
"ทีอาร์ดี สปอร์ติโว"อัลติสหล่อดีมีสไตล์
หลังจากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้นำตลาดรถตัวจริงครองยอดขายเบอร์หนึ่งทั้งในไทยและในตลาดโลกแม้เวลานี้ที่อเมริกาจะมีเรื่องรีคอล หรือเรียกรถกลับมาปรับปรุงคุณภาพ แต่ก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเมืองไทย เห็นข่าวก็ไม่ต้องกังวล จิตตก ให้เสียเวลา นายใหญ่ข
ช่วงนี้แฟนโตโยต้าได้เห็นรถใหม่ๆ ออกมาล่อตาล่อใจมาโดยตลอดตั้งแต่ โคโรลล่า อัลติส 2.0L เก๋งสมรรถนะสูงที่ออกมาให้คนหัวใจสปอร์ตได้เลือก ล่าสุด ทุกสายตาต้องหันมามองรถหล่ออีกหนึ่งรุ่นที่เพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ ภายใต้การผลิตแบบจำกัด 2,000 คัน นั่นคือ "อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว" ซึ่งเป็น ลิมิเต็ด อิดิชั่น
โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว พัฒนาขึ้นจากพื้นฐานของอัลติสรุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่ 10 เข้าสู่ตลาด ตั้งแต่ต้นปี 2551 เวลานี้มีประชากรในถนนราวๆ 5.8 หมื่นคัน เรียกว่า ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดีในฐานะ "รถยนต์นั่งยอดนิยม"
โตโยต้านั้นพัฒนาอัลติสมาโดยตลอด ในช่วงกลางปี 2552 โตโยต้าแนะนำ โคโรลล่า อัลติส 2.0L ซึ่งเป็นการเปิดตัว เทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ ดูอัล วีวีทีไอ ล่าสุดปลายปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้แนะนำโคโรลล่า อัลติส Advanced CNG เกียร์อัตโนมัติ รถที่สามารถใช้เชื้อเพลิงได้ทั้งก๊าซธรรมชาติอัด (CNG) และน้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 20 ต้องปรบมือให้ เพราะมีทางเลือกคนใช้รถยามน้ำมันแพง กล้าให้แบบนี้ต้องกล้าซื้อจะรู้ว่า ประหยัดขนาดไหน
ส่วนโคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว ถือเป็นงานสร้างสรรค์ของทีมวิศวกรโตโยต้า ที่ต้องการพัฒนาอัลติสให้มีรูปแบบสปอร์ต มีการตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกภายใน ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร สำหรับภายนอก มีชุดแต่งรอบคัน สเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง เพิ่มสัญลักษณ์ "TRD Sportivo" ที่กระจังหน้า และฝาท้าย โคมไฟหน้า เป็น แบบ Smoke Chrome ล้อแม็ก TRD ขนาด 16 นิ้ว สีเทาดำ ยางขนาด 205/55/R16 โคมไฟท้าย LED แบบเลนส์ใส และปลายท่อไอเสียสเตนเลส แค่เห็นภายนอกก็โดนใจสุดๆ
ส่วนภายในตกแต่งสไตล์สปอร์ต โทนสีดำทั้งเบาะนั่ง แผงประตู พวงมาลัย และหัวเกียร์หุ้มหนัง แผงคอนโซลหน้าสีเมทัลลิก พร้อมลายหินอ่อนสีดำ ชุดแต่งทั้งหมดเป็นของทีอาร์ดี สำนักแต่งของโตโยต้า เรียกกว่าเป็นของแท้คุณภาพโรงงาน ออกแบบเนียน คุณภาพดีไม่บิดงอ หรือหลุดง่าย
โคโรลล่า อัลติส ทีอาร์ดี สปอร์ติโว มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ คือรุ่นเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี และ 1,600 ซีซี เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-I ให้กำลังสูงสุด 132 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 170 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ส่วนเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VVT-I ให้กำลังสูงสุด 109 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที ให้แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังอัจฉริยะ Super ECT ให้การเปลี่ยนเกียร์ที่นุ่มนวล ด้วยระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 4 สปีด ที่ควบคุมด้วยไฟฟ้าแบบ Super ECT (Electronic Controlled Transmission) พร้อม Sequential shift สำหรับรุ่น 1.8 ลิตร ซึ่งปรับเปลี่ยนการทำงานตามสภาพของถนน และการขับขี่ โดยจะเลือกการเปลี่ยนเกียร์ที่เหมาะสมด้วยระบบไฟฟ้า เพื่อสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีที่สุด สำหรับราคาจำหน่าย สำหรับรุ่น 1.8 TRD Sportivo ราคา 894,000 บาท ส่วนรุ่น 1.6 TRD Sportivo ราคา 839,000 บาท



