
ธรรมะกับการแสดงในมุม"อโนชา"
แน่นอนว่า เธอไม่ใช่คนไทย แต่เป็นคนเอเชียที่มีสำนึกบางอย่าง เธอพยายามช่วยเหลือคนยากไร้ คนมีบาดแผลทางใจ...สำนึกเหล่านี้มาจากเบื้องลึกของจิตใจ
อโนชา วีรสิงห์ (Anoja Weerasinghe) เป็นนักแสดงดังจากศรีลังกา เคยเข้าร่วมงานเทศกาลพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพและความเป็นธรรม ที่จัดโดยเครือข่ายพุทธศาสนิกสัมพันธ์เพื่อสังคมที่เชียงใหม่ เมื่อปลายปีที่แล้ว
เรื่องเล่าที่ออกมาจากความรู้สึกของอโนชา มีพลังบางอย่างในการสื่อสารให้ผู้คนสนใจและเข้าใจถึงสิ่งที่เธอทำ คำถามบางอย่างในชีวิตทำให้เธอหันมาศึกษาแนวพุทธอย่างจริงจัง ชีวิตจึงค่อยๆ คลี่คลายไปในทางที่ดี
เธอไม่ได้พูดจาภาษานักวิชาการ และไม่ได้ทำตัวเป็นนักแสดง แต่เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ดูใจดี เธอใช้ทั้งธรรมะและการแสดงเยียวยาผู้คนที่มีบาดแผลทางใจ เริ่มจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อหลายปีที่แล้ว
ปัจจุบันอโนชาโกนหัว ถือเพศพรหมจรรย์ รักษาศีล ๕ และนุ่งห่มขาว หันมาทำงานเพื่อสังคมในนาม The Abhina Foundation นอกจากนี้ยังมีสถาบันสอนศิลปะการแสดง เพื่อนำเงินมาจุนเจือการทำงานเพื่อสังคม
ในศรีลังกา ชื่อของอโนชาเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี เธอเป็นนักแสดงแถวหน้า มีผลงานการแสดงภาพยนตร์กว่า ๑๐๐ เรื่อง และได้รับรางวัลมากมาย เธอสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้ดี เพราะเคยเรียนการละครอยู่ในอังกฤษหลายปี
อโนชาย้อนถึงเหตุการณ์สึนามิในศรีลังกาครั้งนั้นว่า ในช่วงเวลานั้นไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์เลวร้าย ได้แต่ร้องไห้อยู่ ๔ วัน จากนั้นชักชวนเพื่อนๆ ในแวดวงบันเทิงเข้าไปช่วยเหลือเหยื่อจากเหตุการณ์สึนามิ
“ผู้หญิงคนหนึ่งในเหตุการณ์ จำได้ว่าฉันเป็นนักแสดง เธอเข้ามากอดฉันและร้องไห้ ฉันก็ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ เธอบอกว่า ครอบครัวฉันหายไปกับคลื่นยักษ์”
ความทุกข์ของหญิงคนนั้น ทำให้หัวใจของอโนชาเปิด เธอทำให้ผู้หญิงคนนั้นยิ้ม ตอนนั้นอโนชารู้สึกว่า ชีวิตยังทำอะไรได้อีกมากมาย และอยากช่วยเหลือคนเหล่านั้น
อโนชาใช้ความเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียงและเครือข่ายเพื่อนฝูงในแวดวงบันเทิง ตระเวนหาทุนเพื่อให้ความช่วยเหลือเหยื่อจากเหตุการณ์ครั้งนั้น จากนั้นก็เริ่มทำเวิร์กช็อป โดยใช้การแสดงเยียวยาบำบัดใจชาวบ้าน
“ผู้หญิงคนหนึ่งมาร่วมเวิร์กช็อปครึ่งวันและถามฉันว่า คุณเป็นนักมายากลหรือ”
ที่เธอถามเช่นนั้น เพราะอโนชาทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายจากความเครียดและกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ
