ไลฟ์สไตล์

"นันทินี แทนเนอร์" หลงเสน่ห์กีฬาบนหลังม้า

"นันทินี แทนเนอร์" หลงเสน่ห์กีฬาบนหลังม้า

14 มี.ค. 2552

ความชื่นชอบในกีฬาของผู้หญิงก็มีหลากหลายและแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่จะชอบเล่นกีฬาที่เบาๆ ไม่ต้องใช้พลังกำลังมากมายนัก

  แม้กระทั่งกีฬาโปโลที่ผู้หญิงน้อยคนจะชอบเล่น เพราะนอกจากจะต้องฝึกซ้อมอย่างเข้มงวดแล้ว ยังต้องตากแดดตากลมเพื่อฝึกซ้อมอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ยิ่งเป็นสิ่งที่ผู้หญิงไม่ปรารถนา

 แต่สำหรับ นันทินี แทนเนอร์ เจ้าแม่ธุรกิจนำเข้าชื่อดังของเมืองไทย  อาทิ ล็อคซิทาน เกอแลงค์ เอสคาดา  เบอร์เบอร์รี่ และลาเพอร์ลา ซึ่งกิจการทั้งหมดเธอจะเป็นผู้ดูแลเองในทุกส่วน รวมถึงเป็นผู้วางแผนด้านการตลาดเองอีกด้วย  กลับหลงใหลในกีฬาบนหลังม้านี้ จนทำให้เธอกลายเป็นนักกีฬาโปโลหญิงคนแรกของประเทศไทย ซึ่งวันนี้ "คม ชัด ลึก" จะพาไปทำความรู้จักเธอและกีฬาบนหลังม้านี้ไปพร้อมๆ กัน

 ล่าสุดเธอก็เป็นแม่งานคนสำคัญในการจัดการแข่งขันกีฬาโปโลหญิงครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งนั่นเองที่ทำให้เราได้พูดคุยและทำความรู้จักกับผู้หญิงคนนี้มากขึ้น  โดยเธอเอื้อนเอ่ยให้ฟังในขณะที่จูงม้าคู่ใจลงสนามว่า เธอมีพื้นฐานทางด้านขี่ม้าอยู่ก่อนแล้ว เพราะเริ่มหัดขี่ม้ามาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ หลังจากนั้นก็โปรดปรานและขี่ม้าเรื่อยมา แต่จะถนัดไปทางศิลปะการบังคับม้าเพื่อความสวยงาม และขี่ม้ากระโดดข้ามเครื่องกีดขวางมากกว่า ส่วนการเล่นโปโลนั้นเป็นความฝันตอนที่เธอยังเป็นเด็ก แต่เพิ่งมีโอกาสหัดตีเมื่อไม่กี่ปีมานี่เอง

 "ส่วนมากจะเห็นการเล่นโปโลแต่ที่เมืองนอก ชาวต่างชาติเขาจะนิยมเล่นกันมาก ตอนนั้นไม่คิดเลยว่าในเมืองไทยจะมีการเล่นโปโลด้วย เวลามีโอกาสเดินทางไปดูการแข่งขันในสนามต่างประเทศ จะมีฝรั่งที่รู้ว่าเราสนใจเข้ามาสอนให้บ้าง จนเมื่อประมาณ 8-9 ปีที่แล้ว เพื่อนๆ ผู้ชายที่สนิทกันชวนมาร่วมเล่นในทีมที่จัดตั้งกันขึ้นมา พอเริ่มเล่นแล้วก็เกิดติดใจ มันตื่นเต้นมาก สนุกตรงที่ต้องคุมเกมและประคองตัวเองไปพร้อมๆกัน

 หลังจากนั้นก็เลยไปเข้าคลาสเรียน แล้วก็มาเล่นผสมกับทีมผู้ชายเพราะตอนนั้นยังไม่มีผู้หญิงเล่นเลย มีพี่คนเดียวที่เป็นผู้บุกเบิกก็ว่าได้ มาถึงตอนนี้ก็ยังมีผู้หญิงเล่นน้อยมาก ยิ่งในประเทศไทยนอกจากพี่ ที่เห็นก็มีคาร์โลลีน ลิงค์ ลูกสาวฮาราลด์ ลิงค์ ที่เล่นบ่อยๆ สำหรับคนที่เริ่มเล่นก็ยากอยู่นะ เพราะโปโลเป็นกีฬาที่ดำเนินเกมเร็ว และค่อนข้างจะอันตราย ดังนั้นคนเล่นจะต้องเป็นคนที่ร่างกายแข็งแรงด้วย และถ้ามีพื้นฐานการขี่ม้ามาก่อนก็จะทำให้ฝึกเป็นเร็วขึ้น แต่ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านนี้ก็สามารถฝึกได้ไม่ยากนัก เพราะม้าที่นำมาเล่นคู่กับเรา จะถูกฝึกสอนมาเพื่อการแข่งขันโปโลโดยเฉพาะอยู่แล้ว" ผู้หลงใหลในกีฬาโปโลเล่าที่มาที่ไป

 สำหรับประเทศไทยการเล่นโปโลมักจะเล่นกันในช่วงฤดูหนาว ราวเดือนพฤศจิกายน-มีนาคม พอเข้าหน้าร้อนก็จะหยุดเล่น แต่ช่วงที่บ้านเราหยุดเล่น เป็นช่วงที่ประเทศอื่นกำลังเริ่มเปิดซีซั่นพอดี ก็จะเดินทางไปเล่นและไปแข่งขันในต่างประเทศแทน
 จากนั้น เธอก็เล่าถึงกีฬาโปโลให้เข้าใจมากยิ่งขึ้นว่า  การแข่งขันโปโล ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องสวมรองเท้าบู๊ท  สนับเข่า และหมวกกันน็อกเพื่อความปลอดภัย สำหรับกติกาการเล่นนั้นแต่ละทีมจะมีผู้เล่นทีมละ 4 คน คนที่ 1 จะรับผิดชอบการทำแต้มคะแนน คนที่ 2 เป็นคนส่งบอลไปยังฝั่งคู่แข่งขัน คนที่ 3 จะทำหน้าที่ประสานงานอยู่ตรงศูนย์กลางของสนาม และคนสุดท้ายรับภาระในการป้องกันคู่แข่งขัน การแข่งขันแบ่งออกเป็น 4-8 ชักก้า (ช่วง) ตามกติกาสากล แต่ละชักก้าใช้เวลาการแข่งขัน 7 นาที จะมีเสียงระฆังเตือนก่อนนาทีที่ 7 จากนั้นผู้เล่นจะเล่นต่อได้อีก 30 วินาที หรือเล่นจนกระทั่งลูกออกจากสนาม หรือเกิดการฟาวล์ ระหว่างชักก้าจะมีเวลาพัก 3 นาที และอีก 5 นาที ระหว่างพักครึ่งเกม

 ส่วนการนับแต้มเมื่อเข้าประตูอย่างถูกกติกา ก็จะนับทีละ 1 แต้ม ผู้กำกับเส้นจะยกธงขึ้นโบก เพื่อสลับข้างและตั้งลูกเล่นใหม่ หากแต้มคะแนนเท่ากันในชักก้าสุดท้าย ก็อาจจะมีการต่อเวลาในการเล่นต่อไป และในหนึ่งแมทช์การแข่งขันจะมีคณะกรรมการในสนาม 2 คน และกรรมการนอกสนาม 1 คน หลังการแข่งขันแต่ละชักก้า หากม้าเหนื่อยและมีอาการอ่อนล้าจากการกระแทก สามารถจะเปลี่ยนม้าตัวใหม่ได้ เพราะฉะนั้นในการแข่งขันแต่ละแมทช์จะต้องมีม้าสำรองไว้ข้างขอบสนามอีกหลายตัวทีเดียว

 "ในการแข่งขันแต่ละแมทช์ จะมีการกำหนดแฮนดิแคป (แต้มต่อ) ซึ่งเป็นการจัดอันดับฝีมือการเล่นของผู้เล่นแต่ละคน โดยสะสมแต้มคะแนนจากการลงแข่งขันในแต่ละแมทช์ จะมีครูคอยดูและคอยให้เกรดด้วย ซึ่งแฮนดิแคปของนักกีฬาขี่ม้าโปโลเมื่อเริ่มเล่นจะอยู่ที่ -2 และสูงสุดอยู่ที่ 10 ที่ถือว่าเป็นผู้เล่นที่เก่งและมีทักษะส่วนตัวสูง ซึ่งการประเมินนี้จะจัดขึ้นทุกปีโดยคณะกรรมการของสมาคมโปโลนานาชาติ ซึ่งหากแฮนดิแคปของผู้เล่นในทีมใดรวมกันน้อยกว่าอีกทีมหนึ่ง ก็จะได้แต้มต่อ สำหรับตัวพี่เองเพิ่งเล่นมาได้ไม่นานนัก ตอนนี้แฮนดิแคปยังอยู่ที่ -2 " นักกีฬาโปโลหญิงอธิบายด้วยความชำนาญ 

 ก่อนที่จะลงสนามประดวลความสามารถ เธอบอกกับเราเป็นการปิดท้ายการสนทนาในครั้งนี้ว่า "รู้สึกดีใจมากที่การเล่นกีฬาเพื่อสุขภาพและความสนุกสนานของเรา มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมให้มีโอกาสได้รับการรักษาที่ดีขึ้นจากการแข่งขันกีฬาโปโลหญิงครั้งแรกในไทย ซึ่งถือเป็นความสุขถึงสองเด้งทีเดียว"

เรื่อง.... "วันวิสา โรจน์แสงรัตน์ "
ภาพ... "อนันต์ จันทรสูตร"