ไลฟ์สไตล์

รมว.ศธ.เยือนเอธิโอเปียปูทางสู่การค้าขายระหว่างประเทศ

รมว.ศธ.เยือนเอธิโอเปียปูทางสู่การค้าขายระหว่างประเทศ

02 มี.ค. 2553

ความกันดารและความห่างไกล ทำให้ทวีปแอฟริกาไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากนัก ทั้งที่ความด้อยพัฒนาของประเทศในทวีปนี้เปิดโอกาสการลงทุน-ค้าขายอีกมากให้แก่ต่างประเทศ ดังนั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

จึงใช้โอกาสที่เดินทางไปกรุงแอดดิส อบาบา เมืองหลวงของเอธิโอเปีย ระหว่างวันที่ 22-25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เพื่อร่วมประชุมระดับสูงด้านการศึกษาเพื่อปวงชนครั้งที่ 19 ของยูเนสโก พาคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ ทำความรู้จักกับเอธิโอเปีย ประเทศในกาฬทวีปที่คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเท่าที่ควร

 เอธิโอเปียในวันนี้ กำลังเร่งพัฒนาปัจจัยพื้นฐานเพื่อรองรับการพัฒนา ภายในกรุงแอดดิส อบาบา มีอาคารที่กำลังก่อสร้างผุดขึ้นมากมายเพื่อรองรับการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เอธิโอเปียยังคงต้องพึ่งพาต่างประเทศอย่างสูง เพราะในประเทศแทบไม่มีอุตสาหกรรมผลิตสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เครื่องอุปโภค บริโภค ส่วนใหญ่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ และแม้ว่าจะเป็นประเทศเกษตรกรรม แต่ผลผลิตกลับไม่เพียงพอเพราะขาดระบบชลประทานรองรับทำให้ต้องพึ่งพาน้ำฝนและขาดเทคโนโลยีเกี่ยวกับการเกษตรด้วย

 รวมไปถึงด้านการศึกษา เอธิโอเปีย ก็ต้องการความช่วยเหลือด้านการศึกษาจากภายนอก โรงเรียน 2 แห่งที่คณะจากไทยไปเยือนสะท้อนความจริงนี้เป็นอย่างดี โรงเรียนเมเนลิก ทู พรีพาราทอรี่ (Menelik II preparatory) ซึ่งเป็นแห่งแรกของการเยี่ยมเยือนนั้น ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2448 เปิดสอนตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมปลาย จัดว่าเป็นโรงเรียนระดับแนวหน้าของประเทศ เทียบกับไทยก็ประมาณ ร.ร.สวนกุหลาบวิทยาลัย ระบบจัดการเรียนการสอนของที่นี่เป็นพื้นฐานการจัดการศึกษาตามระบบใหม่ของโรงเรียนทั่วเอธิโอเปีย และใช้วิธีคัดเด็กหัวกะทิเข้าเรียน จึงมีชื่อด้านการผลิตบุคลากรของประเทศที่มีชื่อเสียง ปัจุจบันมีนักเรียนประมาณ 2,900 คน และครู 119 คน แต่แม้จะเป็นโรงเรียนชั้นแนวหน้าของประเทศ แต่ยังขาดความพร้อมหลายอย่าง โดยเฉพาะด้านอาคารสถานที่ อุปกรณ์การเรียนการสอน

 ส่วนอีกแห่งที่ รมว.ศึกษาธิการไปเยี่ยมชมนั้นคือ Entoto TVET College เป็นโรงเรียนอาชีวศึกษา จัดการเรียนกาสอนหลากหลายถึง 42 สาขา เพื่อตอบสนองความต้องการประกอบอาชีพของผู้เรียน เน้นด้านคหกรรมศาสตร์ งานโลหะ การตัดเย็บ และการไฟฟ้า ฯลฯ มีนักศึกษาประมาณ 4,600 คน และผู้อบรมระยะสั้น 5,000 คน แต่เช่นกันอาคารเรียนอยู่ในสภาพทรุดโทรม ทั้งเครื่องจักร อุปกรณ์การเรียนและความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

 ผลของการเยี่ยมเยือนโรงเรียนทั้ง 2 แห่งกำลังจะนำไปสู่ความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศ นายชินวรณ์ กล่าวว่า เอธิโอเปียสนใจแลกเปลี่ยนทางด้านอาชีวศึกษาเป็นอย่างมาก จึงมอบให้ปลัดกระทรวงไปประสานงานกับอาชีวศึกษาเพื่อดำเนินการในเรื่องนี้ รวมไปถึงอาจมีความร่วมมือทางการศึกษาในรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้น ส่วนไทยเองสนใจขอความช่วยเหลือด้านการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งเอธิโอเปียมีความเชี่ยวชาญมากกว่า

 “ในเดือนมิถุนายนนี้ กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดสัปดาห์แอฟริกัน เพื่อส่งเสริมแอฟริกันศึกษา สร้างความรู้ ความเข้าใจในดินแดนให้คนไทยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่ผมได้มากเยี่ยมชมโรงเรียนของที่นี่ ทำให้เราได้เรียนรู้ถึงการพยายามจัดและพัฒนาการศึกษาภายในข้อจำกัด รวมไปถึงการพยายามจัดการศึกษาตามความถนัดของผู้เรียน ซึ่งสามารถมาปรับใช้กับวิทยาลัยอาชีวะของไทยได้“ รมว.ศึกษาธิการกล่าว

 นอกจากด้านการศึกษาแล้ว ไทยยังสามารถให้ความร่วมมือกับประเทศนี้ได้อีกมาก นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล รองปลัด ศธ. ที่ดูแลด้านต่างประเทศ กล่าวว่า เอธิโอเปีย กำลังต้องพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยเฉพาะการแปรรูปสินค้าเกษตรนั้น ซึ่งเอธิโปเปียรวมทั้งอีกหลายประเทศในแอฟริกาต้องการเรียนรู้องค์ความรู้จากประเทศไทยมากกว่าตะวันตก เพราะสอดคล้องกับบริบทในประเทศเขา โดยเฉพาะการผลิตสินค้าพื้นบ้านในสไตล์โอท็อปซึ่งเป็นที่สนใจของเอธิโอเปียอย่างมาก

 นอกจากเยี่ยมเยือนสถานศึกษาแล้ว รมว.ศึกษาธิการและคณะยังได้เยี่ยมชมแปลงปลูกกุหลาบเพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกของภาคเอกชนซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่งเต็มที่จากรัฐบาล รวมไปถึงเยี่ยมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วย ผลของการทำความรู้จักกันนี้อาจช่วยปูทางไปสู่การขยายการลงทุน-ค้าขายระหว่างไทยและเอธิโอเปีย หากไทยสร้างความรู้สึกที่ดีให้เอธิโอเปีย และทำความรู้จักชาวกาฬทวีปให้มากกว่านี้

     0  สุพินดา  ณ มหาไชย 0