ไลฟ์สไตล์

"ทำไม?คนไทยจึงรักในหลวง"จาก"แสตมป์พระรูปร.9"

"ทำไม?คนไทยจึงรักในหลวง"จาก"แสตมป์พระรูปร.9"

28 ก.พ. 2553

ว่าที่ ร้อยตรี ดร.สมโชค เฉตระการ (www.oknation.net/blog/somchoke101) ครูเชี่ยวชาญวิทยาลัยเทคนิคร้อยเอ็ด ได้มาเชิญชวนให้ตอบ Tag My King ที่กำลังนำเสนอกันเป็นจำนวนมากอยู่ใน บล็อก OKnation.net โดยอาจารย์ให้เขียนตอบว่า "ทำไม? คนไทยจึงรักในหลวง" ผมเจ้าของ

 ไม่ง่ายเลยที่จะเขียนออกมาได้ ยิ่งท่านเป็นครูบาอาจารย์อีก  แต่ด้วยจิตวิญญาณที่เทิดทูนต่อราชวงศ์จักรี  และหน้าที่การงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้ผมคลายเบาใจไปเปลาะหนึ่ง  เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่ในองค์กรไปรษณีย์ไทย  ผมมีโอกาสศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจต่างๆ ผ่านดวงตราแสตมป์ที่จัดทำออกมาเป็นจำนวนมากในวาระต่างๆ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

     
 เพียงเห็นดวงตราแสตมป์ที่พระเสโทหยดอยู่ที่พระนาสิก แล้วช่างตื้นตันยิ่งนัก

 กระผมได้รับทราบถึงพระกรณียกิจต่างๆ ของราชวงศ์จักรีบนดวงตราไบรษณีย์ ที่ผู้ออกแบบจะต้องศึกษาค้นคว้า นักอักษรศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ปฏิบัติงานด้านนี้ จรดภาษาอันไพเราะออกมา  กล่าวได้ว่ากระบวนการผลิตดวงตราไปรษณีย์นั้น กว่าจะจัดสร้างออกมาดังที่ท่านเห็นอยู่นั้น มีขั้นตอนต่างๆ มากมาย และต้องได้รับพระบรมราชานุญาตเสียก่อน  เมื่อพิมพ์ออกมาเสร็จแล้ว จะต้องขอพระบรมราชานุญาตอีกครั้ง กระบวนการตรงนี้ มีความละเอียดอ่อนมาก

 พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปรียบเสมือนพระมหาชนกผู้มีความเพียรอันบริสุทธิ์และทรงช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่มีวันสิ้นสุด เช่น ครั้งหนึ่ง งานนิทรรศการแห่งแผ่นดินที่ปวงพสกนิกรน้อมใจจัดถวาย เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี โดยงานเริ่มเมื่อ 26 พฤษภาคม  2549  - 4 มิถุนายน 2549 มีพสกนิกรจำนวนมากหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ  คณะกรรมการจัดงานฯ จึงได้ขยายเวลาจัดงานออกไปอีกจนถึงวันที่ 23 มิถุนายน  

 นับถึงวันนี้เกือบ  64 ปีแห่งการเถลิงถวัลยราชสมบัติ  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างๆ ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อชาติและประชาชนเหลือคณานับ จนอาจจะกล่าวได้ว่า ยากที่จะมีกษัตริย์พระองค์ใดในโลกนี้เสมอเหมือน  ทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก  ทรงให้ความช่วยเหลืออุปถัมภ์แก่ศาสนาทุกศาสนา จึงเป็นศูนย์รวมใจของปวงชนชาวไทยในทุกศาสนา ดังในปฐมพระบรมราชโองการระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ว่า  "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม"

 พระองค์เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี ๒๔๘๙  ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่างๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทย เช่น พระราชกรณียกิจด้านการเกษตรและการยกระดับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน  พระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  พระราชกรณียกิจด้านการแพทย์และสาธารณสุข  และพระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ฯลฯ

 นอกจากนั้น ทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาที่ชี้แนวทางการดำรงชีวิต ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสแก่ชาวไทยนับตั้งแต่ปี  2517

 ในปี 2539  จากการที่พระองค์ทรงงานเพื่อประชาชนอย่างหนัก จึงได้มีการลงนามโดยประชาชนชาวไทยเพื่อถวายพระราชสมัญญานามให้ทรงเป็น "มหาราช"

 นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นครองราชย์ เมื่อ 9 มิถุนายน 2489  นับเวลาได้ 63 ปี  ไปรษณีย์ไทยได้จัดสร้างตราไปรษณียากรพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ (แสตมป์พระบรมรูป) ออกจำหน่ายใช้ในกิจการไปรษณีย์ทั้งสิ้น 9 ชุด รวมจำนวนหลายร้อยล้านดวง  นักสะสมแสตมป์นิยมเรียกตราไปรษณียากรพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ หรือภาพเหมือนของพระองค์ท่านโดยย่อๆ ว่า "แสตมป์พระรูป ร.๙"

  แสตมป์พระรูป ร.9 เป็นแสตมป์ที่ใช้ประจำ หรือภาษาต่างประเทศเรียก Definitive stamp นั่นเอง เป็นแสตมป์ที่ใช้กันทั่วไป ต่างกับแสตมป์ที่ระลึก หรือ Commemorative stamp ที่จัดสร้างในโอกาสพิเศษ ทั้งนี้ แสตมป์พระรูป ร.9 มีถึงปัจจุบัน 9 ชุด ออกจำหน่ายตั้งแต่ พ.ศ. 2490-2552

 ก่อนจบเรื่องนี้ ขออัญเชิญพระราชดำรัสเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2541  มาเป็นแนวทางปฏิบัติแก่คนไทยเพื่อเป็นสิริมงคล ความว่า “คนเราถ้าพอใจในความต้องการ ก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อย ก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าทุกประเทศมีความคิด อันนี้ไม่ใช่เศรษฐกิจ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ไม่สุดโต่ง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข”

เรื่องและภาพ : นุกูล ปานชี
หมายเหตุ :  ติดตามอ่าน  Tag My King  หลากหลายเหตุผลที่คนไทยรักในหลวง ได้ที่ http://www.oknation.net/blog/Memyself/2010/02/18/entry-1