
คิดสวนทาง-เพลง ความรัก (2)
ที่มาของความคิดในการแต่งเพลงแต่ละเพลงนั้น บางคนก็เรียกว่า "แรงบันดาลใจ ในบทความนี้ก็จะพูดถึงที่มาของความคิดในการแต่งเพลงที่มีชื่อว่า ความรัก เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้ทราบที่มาที่ไปของเพลงนี้
เพลง ”ความรัก” เริ่มมาจากการเป็นเพลงโฆษณาทางโทรทัศน์ก่อน หลายท่านก็ยังเรียกเพลงนี้ว่า เพลง “คอฟฟี่เมท” คุณ "ปุ๊" อัญชลี จงคดีกิจ เป็นคนขับร้องไว้เป็นคนแรก หลังจากนั้นก็มีศิลปินอีกหลายท่านนำไปขับร้อง
ตอนที่ทำเป็นเดโมเสนอให้ลูกค้าคือ บริษัท "เนสท์เล่” ฟังนั้น คนที่ขับร้องคือคุณโชติชู พึ่งอุดม หรือ “ป้อม ออโตบานห์” ซึ่งจริงๆ แล้วก็ต้องถือว่าเป็นคนที่ขับร้องเพลงนี้เป็นคนแรก แต่ตอนนั้นแกยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ในที่ประชุมมีคนเสนอชื่อคุณ “ปุ๊” ขึ้นมา เพราะเพิ่งทราบว่าแกกลับมาร้องเพลงใหม่ หลังจากที่หายหน้าไปจากวงการพักใหญ่ ผมก็รีบตอบรับ เพราะรู้จักกันเป็นอย่างดี และชื่นชมความสามารถในการร้องเพลงของแกมาตั้งแต่สมัยทำงานด้วยกันที่ "โรงแรมมณเฑียร” แล้ว แต่เล่นกันอยู่คนละวง
ถ้าคุณ “ประสบสุข...” (ขออภัยที่จำนามสกุลไม่ได้) ซึ่งเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทเนสท์เล่ ไม่ได้มอบหมายให้ บริษัท ”แมคแคนอีริคสัน” เป็นตัวแทนทำภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้ และบริษัท ”แมคแคนอีริคสัน” ไม่ได้ไปจ้างให้คุณ “ดาว" นิดา สุทัศน์ ณ อยุธยา แห่ง “สยาม สตูดิโอ” ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกันตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่ธรรมศาสตร์ ให้กำกับและสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ และคุณดาวไม่ได้มาจ้างให้ผมทำเพลงนี้ แต่ไปจ้างคนอื่น ซึ่งที่มีฝีมือดีๆ ก็มีอยู่อีกหลายเจ้า ผมก็ไม่ทราบว่าอยู่ดีๆ ผมจะลุกขึ้นมาแต่งเพลง “ความรัก” เพลงนี้หรือไม่
เมื่อภาพยนตร์โฆษณานี้เผยแพร่ออกสู่สายตาของประชาชนทางโทรทัศน์ ก็ปรากฏว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง ผู้ชมชื่นชอบทั้งตัวผู้แสดง การถ่ายทำ การต่อภาพอย่างสวยงาม เพลง เสียงร้องเพราะโดนใจ ได้รับคำชมเชยกันถ้วนหน้า และได้รางวัลหลายรางวัล
โดยเฉพาะ "เพลง" ได้รับรางวัลเพลงโฆษณายอดเยี่ยมทั้งสองสถาบัน คือ รางวัล TACT Awards และ BAD Awards เป็นความสำเร็จของการทำงานร่วมกันอย่างแท้จริง เรียกว่าลงตัวกันตั้งแต่ต้น
เริ่มตั้งแต่การวางคอนเซ็ปต์ การเลือกบุคลากรทีมงาน การวางแผนประชาสัมพันธ์ การเลือกจังหวะ เวลาที่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดเป็นองค์ประกอบสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของงานหลายๆ งาน
หลังจากที่เพลงนี้ประสบความสำเร็จแล้ว ก็มีสื่อมวลชนเข้ามาขอสัมภาษณ์กันมากมาย และคำถามประจำที่ทุกคนจะต้องถามคือ เรื่องแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงนี้ ซึ่งผมก็ตอบไม่ถูก เพราะถ้าหมายถึงที่มาของความคิดในการแต่งเพลงนี้ก็มาจากหลายฝ่ายเหลือเกิน แต่ถ้าถามว่าเวลาแต่งเพลงนี้นึกถึงอะไรบ้าง ก็จะตอบง่ายขึ้นและก็มักจะตอบไปในประเด็นนี้เป็นส่วนมาก
เล่าต่อว่า ที่มาของความคิดเริ่มแรกของเพลงนี้เกิดขึ้นในวงสนทนา เมื่อคุณประสบสุขมาเที่ยวที่ร้าน “The Glass” ของผมที่ซอยสุขุมวิท 11 ขณะนั้นมีวง “ออโตบานห์” เล่นประจำอยู่ หลังจากดื่มกันไปพอประมาณที่ยังจำเรื่องที่คุยกันได้ คุณประสบสุขแกยังติดพันกับงานของแกอยู่อย่างถอนตัวไม่ขึ้น ก็พูดกับผมว่า “อยากให้พี่จิลองฟังเพลง Love ของ John Lenon เผื่อจะได้ความคิดอะไรบางอย่าง” ผมก็ปิ๊งทันที แต่ไม่ได้ไปฟังเพลงนี้ของ John Lenon เพราะผมยังจำคำร้องบางท่อนได้อยู่ และกลัวว่าถ้าไปฟังมากอาจจะถูกครอบงำทางความคิดได้ และจะกลายเป็นลอกเลียนของเขาไปโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ได้แนวคิดว่า เริ่มต้นด้วย “Love is...” ซึ่งก็คือ “รักคือ..” แล้วผมก็ไปคิดต่อว่า รักคืออะไรตามประสบการณ์ที่ผมได้เคยประสบมา แล้วกลายออกมาเป็น เพลง “ความรัก” ที่ได้ยินได้ฟังกัน
ตั้งใจว่าจะขียนเรื่องนี้ให้จบในคอลัมน์นี้ แต่ก็จบไม่ได้ เพราะถ้าเริ่มประเด็นเข้าไปในตัว เพลงก็คงต้องใช้พื้นที่อีกยาวพอสมควร ท่านผู้อ่านอย่าเพิ่งเบื่อผมไปซะก่อนนะครับ เพราะขณะที่เขียนอยู่นี่ ผมอยู่ที่งาน “Philippine International Jazz Festival” มาแสดงดนตรีที่นี่ และก็เกิดอาการคันไม้คันมือขึ้นมายิกๆ อยากจะเล่าเรื่องสารพัดที่เกิดขึ้นที่นี่ให้ฟัง(อ่าน) นอกจากท่านบรรณาธิการจะมีพื้นที่ให้ผมมีโอกาสเขียนได้มากขึ้น ก็จะมีโอกาสเล่าได้ทันต่อเหตุการณ์มากกว่านี้
ไม่ว่าผมจะทำอะไรหรือไปไหนก็จะมีท่านผู้อ่านตามติดไปด้วยอยู่เสมอครับ
จิรพรรณ อังศวานนท์



