
จาก"ผู้รับ"เป็น"ผู้ให้"ความภาคภูมิใจคนพิการ
"เป็นครั้งแรกที่มีโอกาสมาสอนน้องๆ ประดิษฐ์งานฝีมือ รู้สึกดีใจมากที่เห็นรอยยิ้มของเด็ก ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสามารถช่วยเหลือและทำประโยชน์ให้แก่คนอื่นได้ วิตกเสมอในความไม่ปกติของร่างกายว่าจะกลายเป็นภาระของสังคม
แต่การได้โอกาสในครั้งนี้ เป็นเหมือนกำลังใจในการใช้ชีวิต ทำให้เห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น" นี่คือความรู้สึกของคนพิการทางการได้ยินที่สื่อผ่านออกมาจากภาษามือของ "จูจุ๊บ" สุวรรณา ยืนยง อายุ 25 ปี นักศึกษาปี 4 คณะเทคโนโลยีคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร (มทร.)
"จูจุ๊บ" เรียนที่โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 จนถึง ม.6 ตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการ มีทั้งเรียนประจำและไปกลับ ปัจจุบันมีนักเรียน 218 คน ครู 37คน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พัฒนาตัวเอง จนสามารถเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัยร่วมกับคนปกติได้ และเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รับ” เป็น “ผู้ให้” เป็นวิทยากรให้แก่ชมรม Handi Club (คลับของคนทำมือ) ที่รวมตัว “คนพิการ” ที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะทางด้านศิลปะ หัตถกรรม งานฝีมือประดิษฐ์ต่างๆ ล่าสุดพวกเขาไปสอนการทำงานฝีมือ เช่น การบิดลูกโป่งเป็นรูปต่างๆ การพับผ้าขนหนูเป็นรูปสัตว์ และการทำเจลเทียนหอมให้แก่น้องๆ โรงเรียนเชาว์ดี เจริญนคร 28 กรุงเทพมหานคร
“ครูจัน” จันทร์ธดี จันทรเสน ครูประจำชั้น ม.5 โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ เล่าว่า การเรียนการสอนของโรงเรียนโสตศึกษาเป็นหลักสูตรสายสามัญ แต่เพิ่มวิชาการงานอาชีพ เพื่อเป็นพื้นฐานในการประกอบอาชีพหาเลี้ยงตัวเองหลังจากเรียนจบ โดยสอนให้แก่นักเรียนในโรงเรียนที่มีความสนใจอยากประกอบอาชีพและรับสอนบุคคลหรือประชาชนทั่วไปด้วย เพราะเชื่อว่าฝึกให้คนพิการสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พวกเขาจะไม่เป็นภาระให้แก่สังคมเพราะ “เขาสามารถเป็นวิทยากรที่ดีให้แก่คนปกติ”
โสภี ฉวีวรรณ หรือพี่กบ ผู้ก่อตั้งชมรม Handi Club เล่าว่า คนพิการสามารถทำอะไรได้หลายๆ อย่าง บางครั้งอาจทำได้มากกว่าคนปกติอีกด้วย แต่พวกเขาไม่มีช่องทางและโอกาสในการเรียนและการประกอบอาชีพเหมือนกับคนปกติ ปีนี้เป็นปีแรกในการทำกิจกรรมของคนพิการร่วมกับโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ หารายได้เสริมให้พวกเขา อยากให้คนทั่วไปได้เห็นความสามารถและแรงบันดาลใจของคนพิการจริงๆ ไม่ใช่ความสงสารจึงช่วยเหลือด้วยการบริจาคเงิน
ขณะที่ จินตนา เชาว์ดี ผู้อำนวยการโรงเรียนเชาว์ดี เจริญนคร 28 บอกว่า ที่ผ่านมาโรงเรียนเชาว์ดี ได้ขอความร่วมมือจากโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ ให้ออกแบบท่าเต้นประกอบเพลงของเด็กอนุบาล ผ่านการใช้ภาษากายในการสื่อสารถืออีกภาษาหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคน ทั้งที่มีร่างกายปกติหรือว่าไม่ปกติ เด็กๆ เข้าใจการสื่อสารด้วยภาษามือ และจะพูดเสมอว่า “คิดถึงพี่ๆ และอยากให้มาสอนการทำกิจกรรมอีก”
“น้องมาย” ลดาภรณ์ สันติชัยกมลกุล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ บอกว่า ดีใจมากที่ได้มาให้ความรู้กับน้องๆ ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ในการพัฒนาทักษะงานฝีมือ ถึงแม้จะไม่ได้พูดคุยกับน้องๆ แต่ก็มีความสุขที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม
“ตั้ม” ธีรวัฒน์ หารเสมอ อายุ 21 ปี นักฟุตบอลทีมชาติไทยคนหูหนวก ศิษย์เก่าโรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ กทม. มีพรสวรรค์เล่นฟุตบอล พอมีเวลาว่างจากการทำงานจะมาสอนน้อง และให้กำลังใจกับน้องๆ ที่อยากเป็นนักฟุตบอล และหนึ่งในสมาชิกของชมรม Handi Club (คลับของคนทำมือด้วย) ตอนนี้เขาทำงานเป็นช่างเชื่อมเหล็ก ได้ค่าแรงวันละ 200 บาท อยากให้สังคมเปิดโอกาสให้คนพิการทำงานและจ่ายค่าแรงตามคุณภาพของการทำงาน บางทีคนพิการสามารถทำงานมีประสิทธิภาพทัดเทียมกับคนปกติได้
เพียงแค่ทุกคนเปิดใจยอมรับสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่ ไม่มองว่าเป็น “ภาระสังคมและพร้อมให้โอกาส” เพียงเท่านั้น "คนพิการ" ที่มีอยู่ในสังคมก็ภาคภูมิใจเป็นที่สุดแล้ว สนใจร่วมเปิดโลกกว้างให้แก่คนพิการได้ที่ Handi Club โทร.0-2438-9945 ต่อ 12-17 หรือสนับสนุนให้การศึกษาแก่ผู้พิการทางการได้ยินที่โรงเรียนโสตศึกษาทุ่งมหาเมฆ โทร.0-2286-0733 หรือ http://www.school.obec.go.th
0 วัชราภรณ์ สายเป็ง 0



