
"ชินวรณ์"สั่งสพฐ.วิจัยผลรับนร.ย้อนหลัง5ปี
รมว.ศธ. สั่ง สพฐ.วิจัยผลรับนักเรียนย้อนหลัง 5 ปี เป็นฐานข้อมูลพิจารณาปรับปรุงเกณฑ์รับนักเรียนให้สอดคล้องกับการพัฒนาคุณภาพร.ร. เล็งให้ร.ร.ดังลดการรับม.ต้นแล้วเพิ่มรับม.ปลาย เพื่อให้ร.ร.สอบคัดเลือกหัวกะทิเข้าม.ปลายได้ ขณะที่นักเรียนม.3 เดิมต้องถูกจับสอบทุก
เมื่อวันที่ 26 ก.พ.2553 ที่โรงแรมอะเดรียติค พาเลซ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์หลังมอบนโยบายรับนักเรียนให้กับผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราแข่งขันสูงกว่า 300 โรงเรียน ว่า ศธ.มีนโยบายชัดเจนต้องให้นักเรียนทุกคนที่มีเรียนที่เหมาะสม โดยให้โรงเรียนรับนักเรียนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดไว้ ซึ่งทางโรงเรียนจะต้องประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์รับเด็กให้ผู้ปกครองในเขตพื้นที่บริการของตัวเองทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม เกณฑ์รับเด็กในปีนี้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสอบคัดเลือกรับนักเรียน ม.4 จากภายนอกได้ เด็กจากร.ร.อื่น ร.ร.เอกชน ร.ร.ขยายโอกาส จะได้มีโอกาสเข้าเรียนม.ปลายในร.ร.ดัง แต่โรงเรียนจะต้องให้โอกาสนักเรียนที่จบม.3 จากโรงเรียนเดิมได้สิทธิ์เรียนต่อม.ปลายก่อน ทั้งนี้ จะให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) รวบรวมจำนวนเด็กที่ประสงค์จะสอบคัดเลือกเข้าม.4 ร.ร.ดัง
"ในอนาคตจะมีการปรับเกณฑ์รับนักเรียนให้ส่งเสริมต่อการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนด้วย ผมจึงมอบหมายให้นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)ไปวิจัยและประเมินผลการรับนักเรียนย้อนหลัง 5 ปี โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูงซึ่งจะได้รับการพัฒนาให้เป็นร.ร.ที่มีมาตรฐานระดับสากลในอนาคตนั้น จะต้องมีการปรับเกณฑ์รับนักเรียนให้สอดคล้องกับการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอน โดยอาจต้องให้ร.ร.ที่มีอัตราแข่งขันสูงนั้น จำกัดจำนวนรับนักเรียนม.ต้น แล้วขยายการรับนักเรียน ม.ปลายเพิ่มขึ้นในแต่ละปี เพื่อเปิดโอกาสให้ร.ร.ได้คัดผู้เรียน ส่วนนักเรียนเดิมก่อนขึ้นม.4 ก็ต้องให้มีการสอบทุกคนด้วย เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนตั้งใจเรีบน แต่ทั้งนร้ เกณฑ์รับเด็กในอนาคตจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับผลวิจัยของ สพฐ. " นายชินวรณ์ กล่าว
รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า ตนมีนโยบายห้ามโรงเรียนเรียกเก็บเงินกินเปล่า หรือแป๊ะเจี๊ยจากผู้ปกครอง ทุกโรงเรียนจะต้องไม่มีข่าวเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ให้โรงเรียนประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองทราบว่า ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาโรงเรียน พัฒนาการเรียนการสอนได้ โดยให้โรงเรียนประชาสัมพันธ์เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้ทั้งในก่อน ระหว่างและหลังการรับเด็กเสร็จสิ้นแล้ว แต่เพื่อตัดปัญหาเรื่องแป๊ะเจี๊ย ห้ามโรงเรียนรับเงินใด ๆ รวมทั้งเงินบริจาคในช่วงรับเด็ก
ดร.ชินภัทร กล่าวว่า การรับนักเรียนในปีนี้นั้น ให้ร.ร.ที่มีแผนการรับนักเรียนม.ปลายน้อยกว่า ม.ต้น คัดเลือกรับนักเรียนทั่วไปจากร.ร.อื่นและร.ร.เดิมที่ไม่ได้รับการคัดเลือกได้ โดยใช้วิธีสอบคัดเลือก ใช้คะแนนGPAX หรือผลคะแนน O-NET โดยให้ร.ร.จัดคัดเลือกขึ้นบัญชีไว้ประกอบการพิจารณารับนักเรียนเพิ่มจากห้องละ 40 คนต่อห้อง



