
คนรักหมาตอน - ไอ้โจ้รีเทิร์น (2)
นายร้อยรุ่นพี่พาพวกเราวิ่งชมโรงเรียนนายร้อยแล้วมาหยุดลงหน้าฝูงหมา...
“ห้ามนักเรียนใหม่รังแกไอ้โจ้เป็นอันขาด...เข้าใจไหม” พวกเราร้องตอบว่า “เข้าใจครับ” ในขณะที่หลายคนสงสัยว่า ไอ้หมาตัวนี้มันมีสิทธิพิเศษอะไร หรือว่าเป็นหมาของผู้หมวดผู้กองท่าน ส่วนผมก็สงสัยว่าแล้วมันเรื่องอะไรที่พวกผมจะไปรังแกหมาให้บาปกรรม เพราะชีวิตต่อนี้ไปก็มีแต่จะถูกเขารังแกเช้ารังแกเย็นขืนไปรังแกหมาก็บาปกรรมตามสนองให้ตัวเองถูกรังแกมากขึ้นไปอีก
แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้นเพราะต้องวิ่งชมสถานที่กันต่อไปหลังจากจ่ายค่าจ้างในการแนะนำให้รู้จักไอ้หมาประหลาดน่าหมั่นไส้ตัวนั้นแล้ว ด้วยการยึดพื้น 30 ครั้ง...
ในเวลาต่อมา...
“เฮ้ย...นั่นไอ้โจ้นี่หว่า” เพื่อนผมคนหนึ่งกระซิบกระซาบ นักเรียนชั้น 1 ไม่มีหรอกครับที่จะพูดอะไรเต็มสุ้มเต็มเสียง อันตรายรอบข้าง ตอนนั้นเราเริ่มเข้าสู่ภาคการศึกษาด้านวิชาการแล้ว การซ่อมจากรุ่นพี่ก็เริ่มเบาบางลง ต่างคนต่างต้องขะมักเขม้นอ่านตำรับตำราเพราะไม่ว่ารุ่นพี่หรือรุ่นน้องล้วนมีสิทธิสอบตกได้ด้วยกันทั้งนั้น
“เออ...ใช่นี่หว่า...นี่กูมีหมูปิ้งเหลืออยู่ไม้หนึ่ง เดี๋ยวเอาให้มันกินดีกว่า” การรับประทานอาหารที่มิได้มาจากโรงเลี้ยงถือเป็นข้อห้ามอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้อะไรต่อมิอะไรมันเริ่มชาชินเสียแล้วก็จึงมีการแอบซื้ออาหารว่างที่พ่อค้าแม่ค้าเขามาร้องขายยั่วน้ำลายอยู่นอกรั้วสังกะสีสูงท่วมหัวกินเมื่อลับหูลับตาผู้บังคับบัญชา การเสี่ยงภัยที่เกิดขึ้นถือเป็นเครื่องชูรสชั้นเลิศ และหมูปิ้งนั้นก็นับเป็นอาหารพิเศษยอดนิยมอย่างหนึ่งของพวกเรา
ผมจุ๊ย์ปากเรียกไอ้โจ้เบาๆ มันหันมามอง และสาบานได้ครับ...
มันหันมาชำเลืองมองเราด้วยหางตาซึ่งมีความเย็นชาไว้ตัวแล้วทำท่าจะเดินหนี แต่คงเห็นหรือได้กลิ่นหมูปิ้งในมือเข้าจึงเดินเข้ามาหาแล้วอ้าปากงับหมู่ปิ้งชิ้นนั้นจากมือผมไปกิน สาบานอีกทีครับ ผมว่าท่าทางที่มันแสดงออกนั้นเหมือนกับที่เราเรียกว่า “แบบเสียมิได้” จริงๆ ไม่มีกระดิกหาง ไม่มีหูลู่ลง ไม่มีอาการยอบตัวพินอบพิเทาหรือแสดงอาการขอบคุณอันเป็นสมบัติอย่างหนึ่งของผู้ดี-ไม่หมาหรือคนแต่อย่างใด
พอผมเอื้อมมือไปจะลูบหัวมันเพื่อแสดงอาการสนิทสนมเท่านั้นแหละ มันก็เหลือบมามองหน้าผมด้วยนัยน์ตาที่เขียวปั้ด แล้วสะบัดหน้าพรึ่ดเดินหนี เชิดหน้า หางตั้งตรงดั่งคันทวนจากไปทันที
“ไอ้โจ้มันไม่สนใจหรอก...นักเรียนนายร้อยปี 1 สิทธิเท่ากับศูนย์อย่างพวกเอ็ง...ฮ่า ฮ่า” พวกเราหันกลับไปยังที่มาของเสียงอย่างตกใจ นักเรียนหัวหน้าหมวดชั้นปีที่ 5 คนหนึ่งยืนยิ้มอย่างชอบอกชอบใจอยู่ตรงนั้น
เรื่องน่าถีบของไอ้โจ้ยังมีอีกครับ...
บัญชร ชวารศิลป์



