
มุมมองใหม่-สอนประดิษฐ์หิ่งห้อยบ่มเพาะรักษ์ธรรมชาติ-ท้องถิ่น
แสงไฟกะพริบจากเจ้าหิ่งห้อยตัวน้อยบนต้นลำพู นับเป็นเสน่ห์ของ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งดึงดูดใจให้ผู้คนจากทั่วสารทิศไปเยือนเมืองเล็กๆ แห่งนี้ไม่ขาดสาย !! ดังนั้น การปลูกฝังให้เด็กๆ เห็นคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น
เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ไว้ให้เป็นมรดกแก่ชนรุ่นหลัง จึงเป็นนโยบายที่ "ชูวิทย์ เข่งคุ้ม" ผอ.โรงเรียนท้ายหาด อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)สมุทรสงครามสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ให้ความสำคัญอย่างยิ่งโดยสนับสนุนให้ครูและนักเรียนทำกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนรู้และอนุรักษ์ธรรมชาติภายในท้องถิ่นที่หลากหลาย เช่น การให้ครูสอนวิชาวิทยาศาสตร์พานักเรียนไปเรียนรู้ธรรมชาติและระบบนิเวศในป่าชายเลน ศึกษาชีวิตของปูแสม หิ่งห้อย การปลูกป่าชายเลนทั้งต้นโกงกาง แสม ลำพู การวัดคุณภาพของน้ำในแม่น้ำแม่กลอง ฯลฯ
"เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรักทรัพยากรธรรมชาติ รักท้องถิ่น ทั้งที่ จ.สมุทรสงคราม มีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ควรอนุรักษ์สิ่งเหล่านี้ไว้โดยการอนุรักษ์หิ่งห้อยนั้นได้เชิญนายวีระ เทพกรณ์ ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เชี่ยวชาญเรื่องหิ่งห้อยและประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนท้ายหาดมาให้ความรู้แก่นักเรียน พาเด็กไปร่วมประชุมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ขอให้นักเรียนซึ่งแถวบ้านมีป่าชายเลนไปปลูกต้นลำพูเพิ่มและขอร้องชาวบ้านอย่าตัดต้นลำพู รวมทั้งให้ครูทุกวิชานำเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกฝังจิตสำนึกรักบ้านเกิดเข้าไปบูรณาการในการเรียนการสอน เช่น โครงการประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติ เพื่อให้นักเรียนและชาวบ้านเห็นคุณค่าของหิ่งห้อยซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ" ผอ.ชูวิทย์บอกถึงนโยบาย
ยุวรีย์ สุธานนท์ ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โรงเรียนท้ายหาด ซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติ บอกว่า เริ่มโครงการนี้ขึ้นเมื่อปี 2549 ภายหลังเรียนรู้การประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติจากนายวีระ เทพกรณ์ หลังจากนั้นได้ประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติออกมาในหลากหลายรูปแบบเช่น พวงกุญแจ นาฬิกาตั้งโต๊ะ และนำความรู้มาสอนนักเรียนชั้นม.2 และม.5
”ทำโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อปลูกฝังจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและรักท้องถิ่น อยากให้เด็กรุ่นหลังมีหิ่งห้อยไว้ดู ถ้าเกิดวันหนึ่งไม่มีหิ่งห้อยจริงๆ ไว้ให้ดูแล้ว เด็กจะได้ดูหิ่งห้อยประดิษฐ์แล้วรู้ว่าหิ่งห้อยหน้าตาเป็นอย่างไร เพราะหิ่งห้อยลดลงมาก เนื่องจากสภาพแวดล้อมในพื้นที่เปลี่ยนไป และเด็กสามารถประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติในรูปแบบต่างๆ เพื่อขายหารายได้ เนื่องจากวัสดุ เช่น ไม้แคป่า มะพร้าวทุบ หมากหอมนวลนั้นหาได้ในท้องถิ่นและราคาถูก” ครูยุวรีย์บอกถึงเป้าหมายโครงการ
ขณะเดียวกัน "ครูยุวรีย์" ได้ร่วมกับลูกศิษย์นำผลงานการประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติไปร่วมประกวดและจัดแสดงในงานต่างๆ เช่น งานวันนักประดิษฐ์และนักประดิษฐ์โลก งานประกวดหนึ่งโรงเรียนหนึ่งนวัตกรรมภาคกลางปี 2552 ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา จัดขึ้นที่ จ.ลพบุรี ซึ่งได้รางวัลเหรียญทองแดง งานประกวดศิลปหัตถกรรมนักเรียนภาคกลางและภาคตะวันออกปี 2552 ที่ จ.สุพรรณบุรี รวมทั้งผู้เข้าร่วมประชุมงานหิ่งห้อยโลกปี 2552 ซึ่งจัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ได้เดินทางมาที่กลุ่มบ้านลมทวน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม และชมผลงานประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติของโรงเรียนท้ายหาดด้วย
"ผลจากการทำโครงการประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติ ทำให้นักเรียนมีจิตสำนึกอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น เป็นคนละเอียด รอบคอบและใจเย็น มีสมาธิและรู้จักทำงานเป็นทีมเพราะการประดิษฐ์หิ่งห้อยต้องทำเป็นส่วนต่างๆ เช่น ลำตัว ปีก วงจรไฟฟ้าที่ทำให้ลำตัวเรืองแสงแล้วนำมาประกอบกันเป็นชิ้นงาน อีกทั้งมีนักเรียนหลายคนมีรายได้ระหว่างเรียนจากการประดิษฐ์หิ่งห้อย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งสนใจสั่งซื้อเพื่อนำไปเป็นของที่ระลึก เช่น หิ่งห้อยเกาะต้นไม้เป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะราคาชิ้นละ 300 บาท พวงกุญแจหิ่งห้อยชิ้นละ 70-80 บาท” ครูยุวรีย์บอกอย่างภาคภูมิใจ
"น้องณี" สุปราณี อยู่ประเสริฐ นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนท้ายหาด บอกว่า เรียนประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติตอนชั้นม.5 ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีเพราะช่วยให้มีจิตสำนึกรักธรรมชาติและอนุรักษ์หิ่งห้อยโดยได้ทำพวงกุญแจหิ่งห้อยแล้วส่งให้ครูยุวรีย์นำไปขายแก่ผู้ที่สนใจสั่งซื้อ ทำให้มีรายได้เป็นค่าขนมเดือนละ 500 บาท สนใจเยี่ยมชมผลงานการประดิษฐ์หิ่งห้อยจากวัสดุธรรมชาติติดต่อโทร.0-3471-1902



