
เศรษฐกิจตกต่ำเพราะคนวิปริต
หัวขอบรรยายธรรมในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ที่ถูกร้องขอให้พูดอยู่ในลำดับต้นๆ คือ วิธีการจัดลำดับงาน กัการบริหารองค์กร
ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าบางองค์กรลูกน้องเป็นตัวสร้างปญหา บางคนกรผ้บังคับบัชญาเป็นตัวสร้างเรื่อง บางองค์กรใช้ควายทำงานเป็นหัวหน้า ในขณะที่หลายองค์เจ้าของใช้ความคิดตัวเองเป็นหลักทำอะไรก็ถูกไปเสียทุกอย่าง ด้วยเหตุนี้ต้องค่อยพยายามพูดแบบ "ขี่ม้าเลียบค่าย" เพื่อ ลูกน้องก็ไม่อายขายหน้า ผู้บังคับบัญชาก็ไม่สะเทือน"
ปัญหาองค์กรที่เสื่อหรือเจริญนั้น เพราะลักษระการบริหารงานแบบตัวบี (B) ๕ ตัว คือ ๑. บลัด (Blood) เป็นการบริหารงานแบบเอาแต่ สายรก กับ สายเลือด การบริหารงานแบบนี้ดีในระยะแรก เหลวแหลกในระยะหลัง แต่บางทีก็มีความกลัวว่าเขาจะเอาสายรกเดียวกันสายเลือดเดียวกัน ก็เลยมองไม่เห็นความดีความเก้งของสายรกสายเดลือดเดียวกัน
๒.เบลม (Bime) เป็นการบริหารที่ผู้นำองค์กรคิดว่าตนเองเกง เป็นผู้ก่อตั้งสร้างสรรค์ และจรรโลง คนอื่นไม่ว่าจะเป็นญาติ ผู้ใต้บังับบัญชา ถูกมองว่าเป็นผู้อ่อนด้อย มีงานอะไรๆ ไม่ค่อยแนะนำกลับชอบตำหนิ อย่างนี้เป็นการปิดโอกาสและทำให้ผู้อื่นขยาดกลัว ทำไปลูกน้องก็หดหาย ตัวนายก็เหนื่อยหนัก นานนักก็เหนื่อยล้า งานไม่ก้าวหน้า แต่คนกลับเบือนหน้า
๓.บอมบ์ (Bomb) เป็นการบริหารงานแบบ เก่งกล้าด้าแหลก เป็นการเอาความรู้มาอวดเบ่ง เอาประสบการณ์และความเกงมาด่า ยิ่งบริหารก็ยิ่งเก่งกล้าด่าผู้อื่น ผู้บริหารแบบนี้อยู่ไม่นาน ลูกน้องหวหด หวดคนที่ช่วยทำงาน
๔.บรานเชส (Branches) ส่งเสริมคนในวงศืตระกูลให้มีความสามารถ ให้โอกาสขยายธุรกิจ จัดหาลูกน้องที่มีประสทธิาพช่วยกิจการ ช่วยบริหารแบบพี่เลี้ยง
๕.บูม(Boom) เป็นการบริหารงานแบบเห็นช่องโอกาสแล้วลงทุน หนุนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ให้เงินเดือนและรางวัลแก่ผู้มีผลงาน ตัอปล่อยให้บริหารงานอย่างอิสระ
แนวคิดที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนี้ ต้องมีรายละเอียดประกอบอีกมากมาย ทั้งนี้ต้องศึกษาสอดแนมข้อมูลอย่างชัดเจน อีกทั้งยังต้องแนะวิธี กำจัด ป้องกัน สร้างสรรค์ และ รักษาควบคู่กันไปด้วย
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



