
ชี้โจทย์ใหญ่กศน.กระตุ้นให้คนไทยเรียนรู้ตลอดชีวิต
ดร.วิชัย ตันศิริ อดีต รมช.ศึกษาธิการ กล่าวในการเสวนาร่าง พ.ร.บ.การศึกษาตลอดชีวิต พ.ศ....เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า การจัดการศึกษาตลอดชีวิตสำหรับประชาชน เป็นการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
ซึ่งจะต้องทำให้ระบบการศึกษา เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตคนทั้งชาติ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และทำให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ และสังคมแห่งการสร้างสรรค์ ที่สำคัญคือ ระบบการศึกษา ต้องเป็นกลไกสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง ซึ่งโดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์มีการเรียนรู้อยู่ 2 แบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตามความจำเป็นของชีวิต และการเรียนรู้ตามแรงจูงใจ หรือแรงบันดาลใจ
"โจทย์สำคัญในการส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตแก่คนไทย คือ กศน.จะเติมเต็มความรู้ที่จำเป็นของคนไทยอย่างไร และทำอย่างไรจะสร้างแรงบันดาลใจแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้เกิดขึ้นในหัวใจคนไทยได้ ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของ กศน.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก ประกอบกับปัญหาและวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในไทย ทั้งด้านสังคม การเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ทำให้คนไทยได้เรียนรู้หลายเรื่อง ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสในวิกฤติครั้งนี้โดยเฉพาะความเปลี่ยนแปลงหลังจากปฏิรูปการศึกษารอบ 2 จึงน่าจับตามอง เพราะจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการศึกษาของประเทศ ที่จะส่งผลที่ลึกซึ้งกับการแก้ปัญหาของชาติอย่างเป็นระบบ" ดร.วิชัยกล่าว
นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กล่าวว่า ต่อไปภารกิจ กศน.จะมีมากขึ้น เนื่องจากต้องดูแลประชากร 45 ล้านคนในอีก 15 ปี ข้างหน้า ดังนั้น กศน.จะจัดการศึกษาร่วมกับเครือข่ายระดมความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จัดทำร่าง พ.ร.บ.ศึกษาตลอดชีวิต พ.ศ....ขึ้น ภายใต้หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ คือสำนักงานการศึกษาตลอดชีวิต ซึ่งการจัดการศึกษาตลอดชีวิตจะต้องเร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา รวมทั้งประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ การเพิ่มโอกาสทางการศึกษา และปรับปรุงกฎระเบียบที่เอื้อให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และแก้ปัญหาให้บริการการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาสซึ่งยังทำได้ไม่ทั่วถึง



