ไลฟ์สไตล์

"อาฟตา" ทำพืช ศก. 4 ชนิดกระอัก

"อาฟตา" ทำพืช ศก. 4 ชนิดกระอัก

03 มี.ค. 2553

หลังประเทศไทยเปิดตลาดนำเข้าสินค้าตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา (AFTA) เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ได้สร้างความวิตกให้แก่ผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ รวมถึงเกษตรกร ที่เกรงว่าอาจได้รับผลกระทบจา

จากกรณีดังกล่าว นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ชี้แจงว่า พันธกรณีของไทยภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนตั้งแต่ปี 2553 นี้ ไทยต้องปรับลดภาษีนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรลงเหลือ 0% อาทิ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง น้ำมันถั่วเหลือง เมล็ดถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม หอมหัวใหญ่ เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ กระเทียม ไหมดิบ ลำไยแห้ง พริกไทย น้ำตาล ใบยาสูบ ชา กาแฟสำเร็จรูป ยางพารา น้ำนมดิบ นมผงขาดมันเนย มะพร้าวผล และน้ำมันมะพร้าว ยกเว้นเมล็ดกาแฟ มันฝรั่ง ไม้ตัดดอก และเนื้อมะพร้าวแห้ง ปรับลดภาษีนำเข้าลงเหลือ 5%

  "จากที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าจะมีสินค้าเกษตรหลายชนิดทะลักเข้ามามีตีตลาดภายในประเทศนั้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจสอบพบว่ามีสินค้าเกษตร 4 ชนิดของไทยที่อาจได้รับผลกระทบมาก ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน เมล็ดกาแฟ และไหมดิบ ซึ่งต้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์การนำเข้าอย่างใกล้ชิด"

 นอกจากนี้ยังพบว่ามีกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบปานกลาง 4 รายการ ได้แก่ มะพร้าวผล เนื้อมะพร้าวแห้ง ชา และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กลุ่มได้รับผลกระทบน้อย 11 รายการ ได้แก่ กาแฟสำเร็จรูป น้ำนมดิบ/นมพร้อมดื่ม นมผงขาดมันเนย น้ำมันมะพร้าว เมล็ดถั่วเหลือง กระเทียม หอมหัวใหญ่ มันฝรั่ง พริกไทย น้ำตาลทราย และยาสูบ และกลุ่มที่ไม่ได้รับผลกระทบ 4 รายการ ได้แก่ ลำไยแห้ง เมล็ดพันธุ์หอมหัวใหญ่ น้ำมันถั่วเหลือง และกากถั่วเหลือง เป็นต้น
 
 นายอรรถ ย้ำด้วยว่า จากนี้ไปเกษตรกรต้องเร่งปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปิดเสรีทางการค้า โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ผลิตสินค้ากลุ่มที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้าว ปาล์มน้ำมัน ไหมดิบ และเมล็ดกาแฟ ต้องเร่งพัฒนาระบบการผลิตให้มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตและสินค้าที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัยและตรงตามความต้องการของตลาดมากขึ้น 

"สุรัตน์ อัตตะ"