
กยศ.จัดกิจกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ผู้กู้เกิน5ปี2-6 มี.ค.นี้
กยศ.จัดกิจกรรมไกล่เกลี่ยหนี้ผู้กู้เกิน 5 ปี 2-6 มี.ค.นี้ ชี้ไม่มาติดต่อฟ้องร้องคดีแน่ ตั้งเป้ามีผู้เข้าร่วมโครงการ 50,000 ราย ฝากนร.-นศ.ก่อนกู้กยศ. วางแผนทางการเงิน อย่าคิดสั้นๆ ต้องกู้มากที่สุดเท่าที่กู้ได้
เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2553 ที่ศาลแพ่ง กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา(กยศ.) ร่วมกับสำนักระงับข้อพิพาท สำนักงานยุติธรรม จัดโครงการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาก่อนฟ้องคดี โดยมีนายพีรพล พิชยวัฒน์ รองประธานศาลฎีกา เป็นประธานกล่าวเปิดงานว่าสำนักงานศาลยุติธรรม มีการส่งเสริมการระงับข้อพิพาททางเลือกโดยการไกล่เกลี่ย และประนีประนอมข้อพิพาท ซึ่งกิจกรรมนี้ เป็นหนึ่งช่องทางในการเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการอำนวยความยุติธรรม ความถูกต้อง รวดเร็ว เป็นธรรม แก่นักเรียน นักศึกษา ที่เป็นผู้กู้ หากสามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทได้ และผู้กู้ไม่ต้องถูกฟ้องคดีต่อศาล จะเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้องแก่ผู้กู้ได้จำนวนมาก เพราะหากผู้กู้ไม่มาไกล่เกลี่ย อาจทำให้เกิดการฟ้องร้อง ซึ่งกระบวนการเป็นคดีนั้น มีความยุ่งยาก ทำให้เสียค่าใช้จ่าย เสียเวลานานกว่าจะดำเนินการเสร็จสิ้น ในนามของศาลยุติธรรม จึงอยากเชิญชวนผู้กู้ทั้งหลายให้เข้าร่วมโครงการนี้
รศ.นพ.ธาดา มาร์ติน ผู้จัดการกยศ. กล่าวว่า กิจกรรมนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ค้างชำระหนี้ กยศ. ทั่วประเทศ กว่า 160,000 รายที่จะถูกดำเนินคดี เนื่องจากไม่ได้มาชำระหนี้ กยศ. ติดต่อกันเกิน 5 ปี เข้ามาเจรจาขอไกล่เกลี่ยหนี้เป็นครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2553ในระหว่างวันที่ 2-6 มี.ค.2553 เวลา 8.30 -16.30 น. ณ ศาลแพ่ง ชั้น 3 ถ.รัชดาภิเษก เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกผู้ที่ไม่มาติดต่อกองทุนเลยเป็นเวลา 5 ปี กลับมาเจรจา และชำระเงินคืนตามกำลังทรัพย์ที่สามารถจ่ายได้
“ในการชำระหนี้เงินกู้กยศ. จะขึ้นอยู่กับจำนวนมูลหนี้ของนักศึกษา ดังนั้นในการกู้ยืมเพื่อการศึกษา ผู้กู้ต้องวางแผนทางการเงินในการเรียน และมองเรื่องการใช้หนี้ในอนาคตด้วย อย่าคิดสั้นๆ ว่าเป็นกิจกรรรมกู้เพื่อการศึกษา ต้องกู้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะกู้ได้ โดยไม่ดูว่าเมื่อเรียนจบแล้วจะมีเงินคืนหนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม กิจกรรมดังกล่าวถือได้รับความร่วมมืออย่างดี โดยดูได้จากจำนวนผู้ที่มาไกล่เกลี่ยที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ จากปีแรกมี 4,000 ราย ปีที่ผ่านมา 39,000 ราย และปีนี้ตั้งเป้าไว้ 50,000 ราย ซึ่งขณะนี้มีเข้ามาติดต่อขอไกล่เกลี่ยแล้ว 30,000 กว่าราย” ผู้จัดการกยศ.กล่าว
รศ.นพ.ธาดา กล่าวต่อไปว่า การเข้าร่วมการไกล่เกลี่ย มีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการผ่อนชำระหนี้คืนกยศ. 2 กรณี คือทำคำรับรองขอชำระหนี้ที่ค้างชำระทั้งหมด ซึ่งสามารถลดเบี้ยปรับ 80 % และทำสัญญาประนีประนอมยอมความนอกศาล ลดเบี้ยปรับ 50 % โดยขอให้ผู้กู้ยืมที่เข้าร่วมโครงการฯ เตรียมเอกสารหลักฐานแสดงตนมาให้พร้อม หากไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองได้ ให้ทำหนังสือมอบอำนาจให้ผู้ที่บรรลุนิติภาวะเป็นผู้มาศาลเพื่อทำการเจรจาแทน
"อยากเชิญชวนผู้กู้ยืมที่ค้างชำระรีบเดินทางเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อป้องกันการฟ้องร้องดำเนินคดี รวมไปถึงเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อเงินที่ได้กู้ยืมไป และมีส่วนในการให้โอกาสแก่นักเรียน นักศึกษารุ่นน้องจำนวนมากที่จำเป็นต้องกู้ยืม ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติม กยศ.ได้ที่ โทร.02-610-4888 " ผู้จัดการกองทุนกยศ. กล่าว



