
กยศ.ถกปล่อยกู้นศ.ตกค้าง1.1หมื่น26มี.ค.
ศธ.ให้ กยศ. ปล่อยกู้ย้อนหลังให้เด็กตกค้างกู้ กยศ.ปี 2551 จำนวน 11,000 ราย ผู้จัดการกยศ. รับลูกนำหารือในการประชุมบอร์ด กยศ. 26 มี.ค. นี้ ด้าน สกอ.เตรียมสางปัญหานักศึกษาต้องออกกลางคันเพราะไม่ได้กู้เงิน กยศ.
นางสาวนริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เปิดเผยภายหลังหารือกับ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) รศ.นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่ากล่าวว่า ได้ขอให้ รศ.นพ.ธาดา นำเรื่องเข้าหารือในบอร์ด กยศ.ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 26 มี.ค.นี้ ขอให้ กยศ.ปล่อยกู้ย้อนหลังแก่นักศึกษาที่ยื่นขอกู้เงินในปีการศึกษา 2551 แต่ไม่ได้รับการอนุมัติจำนวน 11,000 ราย แยกเป็นนักศึกษาปี 1 จำนวน 6,600 ราย และนักศึกษาที่จบ ปวส. แล้วเข้าศึกษาต่อปี 3 ในมหาวิทยาลัยจำนวน 4,000 ราย ซึ่งปัจจุบัน นักศึกษากลุ่มนี้กำลังจะจบปี 1 และปี 3 ตามลำดับ แต่บางราย เช่น กรณีของนักศึกษาม.ศรีปทุม และม.ธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยไม่ยอมออกเกรดให้ เพราะถือว่า ยังไม่จ่ายค่าเทอม
รมช.ศธ. กล่าวต่อว่า ตามข้อเท็จจริงแล้ว นักศึกษาทั้ง 11,000 รายนี้ ควรได้รับพารอนุมัติให้กู้เงินกยศ. เพราะอยู่ในโควตาปล่อยกู้รายใหม่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งโดยปกติ กยศ.จะจัดสรรโควต้าให้แต่ละมหาวิทยาลัยไปปล่อยกู้นักศึกษาใหม่จำนวนหนึ่ง อย่างปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา กยศ.ได้เตรียมโควต้าปล่อยกู้รายใหม่ไว้ 125,000 ราย ขณะเดียวกัน กยศ.จะเตรียมโควตาปล่อยกู้อีกส่วนไว้สำหรับนักเรียน ม.6 ที่เป็นลูกหนี้เก่าและต้องการกู้เรียนต่อระดับปริญญาตรี โดยจะให้เด็กยื่นคำร้องขอกู้ต่อและพิจารณาปล่อยกู้ตั้งแต่ช่วงใกล้จบ ม.6 ส่วนการปล่อยกู้รายใหม่นั้น กยศ.จะแจ้งโควต้าปล่อยกู้นักศึกษาใหม่ให้แต่ละมหาวิทยาลัยรู้ตั้งแต่ก่อนเปิด เพื่อให้มหาวิทยาลัยพิจาณาปล่อยกู้ตามโควตาที่ได้รับมา ซึ่งทั้ง 11,000 ราย ได้รับการรับรองจากมหาวิทยาลัยแล้วว่า มีสิทธิกู้เงินเพราะอยู่ในโควตาปล่อยกู้ของมหาวิทยาลัย
อย่างไรก็ตาม ปีการศึกษา 2551 ที่ผ่านมา นักเรียน ม.6 ลูกหนี้เก่าที่ต้องการเรียนต่อระดับปริญญาตรีมีมากผิดปกติ จนเกินโควตาไปประมาณ 5,000 คน แต่แทนที่ กยศ.จะแก้ปัญหาโดยเพิ่มโควต้าปล่อยกู้ให้แก่ผู้กู้เก่า กลับใช้วิธีดึงโควตาปล่อยกู้รายใหม่มาชดเชยแทน เพราะมติบอร์ดเดิมก็ กยศ.จัดอันดับความสำคัญให้พิจารณาปล่อยกู้ผู้กู้รายเก่าก่อนกลุ่มอื่น ส่งผลกระทบให้โควตาปล่อยกู้รายใหม่ถูกตัด จนมีนักศึกษาใหม่ตกค้างไม่ได้กู้เงินจำนวนหนึ่งทั้งที่ได้รับการรับรองสิทธิกู้เงินจากมหาวิทยาลัยแล้ว
