
ยูคาลิปตัสบนคันนา (2)
การปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา เป็นแนวทางในการเพิ่มรายได้ให้แก่ชาวนาทางหนึ่ง ซึ่งก็แน่นอนว่าเมื่อปลูกต้นยูคาลิปตัสไม่ว่าที่ไหนก็ตาม ต้นไม้ก็ต้องมีการใช้ปุ๋ยและน้ำเพื่อการเติบโตทั้งนั้น คำถามก็คือแล้วต้นยูคาลิปตัสดังกล่าวจะแย่งน้ำและปุ๋ยจากนาข้าวหรือไม่
และมีผลต่อดินทำให้ดินเสียหรือเปล่า คำถามเหล่านี้อาจยังค้างคาใจของหลายคน เพราะได้ข่าวในทางลบของพืชชนิดนี้มามากในอดีต เมื่อกลุ่มนักวิจัยหลายคนได้มาศึกษาเรื่องการปลูกยูคาลิปตัสบนคันนา ก็ต้องเตรียมหาคำตอบเหล่านี้ให้ชัดเจนก่อนที่จะส่งเสริมหรือยุติการปลูกต่อไป ดังนั้นนอกจากจะมีการศึกษาเรื่องระยะปลูกและพันธุ์ที่เหมาะสมแล้ว เรื่องของการใช้น้ำและปุ๋ยก็มีการศึกษาอย่างละเอียดเช่นกัน
เรื่องแรกคือ เรื่องการใช้น้ำของยูคาลิปตัส ซึ่งมี ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ จากคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ศึกษาไว้ โดยทดลองที่พนมสารคาม สรุปได้ว่าต้นยูคาลิปตัสมีการใช้น้ำประมาณ 3-4 พันลิตรต่อต้นในแต่ละปี แต่ที่สำคัญคือการใช้น้ำขนาดนี้ไม่ได้แตกต่างจากพืชชนิดอื่น หมายความว่าที่เข้าใจกันว่าต้นยูคาลิปตัสกินน้ำมากนั้น ไม่เป็นความจริง แต่ที่สำคัญก็คือเมื่อดูประสิทธิภาพการใช้น้ำแล้ว ต้นยูคาลิปตัสกลับดีกว่าพืชอื่นด้วยซ้ำไป หมายความว่าต้นยูคาลิปตัสมีความสามารถในการเปลี่ยนน้ำให้เป็นเนื้อไม้ได้มากกว่าพืชอื่น หรือมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำที่ใช้
ส่วนเรื่องของดิน ก็มีการศึกษาไว้โดย ดร.รุ่งเรือง พูลศิริ จากคณะวนศาสตร์เหมือนกัน ได้ดูว่าดินมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง หลังจากปลูกยูคาลิปตัสได้ 3 ปี โดยดูการเปลี่ยนแปลงของดินในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะที่มองเห็นทางกายภาพ การเปลี่ยนแปลงทางเคมี รวมทั้งด้านชีวภาพ ซึ่งเกี่ยวข้องกับจุลินทรีย์ต่างๆ ในดิน ผลก็ปรากฏว่าการปลูกยูคาลิปตัสบนคันนาไม่มีผลต่อคุณสมบัติของดิน คือสรุปง่ายๆ ว่าไม่ได้ทำให้ดินเสียอย่างที่เคยเข้าใจกัน และเมื่อดูที่ระบบรากของต้นยูคาลิปตัส ก็พบว่าไม่ได้ไปรบกวนต้นข้าวในนา ดังนั้นผลผลิตของข้าวในนาจึงไม่กระทบกระเทือน แต่ว่าผลดีที่ตามมาอีกอย่างหนึ่งคือ เมื่อมีการตัดต้นยูคาลิปตัสออกไปแล้ว รากที่ยังคงเหลืออยู่จะย่อยสลายและกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ในดินต่อไป หรือแม้กระทั่งระหว่างที่มีการไถนา โดยที่ยังมีต้นยูคาลิปตัสอยู่บนคันนา จะทำให้รากบางส่วนถูกตัดออกไปด้วย และก็ไม่ได้หายไปไหน แต่กลายเป็นปุ๋ยให้ต้นข้าวต่อไป
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการวิจัยรวมแล้ว 9 เรื่องของกลุ่มโครงการวิจัยเรื่องการแก้ปัญหาความยากจนในชนบทโดยการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ที่ดินด้วยการปลูกไม้โตเร็ว ซึ่งมี ดร.บุญวงศ์ ไทยอุตส่าห์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหัวหน้าทีม แล้วก็ได้คำตอบที่น่าสนใจว่าการปลูกยูคาลิปตัสน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรทางหนึ่ง เพราะว่าจากการศึกษาเรื่องผลตอบแทนทางการเงินของการปลูกไม้ยูคาลิปตัส โดยคุณณัฐวัฒน์ คลังทรัพย์ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เหมือนกัน ได้คำตอบว่าการปลูกยูคาลิปตัสแบบแถวเดียวบนคันนาหรือไร่ละประมาณ 75 ต้น สามารถสร้างรายได้มากกว่าการปลูกข้าวเพียงอย่างเดียวเกิน 1 เท่าตัว คราวนี้หากมีคนคิดที่จะปลูกยูคาลิปตัสเพียงอย่างเดียวเพราะหวังว่าจะมีรายได้ดีกว่าข้าว แต่ว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เพราะว่าจากข้อมูลปรากฏว่าหากปลูกยูคาลิปตัสเพียงอย่างเดียวจะมีต้นทุนสูง และเมื่อหักรายจ่ายแล้ว เหลือกำไรน้อยกว่าการปลูกข้าวอย่างเดียวด้วยซ้ำไป
ดังนั้นทีมวิจัยนี้ก็ยังยืนยันว่าไม่แนะนำให้ปลูกยูคาลิปตัสเป็นพืชเดี่ยว แต่หากจะใช้ประโยชน์จากที่ดินให้คุ้มค่าก็ควรปลูกบนคันนาแทนครับ
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ



