให้ตรงกับธรรมชาติของวิชานั้นๆ โดยเฉพาะ 3 กลุ่มสาระวิชา คือ สุขศึกษาและพละศึกษา ศิลปะ และการงานอาชีพและเทคโนโลยี
“สทศ.ออกข้อสอบเน้นการคิดวิเคราะห์ ซึ่งโรงเรียนเองก็สอนให้เด็กคิดวิเคราะห์ ดูได้จากหลักฐาน ปพ.1 หรือสมุดพกของนักเรียน ที่มีระบุชัดเจนถึงคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนักเรียน โดยหนึ่งในกำหนดถึงความสามารถในการอ่านเขียนคิดวิเคราะห์ ดังนั้นจะบอกว่าไม่สอดคล้องกับการเรียนการสอนของโรงเรียนไม่ได้ สำหรับในปีต่อๆไป สทศ.จะพยายามระมัดระวังโจทย์ การออกคำถามไม่ให้เกิดปัญหาอีก แต่ยืนยันว่ารูปแบบของข้อสอบยังคงเหมือนเดิม ส่วนเรื่องของการเรียนการสอนนั้น ต้องเป็นหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ในการที่จะชี้แจงในเรื่องเนื้อหาสาระของหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอนของโรงเรียนว่าสอดคล้องกับหลักสูตรที่กำหนดหรือไม่ เพราะฉะนั้นข้อสอบโอเน็ตไม่ได้ออกเกินหลักสูตร”ศ.ดร.อุทุมพร กล่าว
ศ.ดร.อุทุมพร กล่าวอีกว่ายอมรับว่ารู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง เพราะข้อสอบโอเน็ต ม.6 ที่ สทศ.ออกทั้งหมดมี 516 ข้อ ใน 8 กลุ่มสาระวิชา แต่มีข้อสอบที่นักเรียนและสื่อสงสัยเพียง 16 ข้อ ใน 3 กลุ่มสาระวิชา คิดเป็นร้อยละ3.10 แต่กลับไม่มีการนำข้อสอบอีกร้อยละ 96.60 มาพูดถึงว่าเป็นข้อสอบที่ดีหรือไม่ เช่น ข้อสอบวิชาพละศึกษาที่ถามเกี่ยวกับเทนนิส ร.ร.บางแห่งยังไม่ได้สอนเทนนิส แต่ตามหลักสูตรแล้วนั้น ทางร.ร.ต้องสอนเกี่ยวกับการสาระการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเล่นเกม กีฬาไทย กีฬาสากล มาตรฐานพ. 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และกีฬาของหลักสูตร พ.ศ.2551 ซึ่งเด็กบอกว่าไม่ได้เรียนเรื่องนี้ต้องไปถามร.ร.ว่าทำไมถึงไม่สอน
อย่างไรก็ตามยืนยันว่าเจตนาของ สทศ.นั้น อยากเห็นเด็กไทยคิดวิเคราะห์เป็น ซึ่งเมื่อไปถึงจุดนั้นได้ตนเชื่อว่าปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศจะลดลงได้ แต่ทั้งนี้การศึกษาเป็นเรื่องต้องใช้เวลานานกว่าจะพัฒนาคน แต่หาก สทศ.ไม่ริเริ่มในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มได้เมื่อไร ส่วนนักเรียนคนใดที่ยังไม่เข้าใจข้อสอบทั้ง 16 ข้อสามารถดูคำถามและเฉลยได้ที่เว็บไซต์ของสทศ.www.niets.or.th และข้อสอบโอเน็ตพร้อมเฉลยทั้งหมด สทศ.จะลงเว็บไซต์ปลายเดือนเม.ย.นี้
นายอำนวย สุนทรโชติ ประธานชมรมค่านิยมเพื่อสร้างชาติ กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวทางข้อสอบโอเน็ตของ สทศ.เพราะมีการพัฒนาขึ้นกว่าการออกข้อสอบปรนัย 4 ตัวเลือกซึ่งไม่สามารถวัดศักยภาพที่แท้จริงของนักเรียนได้ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าเนื้อหาบางส่วนของข้อสอบมีปัญหาจริง แต่เชื่อว่าหาก สทศ.มุ่งมั่นปรับปรุงต่อไปก็จะเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งนี้ที่มีการนำไปวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่ออย่างกว้างขวางนั้น นำข้อสอบเพียงบางส่วนไปวิจารณ์ หรือจำมาพูดต่อกันไป ซึ่งมีทั้งจริงบ้างไม่จริงบ้าง โดยไม่ได้นำข้อสอบทั้งหมดไปวิจารณในทีวี อีกทั้งในการชี้แจ้งเรื่องของสอบโอเน็ตนั้น เรื่องนี้ในกระบวนการเปิดเผยข้อสอบเป็นความลับ ซึ่งทางสทศ.ไม่สามารถ
ด้านนายสมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าได้มอบหมายให้สำนักวิชาการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)ไปวิเคราะห์ข้อสอบโอเน็ตว่าออกเกินมาตรฐานหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2544 หรือไม่เพราะสทศ.ระบุว่าข้อสอบออกตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน2551 ขณะที่เด็กชั้นป.6, ม.3 และม.6 ปีนี้เรียนในหลักสูตร 2544 อยู่ดังนั้นข้อสอบจึงควรจะออกตามหลักสูตรที่เด็กเรียนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับเด็ก ทั้งนี้คาดว่าจะได้ข้อสรุปภาย2-3 วันโดยสพฐ.จะรวบรวมข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศ.ธ.)เพื่อนำไปสู่การพิจารณาพัฒนาข้อสอบต่อไป



