ไลฟ์สไตล์

5 กลยุทธ์ "เติมความรัก" ให้ซู่ซ่า สามีทิ้งเมียน้อยกลับมารับปี2565

5 กลยุทธ์ "เติมความรัก" ให้ซู่ซ่า สามีทิ้งเมียน้อยกลับมารับปี2565

04 ม.ค. 2565

"เติมความรัก" ในวาระเข้าสู่ปีใหม่ ทีมคมชัดลึกออนไลน์อยากจะมาแบ่งเป็นกลเม็ดที่จะทำให้แฟนหรือสามีของคุณผู้หญิงทั้งหลายกลับมารักมาหลงเหมือนแรกคบกันใหม่ ๆ

ปีใหม่ 2565 คุณได้ "เติมความรัก" ให้คู่ของคุณแล้วหรือยัง?

 
เนื่องจากผู้เขียนได้ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งเล่าถึงประเด็นการ "เติมความรัก" ให้คู่รักอย่างไรให้ไฟแห่งความอบอุ่นในใจและความโรแมนติกถูกจุดติดขึ้นมาอีกครั้ง จึงอยากจะนำมาแบ่งปันผู้อ่านทุกคนเพื่อเราจะได้เริ่มต้นปีด้วยความชุ่มชื่นซู่ซ่าไปด้วยกัน!

 

หนังสือเล่มนี้ชื่อว่า The Five Love Languages โดย Gary Chapman (แกรี่ แชปแมน) นักเขียนชาวอเมริกัน หนังสือเล่มนี้ขายได้กว่า 11 ล้านเล่มเป็นและได้รับการแปลเป็นภาษาอื่น ๆ อีก 49 ภาษาซึ่งใจความมีอยู่ว่า 

5 กลยุทธ์ "เติมความรัก" ให้ซู่ซ่า สามีทิ้งเมียน้อยกลับมารับปี2565

ตามทฤษฎีของแชปแมน 5 กลยุทธ์ ที่ใช้ในการแสดงความรัก หรือที่เรียกว่า "ภาษารัก" ได้แก่:
 

1. คำพูดยืนยัน

บางคนอาจชอบให้คนรักพาออกไปกินข้าวและหากิจกรรมทำด้วยกันบ่อย ๆ แต่สำหรับบางคนอาจจะไม่ได้ต้องการกิจกรรมอะไรมากมาย เพียงแต่คำว่า รัก และ คิดถึง จากปากคนที่เขารักอย่างสม่ำเสมอ เช่น การบอกรักกันทุกคืนก่อนนอนก็ถือว่าเป็นภาษารักที่ทำให้เขาอิ่มใจได้แล้ว

 

2. การใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน 

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ แม้บางคนจะมีภาษารักเป็นวาจาที่หวานซึ้ง แต่บางคนกลับชอบที่จะทำกิจกรรมร่วมกับคนรัก ซึ่งเขาจะถือว่ากิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นภาษารัก

  • การไปกินอาหารมื้อพิเศษในร้านระดับ 4-5 ดาวและฟังสตอรี่ของอาหารด้วยกัน
     
  • ไปเที่ยวต่างจังหวัดในทุก ๆ วันหยุดนักขัตฤกษ์ 
     
  • การได้ร่วมคิดร่วมทำธุรกิจด้วยกัน 

 

3. การให้ของขวัญกัน

การให้ นั้นมีหลายมติ ทั้งการให้ใจ การให้ความช่วยเหลือ และการให้ของขวัญกันและกัน สำหรับภาษารักในข้อนี้บางคนอาจมองว่าการที่ได้ให้ข้าวของเครื่องใช้อีกฝ่ายบ่อย ๆ การซื้ออาหารอร่อย ๆ ที่เขาชอบ ถือเป็นการแสดงความรักและแสดงความเอาใจใส่แก่คนรัก

 

4. การให้ความช่วยเหลือกัน 

การให้ความช่วยเหลือนี้เป็นไปได้ทุกอย่างตั้งแต่ช่วยกันทำงานบ้าน ช่วยกันทำงานหาเงิน ช่วยกันเลี้ยงลูก การให้การช่วยเหลือถือเป็นการผ่อนภาระของอีกฝ่ายจึงทำให้เป็น ภาษารักไปได้โดยปริยาย

 

5. การสัมผัสทางกายกันและกัน

รักแท้แพ้ความใกล้ชิด 

เชื่อว่าหลายคนต้องเคยได้ยินสำนวนนี้ และเข้าใจดีว่าความรักจะเป็นความรักที่สมบูรณ์ไม่ได้หากขาดความใกล้ชิดไป ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการกอด จูบ จับมือ หรือการร่วมรักบนเตียงจึงเป็นภาษารักที่สำคัญที่ทุกคู่ควรเอาไม่ละเลย

 

แชปแมนกล่าวว่า แต่ละคนจะมีภาษารักที่ต่างกัน แต่ทุกคนจะมีข้อหลักประจำตัว 1 ข้อ และข้อรองอีก 1 ข้อ

แชปแมนจึงแนะนำว่าหากต้องการค้นพบภาษารักของอีกฝ่าย เราต้องสังเกตวิธีที่เขาแสดงความรักต่อผู้อื่น และสิ่งที่พวกเขาขอจากคนรักบ่อยที่สุด เขาตั้งทฤษฎีว่าคนมักจะให้ความรักในแบบที่พวกเขาต้องการ การสื่อสารระหว่างคู่รักจึงจะสามารถทำได้ดีขึ้นเมื่อต่างฝ่ายสามารถแสดงความห่วงใยต่ออีกฝ่ายในภาษารักที่เขาเข้าใจได้ 

 

เช่น ถ้าภาษารักของสามีเป็น การช่วยเหลือกัน เขาอาจจะสับสนเวลาซักผ้าให้ภรรยาแต่เธอไม่รู้ว่านั่นเป็นการแสดงความรัก กลับมองว่าเป็นเพียงการทำหน้าที่ในครัวเรือน เพราะภาษารักที่เธอเข้าใจ คือ คำพูดยืนยัน (คำยืนยันด้วยวาจาว่าเขารักเธอ) เธออาจพยายามใช้สิ่งที่เธอเห็นคุณค่า และใช้คำพูดยืนยันเพื่อแสดงความรักต่อเขา ซึ่งเขาไม่เห็นค่ามากเท่ากับที่เธอทำ หากถ้าเธอตัดหญ้าให้เขา เขาจะรับรู้ในภาษารักของเขาว่าเป็นการแสดงความรักที่เธอมีต่อเขา ในทำนองเดียวกัน ถ้าเขาบอกเธอว่าเขารักเธอ เธอจะถือว่านั่นเป็นการแสดงความรักนั่นเอง

 

ที่มาข้อมูล:
The Five Love Languages