ไลฟ์สไตล์

10%ควาญช้างสุรินทร์ป่วยวัณโรค

10%ควาญช้างสุรินทร์ป่วยวัณโรค

25 ก.พ. 2553

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานกรรมการทุนวิจัยวัณโรคดื้อยา ศิริราชมูลนิธิในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

กล่าวว่า จากการเข้าร่วมโครงการ “ควาญช้างรุ่นใหม่ ใส่ใจสุขภาพช้าง” ขององค์การสวนสัตว์ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยได้เข้าไปช่วยเหลือในการตรวจสุขภาพควาญช้างเพื่อหาเชื้อวัณโรค ถือเป็นโรคสำคัญของคนที่สามารถติดต่อสู่ช้างได้ ด้วยการเอกซเรย์ปอดของควาญช้างในจ.สุรินทร์ 140 คน พบรอยโรคที่ปอดจำนวน 13 หรือประมาณเกือบ 10% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติที่ไม่ควรสูงกว่า 1% จึงถือว่าสถานการณ์อยู่ในภาวะน่าเป็นห่วงในการถ่ายทอดเชื้อสู่ทั้งคน และสัตว์

 "การที่ควาญช้างป่วยเป็นวัณโรค ทำให้ช้างมีโอกาสติดโรคจากคน ซึ่งเสี่ยงต่อการตายเพราะไม่สามารถใช้ยากินได้ ช้างจะผอม ไม่กินอาหาร มีการไอคล้ายๆ คน และจะเสียชีวิตในที่สุด ที่ประเทศเนปาลพบว่ามีช้าง 15% ติดวัณโรคจากคน ผมห่วงโครงการปล่อยช้างคืนป่าอาจทำให้ช้างไทย 4 พันกว่าเชือกสูญพันธุ์ ดังนั้นควรตรวจสุขภาพสัตว์ก่อนปล่อยคืนป่า" นพ.มนูญ กล่าว

 นพ.มนูญ กล่าวต่อว่า ในอดีตประเทศออสเตรเลียเคยขอช้างไทยไปเลี้ยง ก็มีการตรวจอย่างละเอียด โดยเฉพาะวัณโรค ด้วยการใช้น้ำฉีดเข้าไปในงวงช้างและเก็บน้ำในงวงไปตรวจ ซึ่งศิริราชมูลนิธิในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เคยเข้าไปช่วยสนับสนุนในการตรวจ พบว่าขั้นตอนในการน้ำตัวอย่างไปตรวจมีความยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรพิจารณาหาแนวทางการช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งคนและสัตว์ เพราะสุขภาพของควาญช้าง ไม่ค่อยได้รับการดูแลเนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล

 ด้านนพ.ยุทธิชัย เกษตรเจริญ ผู้อำนวยการสำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า องค์การอนามัยโลก หรือฮู ประมาณการว่าคนไทยป่วยเป็นวัณโรครายใหม่ราว 9 หมื่นรายต่อปี ทั้งนี้ ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 22 ของประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาวัณโรครุนแรง โดยอยู่ในลำดับ 18 ขณะที่อินเดียพบมากเป็นอันดับ 1 มีผู้ป่วยกว่าล้านคน รองลงมาเป็นจีนและอินโดนีเซีย ส่วนประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่มีรายงานผู้ป่วยโรคนี้มากเช่นกัน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา และพม่า