“คนที่มาร่วมกิจกรรมเต้นรำกับเรา พวกเขาได้แสดงออก ร้องไห้กับสิ่งที่อยู่ในใจ ฉันก็ร้องไห้ด้วย“ นี่คือวิธีการหนึ่งที่อโนชาช่วยบำบัดทุกข์ผู้คนที่ประสบเหตุการณ์ร้าย กลับมามีรอยยิ้มอีกครั้ง
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ หันเข้าหาธรรมะของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพราะความบังเอิญ แต่ด้วยความศรัทธาและเชื่อว่า นี่คือหนทางที่จะช่วยขจัดความทุกข์ให้ชีวิต
เมื่อสามเดือนที่แล้ว อโนชาบอกว่า เพิ่งเริ่มทำงานทางธรรม เพราะมีคนบอกว่า อย่าไปสอนธรรมะชั้นสูงกับผู้คนที่กำลังลำบาก ต้องค่อยๆ สอน เพราะพวกเขายังมีปัญหาเรื่องการเลี้ยงดูชีวิตตัวเอง
“การบำบัดผู้คนผ่านการเต้นรำ มีบางวัดไม่สนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มเรา แต่ส่วนใหญ่ให้การสนับสนุน ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ทำไมบางวัดไม่ให้พวกเรารำบูชา ทั้งๆ ที่สิ่งที่เราทำเป็นการเยียวยาผู้คน และการแสดงเหล่านี้เป็นวัฒนธรรมของศรีลังกา“
นั่นคือปัญหาส่วนหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดก็ตาม อโนชายังมุ่งมั่นทำงานต่อไป โดยใช้ธรรมะผสมผสานเข้ากับศิลปะการแสดงเพื่อช่วยเหลือคน โดยมีหลายกลุ่มเข้ามาช่วยเหลือ
ทำไมคนอย่างเธอ...พยายามช่วยเหลือคนที่มีบาดแผลทางใจ โดยใช้พุทธศาสนาเป็นรากฐานในการทำงาน เธอบอกว่า ตอนเด็กๆ เวลาไปโรงเรียนไม่มีอาหารกลางวันรับประทาน ไม่มีเงินค่ารถโดยสาร เพราะฉันมาจากหมู่บ้านเล็กๆ ห่างไกลความเจริญ
“ฉันเติบโตมากับธรรมชาติ ชุมชนในหมู่บ้านของเรา มีพระดีๆ นำอาหารมาให้คนในหมู่บ้าน วัดเป็นที่พึ่งพิงทางใจของพวกเรา”นี่คือเศษเสี้ยวหนึ่งของชีวิตวัยเด็กอโนชา
ส่วนชีวิตนักแสดงไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด ในช่วงหนึ่งเธอรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ นักแสดงเพื่อรณรงค์การคอรัปชั่นในรัฐบาล จนถูกกลุ่มผู้มีอำนาจโต้ตอบด้วยการเผาบ้าน
อโนชาบอกว่า ตอนนั้นบนเวทีการพูดคุยเรื่องคอรัปชั่น มีนักแสดงหลายคนที่อยู่ตรงนั้น แต่มีเธอคนเดียวที่เป็นผู้หญิงและถูกเลือกปฏิบัติ
“ช่วงนั้นต้องหนีไปอินเดีย ตอนที่กลับมาเหยียบเข้าไปในบ้าน มีสิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือ รูปพระพุทธเจ้า”
เธอบอกว่า รูปพระพุทธเจ้าทำให้ได้เข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในชีวิต และต้องขอบคุณที่ทำให้ได้รู้จักธรรมะ
“ในศรีลังกามีปัญหาเยอะ ผู้คนมีความทุกข์จากสงครามและความยากจน ตอนนั้นมีคนถามฉันว่า ทำไมไม่บวช ทั้งๆ ที่ถือเพศพรหมจรรย์และศีล ๕ ฉันตอบไปว่า แม้ฉันไม่ได้บวช แต่ฉันช่วยเหลือคนจำนวนมากผ่านการแสดงและดนตรีบำบัด”
วันที่ตัดสินใจโกนผม เพราะเธอได้เห็นความจริงบางอย่าง ตอนนั้นมีคนถูกไฟคลอกวิ่งมาตายต่อหน้าเธอ
นี่คือ เรื่องราวบางส่วนของอโนชา ที่ทำให้เธอหันเข้าหาพุทธศาสนา เพื่อใช้ธรรมะนำชีวิตตัวเองและผู้คนมากมาย