“ ศธ.เห็นว่า ไม่ควรจะไปตัดสิทธิกู้เงินของนักศึกษาทั้ง 11,000 ราย จึงเสนอให้ กยศ.ปล่อยกู้ย้อนหลังให้นักศึกษากลุ่มนี้ โดยจะต้องใช้วงเงินรองรับประมาณ 300 ล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าเทอมปีการศึกษา 2551 ให้นักศึกษากลุ่มนี้ หาก กยศ.ไม่มีเงิน ก็จะอาจเสนอของบกลางจากคณะรัฐมนตรีแทน ซึ่งทาง นพ.ธาดา ก็รับปากว่า จะนำไปหารือในการประชุมบอร์ด กยศ. ระหว่างนี้ ก็จะให้ทางคณะอนุบัญชีจ่ายที่ 2 ซึ่งก็คือสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) จัดทำบัญชีรายชื่อของกลุ่มตกค้าง พร้อมทั้งตรวจสอบว่า แต่ละรายได้ขอกู้เงินมาถูกต้องตามชั้นตอนหรือไม่ แล้วจัดส่งข้อมูลให้ ผอ.กยศ. หาก บอร์ด กยศ.ยอมปล่อยกู้ย้อนหลังให้กลุ่มตกค้าง เด็กรายใดที่ขอกู้เงินไว้ถูกต้องตามขั้นตอนและเคยได้รับการรับรองสิทธิจากมหาวิทยาลัย จะได้รับการอนุมัติให้กู้เงินแน่นอน “ รมช.ศธ. กล่าว
ด้านดร.สุเมธ กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว ทั้ง 11,000 ราย ควรจะได้รับการอนุมติให้กู้เงิน บอร์ด กยศ.ได้มีมติบอร์ดใหม่ การันตีให้ผู้กู้เก่าต้องได้สิทธิกู้เงินต่อทุกราย โดยไม่มากระทบต่อโควตาของผู้กู้รายใหม่ ซึ่งก็ถือว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง สำหรับมหาวิทยาลัยเอกชนที่ทำการประชาสัมพันธ์หรือโฆษณาชวนเชื่อให้เกินจริงว่าผู้ที่เข้ามาเรียนทุกคนจะได้กู้กยศ. ถือเป็นว่ามีความผิดในคดีอาญา ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเอกชน หากเป็นการประชามสัมพันธ์ภายใน เช่น ให้นักศึกษาที่อยู่ม.6 กำลังจะเข้ามหาวิทยาลัยและเป็นผู้กู้ต่อเนื่องก็ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งที่ผ่านมา สกอ.ได้มีหนังสือเวียนไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หลายครั้งแล้วว่าห้ามโฆษณาเกินจริง
“สกอ. กำลังเตรียมจะเข้าไปแก้ปัญหานักศึกษาที่ลาออกกลางคันไปแล้วเพราะไม่มีสิทธิกู้ยืมหรือกำลังคิดจะลาออกด้วย เพราะฉะนั้น ขอให้เจ้าตัวติดต่อกลับมาที่มหาวิทยาลัยก่อน และที่กำลังคิดจะลาออกก็ขอให้อดทนเรียนต่อไปอย่าเพิ่งหมดหวัง”ดร.สุเมธกล่าว
รศ.นพ.ธาดา กล่าวว่า กยศ.จะต้องตรวจสอบรายชื่อนักศึกษาตกค้างทั้ง 11,000 คน ก่อนว่ามีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนดไว้หรือไม่ หากครบก็ไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งในวันที่ 26 มี.ค. นี้บอร์ดกยศ.จะพิจารณาร่วมกันอีกครั้งว่าจะปล่อยกู้ให้ทั้งค่าเทอมและค่าครองชีพ หรือจะให้ได้เฉพาะค่าเทอมเท่านั้น



