ไลฟ์สไตล์

สะท้อนชีวิตสมัยเก่า-ใหม่ สู่วัฏจักรศิลปะร่วมสมัย

สะท้อนชีวิตสมัยเก่า-ใหม่ สู่วัฏจักรศิลปะร่วมสมัย

04 มี.ค. 2553

จากวัฒนธรรมสมัยนิยมในช่วงหลังศตวรรษที่ 20 ของญี่ปุ่น ทำให้เกิดศิลปะที่สะท้อนให้เห็นถึงเสรีภาพที่เติบโตอย่างรวดเร็วจากการเปิดกว้างในค่านิยมอย่างไม่มีขีดจำกัด ด้วยรูปแบบที่มีความผสมผสานและขัดแย้งกันทางวัฒนธรรมอยู่ในตัว หรือที่เรียกว่า "ป๊อปอาร์ต" โดยกระทรวง

  ยูโกะ ฮาเซกาวา ภัณฑารักษ์ พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยโตเกียวเล่าถึงความเป็นมาในนิทรรศการนี้ว่า โครงการรวบรวมศิละร่วมสมัยในญี่ปุ่นนั้นมีมาตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงสังคมในญี่ปุ่นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของการเปิดรับวัฒนธรรมใหม่ๆ จึงเป็นจุดที่ทำให้ศิลปะญี่ปุ่นมีความหลากหลาย น่าสนใจ มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง จึงอยากเผยแพร่ส่วนนี้ไปสู่นานาชาติ

  นิทรรศการแบ่งเป็น 3 ภาค รวบรวมผลงานที่ได้รับการสร้างขึ้นมาตั้งแต่ยุค 60-90 ของญี่ปุ่น ให้เสมือนเป็นศูนย์รวมป๊อปอาร์ตในกรุงเทพฯ โดยภาคแรกเป็นผลงานที่มีรากฐานจากการ์ตูน หุ่นยนต์ นิยาย วิทยาศาสตร์ ที่ถือเป็นจิตวิญาณของคนญี่ปุ่น เช่น ผลงานในส่วนของศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดังอย่าง ทากาชิ มูราคามิ  งานการ์ตูนปริ๊นท์แบบพิมพ์ ลวดลายกราฟฟิกผสมจิตรกรรมญี่ปุ่นที่เป็นเอกลักษณ์ ผลงานทุกชิ้นได้แรงบันดาลใจจากความแตกต่างทางวัฒนธรรมของตะวันตกและตะวันออกที่ศิลปินได้ไปสัมผัสมา

 มุมมองของทากาชิ ยังมีส่วนคล้าย โมริมูระ ยาซุมาสะ กับผลงาน "คริททิซิสม์ แอนด์ ดิ เลิฟเวอร์ เอ, บี,ซี" (Criticism)ที่นำผลงานจากศิลปินตะวันตกที่ชื่นชอบมาทำใหม่ให้เป็นรูปแบบของตัวเองเริ่มจากการจัดฉากขึ้นมาให้เหมือนรูปเดิม แล้วถ่ายรูปนำมาตกแต่งในโปรแกรมสมัยใหม่ให้มีรูปหน้าตัวเองอยู่ในผลงาน พร้อมกับสร้างรูปล้อเลียนมาอีกหนึ่งรูปเพื่อแสดงถึงความขัดแย้งว่าในยุคนั้นคนญี่ปุ่นชื่นชอบศิลปะสมัยใหม่ก็จริง แต่ยังต้องการความเป็นตัวเองอยู่

 ในส่วนของภาคที่สอง นำเสนอศิลปินผู้มองหาตัวตนใหม่ในโลกของยุคโลกาภิวัตน์ ด้วยการนำเสนอสถานะที่คนกำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น ผลงาน “พิเซล เดียร์ 17” (PixCell- Deer#17)ของ นาวะ โคเฮ  กวางสตัฟฟ์ที่ถูกห่อหุ้มด้วยลูกแก้วคริสตัลหลายขนาด ไม่มีจุดประสงค์ในเรื่องของความสวยงามแต่ต้องการให้เห็นถึงสังคมปัจจุบันที่รับรู้ข้อมูลต่างๆ ผ่านจอกระจกมองไม่เห็นความเป็นจริงจากโลกภายนอก เหมือนกับการที่ผู้ชมไม่สามารถมองเห็นเนื้อในของกวางได้เพราะมีลูกแก้วบังไว้อยู่

 และผลงานในภาคสุดท้ายกล่าวถึง ศิลปินผลงานที่ผสมความรู้สึกกับเรื่องราวนวัตกรรมในชีวิตประจำวันที่คล้ายเครื่องมือเพื่อการอยู่รอด อย่างผลงานของ คีจิโร่ อาดาจิ ศิลปินผู้เปลี่ยนตู้โทรศัพท์ที่ไม่ใช้แล้วเป็นตู้เดี่ยวดิสโก้เพื่อให้เห็นว่าเทคโนโลยีทำให้คนเรามีโลกส่วนตัวมากขึ้น รวมถึงผลงานของ มาซะคัทสึ ทาคากิ กับงานวีดีโอจ๊อกกี้ "ดาต้า เมททริก" ที่ให้ข้อคิดว่าคนสมัยใหม่สามารถรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างไร้ขีดจำกัด ในส่วนนี้ถือเป็นงานศิลปะที่สามารถสัมผัสได้อย่างแท้จริง

 ผ่านตา ผ่านความรู้สึก "ผ่านโตเกียว 0 องศา" เปิดให้ผู้หลงใหลศิลปะและนวัตกรรมญี่ปุ่นเข้าชมระหว่างวันที่ 25 กุมภาพันธ์  เรื่อยไปจนถึง 28 มีนาคม นี้ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (แยกปทุมวัน) ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์)

เรื่อง... "ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์"